อัพเดท 9 ปี คดีสลายชุมนุม 53 กับ ทนายโชคชัย

ทนายญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมปี 53 ระบุหลายคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ มีเรียกพยานเพิ่มเติมและผู้เสียหายเข้าไปให้การ และญาติก็มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดที่ปรากฏตัวไปบ้างแล้ว

 

10 เม.ย.2562 เนื่องวันครบรอบ 9 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดย ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ส่งผลให้มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้นปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าของคดีต่างๆ กับ โชคชัย อ่างแก้ว หนึ่งในทนายความกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว โชคชัย กล่าวถึงการไต่สวนการตายขณะนี้ยังไม่มีการไต่สวนอะไรเพิ่มเติมตั้งแต่ยึดอำนาจเป็นต้นมา

การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น โชคชัย กล่าวว่าจะมีเฉพาะส่วนที่มีการไต่สวนการตายไปแล้ว ว่า ศพไหนตายที่ไหน ตายเมื่อไหร่อย่างไร ตนทราบมาว่าบางส่วนเป็นเรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการบางส่วนแล้วในลักษณะคดีที่ยังหาผู้กระทำความผิดไม่ได้ แต่คดีเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะสิ้นสุดยุติ หากปรากฏเป็นหลักฐานหรือดำเนินการอะไรเพิ่มเติมภายหน้าก็ยังสามารถทำได้อยู่

และยังมีคดีที่อยู่กับดีเอสไอเกี่ยวกับคดีที่มีการไต่สวนการตายแล้วมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนก็คือคดี 6 วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่ที่ดีเอสไอ และมีการเรียกพยานเข้าไปให้การเพิ่มเติม มีการเรียกผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติผู้ตายเข้าไปให้การ และญาติก็มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดที่ปรากฏตัวไปบ้างแล้วว่าใครบ้างจากที่ปรากฎในคำสั่งศาลคดีไต่สวนการตาย

ส่วนคดีผู้สั่งการ โชคชัย กล่าวว่า ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเพราะว่าคดีอยู่ในอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งก็มีมติว่าไม่ผิดตามหน้าที่มานานแล้ว ส่วนนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ต่างจากคดีผู้กระทำการนั้นคดียังอยู่ในดีเอสไอโดยเฉพาะคดี 6 ศพวัดปทุมฯ

สำหรับเรื่องอายุความนั้น โชคชัย อธิบายว่า คดีเกี่ยวกับข้อหาฆ่าคนหรือพยายามฆ่านั้น อายุความอยู่ที่ 20 ปี อยู่แล้ว 

โชคชัย กฃ่าวเพิ่มเติมว่า ตนเพิ่งพาผู้เสียหายในคดี 6 วัดปทุมฯ คือญาติของ อัฐชัย ชุมจันทร์ และมงคล เข็มทอง ไปกล่าวหา ตัวผู้กระทำการความผิด ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยไปกล่าวหากับพนักงานดีเอสไอซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ กระบวนการหลังจากนี้จะมีการสอบพยานไปเรื่อยๆ 

สำหรับการไต่สวนการตาย นั้นเป็นกระบวนการตามเนื่องมาจากกรณีที่บุคคลนั้นตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานก็ไม่จำเป็นต้องชันสูตรพลิกศพแต่อย่างใด โดยระบุถึง มาตรา 148, 150 และ 152 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน iLaw โพสตผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจด้วยว่า จากการศึกษาข้อกฎหมาย พบว่า การเสียชีวิตของบุคคลที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ จะต้องมีการชันสูตร และไต่สวนการตายในทุกกรณี โดยศาลจะเป็นผู้สั่งว่าผู้ตาย เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

ซึ่งในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่ม 10 เม.ย.นั้น มีคำสั่งศาลมาแล้วว่าผู้ตายถูกกระสุนจากฝั่งทหาร เช่น เกรียงไกร คำน้อย หรือ จรูญ ฉายแม้น เป็นต้น  ส่วนกลุ่ม พ.ค.53 นั้นมีหลายศพที่ศาลมีคำสั่งว่าผู้ตายถูกกระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่เช่นกัน หรือในส่วนของ 6 วัดปทุมฯ ศาลสั่งว่าถูกกระสุนจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร

การไต่สวนการตาย  ‘คดี 10 เมษา 53’

รายละเอียดความคืบหน้าดังนี้

มานะ เขาดิน : ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ

มานะ อาจราญ ลูกจ้างของสวนสัตว์ดุสิตแผนกบำรุงรักษา ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อกลางดึกของวันที่ 10 เม.ย. 53 บริเวณสวนสัตว์ดุสิต ภายหลังการสลายการชุมนุมในช่วงค่ำบริเวณแยกคอกวัวและถนนดินสอสงบลง ทั้งนี้ ลานจอดรถของสวนสัตว์ดุสิตเป็นจุดพักของเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา จำนวนหลายกองร้อย

ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ.56 ระบุว่า  "นายมานะ อาจราญ ถึงแก่ความตายในสวนสัตว์ดุสิตในคืนวันที่ 10 เม.ย.53 โดยถูกกระสุนปืนลูกโดดความเร็วสูงที่ศีรษะทำลายเนื้อสมอง โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ”

ศาลระบุด้วยว่า ผู้ร้องไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุว่าผู้ยิงเป็นทหารหรือบุคคลใด ไม่มีพยานยืนยันการใช้อาวุธปืนของทหารซึ่งมีการนำสืบว่าหมอบอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ แม้ รปภ.สวนสัตว์ดุสิตจะเบิกความว่ามีการยิงของทหารจากด้านในสวนสัตว์โดยยิงเฉียงขึ้นฟ้าไปทางฝั่งรัฐสภา แต่ก็เบิกความว่า ขณะเกิดเหตุกำลังวิ่งเข้าไปที่อาคารจอดรถ ไม่ใช่จุดที่นายมานะถูกยิงเสียชีวิตและไม่ใช่จุดที่พบทหารหมอบอยู่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่เข้าเวรคู่กับนายมานะได้วิ่งออกมาหลังได้ยินเสียงปืนก็พบกับทหารที่หมอบอยู่ ทหารก็ไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายนายบุญมี หากทหารกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ทำร้ายนายมานะ นายบุญมีก็คงถูกยิงเช่นกัน ส่วนแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจแนววิถีกระสุน จำลองแนววิถีกระสุนได้เพียงจุดยิงกว้างๆ ไม่อาจสันนิษฐานว่าเป็นจุดเดียวกับที่ทหารหมอบอยู่ ส่วนปลอกกระสุน 2 ปลอกที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั้น ไม่อาจระบุได้ว่าเป็นกระสุนที่ใช้ยิงผู้ตายหรือไม่ เพราะไม่มีหัวกระสุนมาตรวจสอบ และจากการตรวจสอบอาวุธปืน 29 กระบอกที่กองกำลังค่ายสุรนารีเบิกใช้ก็ไม่ตรงกับปลอกในที่เกิดเหตุ

จรูญ-สยาม หน้า ร.ร.สตรีวิทยา : วิถีกระสุนปืนยิงมาจากฝ่ายเจ้าพนักงาน

สำหรับการไต่สวนการเสียชีวิตของ จรูญ ฉายแม้น ผู้ตายที่ 1 และสยาม วัฒนนุกูล ผู้ตายที่ 2 ถูกยิงเสียชีวิตหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ถ.ดินสอ  ศาลสั่งเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 56 ระบุว่า "วิถีกระสุนปืนยิงมาจากฝ่ายเจ้าพนักงานที่ถอยร่นจากแนวป้องกันบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาไปที่บริเวณซอยข้างวัดบวรนิเวศใกล้แยกสะพานวันชาติ โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ"

ศาลระบุว่า ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องแล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีประจักษ์พยาน 4 ปากอยู่ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ต่างเบิกความยืนยันว่า เห็นประกายไฟจากกระบอกปืนและได้ยินเสียงปืนจากทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ถอยร่นจากแนวป้องกันบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาไปบริเวณซอยข้างวัดบวรนิเวศใกล้สี่แยกสะพานวันชาติ ซึ่งขณะนั้นประจักษ์พยานเห็นผู้ตายทั้งสองล้มลงที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา จึงเชื่อว่าพยานทั้ง 4 ต่างเบิกความไปตามความจริงที่ได้รู้เห็นมา ประกอบกับแพทย์จากนิติเวชที่ชันสูตรศพผู้ตายทั้งสองยืนยันว่านายจรูญ ผู้ตายที่ 1 ถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาลกลาง โดยสาเหตุการตายเกิดจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบพบเศษลูกกระสุนปืน เศษตะกั่ว เศษเหล็กในศพของผู้ตายที่ 1 (จรูญ) ส่วนนายสยาม ผู้ตายที่ 2 เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาลกลาง ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืน ตรวจพบเศษตะกั่วในศพผู้ตายที่ 2 ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนยืนยันว่า เศษลูกกระสุนปืนที่พบในศพของผู้ตายที่ 1 เป็นอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ใช้ในวันเกิดเหตุ และแม้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเศษตะกั่วที่พบในศพผู้ตายที่ 2 มีขนาดเท่าใด แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ตายทั้งสองอยู่ในบริเวณเดียวกันและล้มลงในช่วงระหว่างที่เจ้าพนักงานใช้อาวุธปืนยิงมาทางผู้ชุมนุมที่ติดตามเข้าไป จึงเชื่อว่าผู้ตายทั้งสองถูกกระสุนปืนที่ยิงมาจากบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ คำเบิกความของพยานยังสอดคล้องกับผู้ตรวจวิถีกระสุนในบริเวณที่เกิดเหตุ จากข้อเท็จจริงและเหตุผลทั้งหมดที่ได้วินิจฉัยมา เชื่อได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้งสองนั้น มีวิถีกระสุนปืนที่ยิงมาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ แต่พยานของผู้ร้องทั้งหมดที่นำสืบมา ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ 

เกรียงไกร : ถูกยิงบ่าย 3 วิถีกระสุนมาจากทหาร

เกรียงไกร คำน้อย อายุ 23 ปี โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊ก ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นศพแรกในเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ

โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ค.57 ศาลมีคำสั่งว่า มีนายเกรียงไกร เสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2553  ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง ซึ่งมีวิถีกระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารในการปฎิบัติหน้าที่ขอคืนพื้นที่ จากทางด้านแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ มายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตามคำสั่งของศอฉ. โดยไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ

ซึ่งศาลระบุด้วยว่า เวลา 15.00 น. (วันที่ 10 เม.ย.53)เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงถูกนายเกรียงไกร ที่ยืนอยู่บนทางเท้าข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการที่หน้าอกและลำตัวจนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำตัวนายเกรียงไกร ส่งร.พ.วชิรพยาบาล ต่อมานายเกรียงไกรได้เสียชีวิตลงเนื่องจากเสียเลือดมาก ในวันที่ 11 เมษายน 2553  เนื่องจากหลอดเลือดใหญ่บริเวณอุ้งเชิงกรานฉีกขาดจากกระสุนความเร็วสูงที่ยิงมาจากทางเจ้าหน้าที่ทหาร

ศาลสั่งไม่ทราบใครยิง 'ฮิโรยูกิ-วสันต์-ทศชัย' แต่ 'จรูญ-สยาม' จุดเวลาเดียวกัน สั่งกระสุนมาจากฝ่ายทหาร

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 58 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลมีคำสั่ง คดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพของฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ ชาวญี่ปุ่น ผู้ตายที่ 1 วสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุม นปช. ผู้ตายที่ 2 และทศชัย เมฆงามฟ้า ผู้ชุมนุม นปช. ผู้ตายที่ 3 จากการถูกยิงเสียชีวิตในคืนวันที่ 10 เม.ย. 2553 จากการสลายการชุมนุม นปช. ของ ศอฉ. บนถนนดินสอ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยศาลมีคำสั่งว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำหรือไม่อาจทราบได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้ง 3 มีแนววิถีกระสุนปืนมาจากทิศทางใด (อ่านรายละเอียด)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์