ข่าวปฏิรูปที่ดินอีสาน รำลึก 3 ปี เด่น คำแหล้ หาย "อยู่อย่างยิ่งใหญ่ ตายอย่างมีเกียรติ"

เนื่องในวาระครบรอบการสูญหายของ "เด่น คำแหล้" แกนนำชาวบ้านด้านสิทธิที่ดินบริเวณป่าโคกยาว ชวนถอดบทเรียน ไม่เคยมีหลักประกันใดจากอำนาจรัฐที่จะมารองรับให้ชาวบ้านมีชีวิตอยู่กับป่าได้อย่างมีความสุข นอกจากการยืนหยัดต่อสู้ด้วยสมองและสองมือเปล่าของชาวบ้านเกษตรกรธรรมดาของเราเอง

16 เม.ย.62 เป็นวันครบรอบ 3 ปี การสูญหายตัวไปของ "เด่น คำแหล้" ที่ควรรำลึกถึงความทรงจำของแกนนำชาวบ้านที่เป็นเพียงเกษตรกรชาวไร่ชาวนาคนธรรมดาในการต่อสู้เรียกร้องในสิทธิที่ดินทำกิน

การหายตัวเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 16 เม.ย.59 หลังจากพ่อเด่น เข้าไปหาเก็บหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

ทวงคืนผืนป่า? 'ข่าวปฎิรูปที่ดินอีสาน' เขียนรำลึก 2 ปี ที่ 'เด่น คำแหล้' นักต่อสู้สิทธิที่ดิน หายตัว

1 ปี เด่น คำแหล้ นักสู้สิทธิที่ดินหายตัว เครือข่ายหวังสานเจตจำนง ชี้ปัญหาขาด ก.ม.ต้านอุ้มหาย

แต่ทว่าในวันเดียวกันนั้นพ่อเด่น ยังไม่ได้กลับมาบ้านที่ชุมชนโคกยาว เพื่อเตรียมนำของป่าที่หาได้ เช่น เห็ด หน่อไม้ ไปขายที่ตลาดทุ่งลุยลาย ในช่วงเย็นตามปกติ และก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านอีกนับจากนั้น

การระดมค้นหาไปทั่วในผืนป่าใหญ่จึงเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 18 เม.ย.59 และได้ประสานทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และทหาร ค้นหามาอย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันหลายวัน แต่ไม่มีผู้ใดพบเห็น แม้แต่เงาก็ไม่ปรากฏ

จนเมื่อวันที่ 24 มี.ค.60 ได้พบกางเกง รองเท้า และสิ่งของใช้ โดยสุภาพ คำแหล้ (ภรรยา) ยืนยันว่าเป็นของพ่อเด่น  และวันที่ 25 มี.ค.60 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงตรวจสอบพื้นที่ ได้พบหัวกะโหลกมนุษย์เพิ่มเติม ซึ่งผลตรวจสอบหัวกะโหลกจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานแจ้งว่า มีสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) เดียวกันกับน้องสาวของพ่อเด่น

การสูญหายตัวอย่างปริศนาเป็นที่พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่านายเด่น ได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ลงตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง ในวันที่ 6 ก.ย.61 จากการตรวจสอบพื้นที่ในครั้งนั้น ได้พบวัตถุพยานเพิ่มเติม คือ กระดูกฝ่าเท้า จำนวน 8 ชิ้น

เมื่อ 26 ก.พ.62 สุภาพ คำแหล้ บอกว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่งหนังสือผลการตรวจพิสูจน์รายงานแจ้งให้ทราบว่าวัตถุพยานที่ตรวจสอบนั้นเป็นของนายเด่น คำแหล้

จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจึงควรเป็นภาระหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เข้ามาดำเนินการเพื่อตรวจสอบให้บ่งชัดต่อสังคมว่า ปมปริศนาการหายตัวและการเสียชีวิตนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

สำหรับที่มาของปมปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่ชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ นั้น เจ้าหน้าที่พยายามผลักดันให้ชาวบ้านออกจากที่ทำกินด้วยสารพัดวิธีมาตลอด

โดยเฉพาะหลังจากมีนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า”ชาวบ้านจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามากระทำการข่มขู่ คุกคาม หลายครั้ง เช่น วันที่ 25 ส.ค.57 เจ้าหน้าที่ทหาร ป่าไม้ เข้ามาปิดประกาศคำสั่ง คสช.64/57 ให้อพยพ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ และในวันที่ 6 ก.พ.58 (ตามรูป) เจ้าหน้าสนธิกำลังเข้ามากว่า 100 นาย โดยมีเป้าหมายคือต้องเอาชาวบ้านออกจากพื้นที่ให้ได้ แต่ชาวบ้านยืนยันไม่ยอมออกจากที่ทำกินดั้งเดิมที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ 

ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาปมพิพาท ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์การทวงคืนผืนป่าฯ อย่างเข้มข้น พ่อเด่น เป็นแกนนำในการเรียกร้องสิทธิ และเข้ายื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและเข้าร่วมประชุมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อให้มีแนวทางแกีไขปัญหาในระดับนโยบายกับหน่วยงานรัฐ จนมีมติให้ชะลอการไล่รื้อจนกว่าจะมีกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง 

จนกระทั่งวันที่ 16 เม.ย.59 เด่น คำแหล้ แกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกิน และเป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ได้สูญหายตัวไป 

ในวันนี้(16 เม.ย.62)ครบรอบ 3 ปี การจากไปของ”เด่น คำแหล้ “ที่ควรรำลึกถึงความทรงจำต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน ที่ได้สร้างคุณค่าประโยชน์ที่ดีงามทั้งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อให้ลูกหลานมีที่กินทำกิน จากรุ่นสู่รุ่นสืบไป 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์