1 เดือนเลือกตั้ง 'คปอ.' ค้านอ้างคะแนนดิบ - ส.ว.แทรกแซงเลือกนายกฯ ชวน ปชช.ดันร่าง รธน.ใหม่

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ ออกแถลงการณ์ครบรอบ 1 เดือนเลือกตั้ง คัดค้านการอ้างคะแนนดิบ คัดค้านการแทรกแซงของ ส.ว. 250 คน เรียกร้องพรรคการเมืองและสมาชิกรักษาสัญญา ประณามการซื้อตัว-ข่มขู่ ส.ส. ให้ลงมติสวนพรรค
ชวนสาธารณชนผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และลบล้างมรดกบาปของ คสช.

24 เม.ย.2562 เนื่องในวาระครบรอบ 1 เดือนการเลือกตั้งทั่วไป คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ออกแถลงการณ์ คัดค้านและเรียกร้องจำนวน 4 ประเด็น คือ หนึ่ง คัดค้านการอ้างผลแพ้ชนะด้วยคะแนนดิบ เนื่องจากประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่ใช่การเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาสิ่งชี้วัดว่าใครจะได้จัดตั้งรัฐบาลคือจำนวน ส.ส. เสมอ ไม่ใช่คะแนนดิบ การอ้างเช่นนี้ไม่ยุติธรรมต่อพรรคการเมืองที่วางแผนหาเสียงมาตั้งแต่ต้น สอง คัดค้านการให้สิทธิสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปี เนื่องจาก ส.ว. ทั้ง 250 คนล้วนคัดเลือกมาโดย คสช. จึงย่อมตอบสนองต่อความต้องการของ คสช. ไม่ใช่ของประชาชน

สาม เรียกร้องพรรคการเมืองและสมาชิกปฏิบัติตามสัญญาและจุดยืนที่ให้ไว้ต่อประชาชนในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง และขอประณามการติดสินบนหรือบังคับขู่เข็ญให้ ส.ส. ลงมติสวนทางพรรค

และ สี่ เชิญชวนพรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ร่วมให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือให้มีการทำประชามติว่าจะเลือกใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดระหว่างฉบับ พ.ศ. 2540 ฉบับ พ.ศ. 2550 และฉบับ พ.ศ. 2560 ภายใต้กระบวนการประชามติที่มีเสรีภาพและความเป็นธรรม อีกทั้งลบล้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส.ว. 250 คนจากการแต่งตั้ง ประกาศ คำสั่ง และมรดกบาปอื่น ๆ ของ คสช. ที่เป็นโซ่ตรวนล่ามประเทศให้หมดสิ้นไป

รายละเอียดแถลงการณ์มีดังนี้ : 

แถลงการณ์ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)

เรื่อง ครบรอบ 1 เดือนเลือกตั้ง คัดค้านการอ้างคะแนนดิบ คัดค้านการแทรกแซงของ ส.ว. 250 คน
เรียกร้องพรรคการเมืองและสมาชิกรักษาสัญญา ประณามการซื้อตัว-ข่มขู่ ส.ส. ให้ลงมติสวนพรรค
ชวนสาธารณชนผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และลบล้างมรดกบาปของ คสช.

เป็นเวลาเกือบ 5 ปีหลังจากเผด็จการทหารที่อ้างตนเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กระทำรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 และฉกฉวยช่วงชิงอำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนไป ในที่สุดหลังจากผ่านคำโกหกหลอกลวงของ คสช. หลายครั้ง ผ่านการประท้วงเรียกร้องบนท้องถนนหลายหน ผ่านกระบวนการประชามติที่ไม่มีเสรีภาพและความเป็นธรรม จนมีผู้ถูกจับ ถูกทำร้ายร่างกาย และถูกดำเนินคดีมากมาย ประชาชนไทยก็ได้มีโอกาสใช้อำนาจของของตนอีกครั้งผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562

อย่างไรก็ตาม แทนที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการคืนความหวังสู่สังคมไทย คืนความเป็นปกติสุขในระบอบประชาธิปไตย และคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ผลกลับเป็นตรงกันข้าม เมื่อเวลาผ่านไปครบ 1 เดือนแล้ว แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ทำให้เกิดภาวะชะงักงันไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้เกินกึ่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ยังให้ คสช. เป็นผู้คัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คน ซึ่งจะมีสิทธิร่วมพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีไปอีก 5 ปี และแม้จะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้วแต่มรดกบาปของ คสช. ก็จะยังคงอยู่ต่อไปในนามของประกาศ คำสั่ง และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีซึ่งบังคับให้คณะรัฐมนตรีทุกชุดต้องปฏิบัติตาม พฤติการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนทำให้ประชาชนห่อเหี่ยวสิ้นหวัง เพราะเสียงของประชาชนแทบไม่มีความหมายต่อการเลือกผู้นำมาบริหารประเทศ อำนาจอธิปไตยยังคงอยู่ในมือของเผด็จการทหารและทายาท ความเป็นปกติในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงยังไม่กลับคืนมา

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มพลเมืองผู้ร่วมลงชื่อในเว็บไซต์ change.org ภายใต้ชื่อแคมเปญ “คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี” นั้นยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ยอมรับและนับผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตั้งแต่ต้น รวมทั้งกระบวนการต่อเนื่องภายหลังประชามติด้วย กว่า 2 ปีที่ผ่านมาเราได้จัดเสวนารณรงค์ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้ในประเด็นต่าง ๆ หลายครั้ง เพื่อหวังผลในอนาคตว่าจะมีกระบวนการบอกเลิกให้ประชามติครั้งนี้เป็นโมฆะและมีการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศก็คือปัญหาที่เกิดจากการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นั่นเอง ซึ่งคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) มีข้อเรียกร้องดังนี้

1. ขอคัดค้านการอ้างผลแพ้ชนะด้วยคะแนนดิบ เนื่องจากประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่ใช่การเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาสิ่งชี้วัดว่าใครจะได้จัดตั้งรัฐบาลคือจำนวน ส.ส. เสมอ ไม่ใช่คะแนนดิบ การอ้างเช่นนี้ไม่ยุติธรรมต่อพรรคการเมืองที่วางแผนหาเสียงมาตั้งแต่ต้น เพราะการวางยุทธศาสตร์การหาเสียงเพื่อให้ได้ ส.ส. แต่ละเขตย่อมแตกต่างจากการหาเสียงเพื่อให้ได้คะแนนดิบจากทั้งประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นพรรคที่ได้ ส.ส. มากที่สุดส่งผู้สมัครลงเขตน้อยกว่าพรรคที่ได้คะแนนดิบมากที่สุดถึงเกือบร้อยเขต ซึ่งเมื่อหารเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อเขตแล้วจะได้คะแนนมากกว่า และหากนับคะแนนรวมทุกพรรคที่ประกาศตัวชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. แล้ว จะมีคะแนนดิบมากกว่าพรรคที่ประกาศตัวชัดเจนว่าสนับสนุนหัวหน้า คสช. เกือบสองเท่า

2. ขอคัดค้านการให้สิทธิ ส.ว. 250 คนพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปี เนื่องจาก ส.ว. ทั้ง 250 คนล้วนคัดเลือกมาโดย คสช. จึงย่อมตอบสนองต่อความต้องการของ คสช. ไม่ใช่ของประชาชน ซ้ำยังเปิดช่องให้คัดเลือกแล้วเสร็จภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. อีกด้วย ข้ออ้างที่ว่า ส.ว. มีสิทธิดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะคำถามพ่วงในการทำประชามติ พ.ศ. 2559 นั้นเขียนไว้อย่างกำกวมยากที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจ และเมื่อมีผู้รณรงค์ชี้แจงและคัดค้านก็กลับถูกขัดขวางและจับกุมคุมขัง ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนสามารถระดมทรัพยากรของรัฐเพื่อรณรงค์ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งประชาชนก็ถูกบีบให้รับร่างรัฐธรรมนูญโดยหวังว่าจะมีการเลือกตั้งโดยเร็ว กระบวนการประชามติครั้งนั้นจึงไม่มีเสรีภาพและความเป็นธรรม ดังที่คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ประกาศไม่ยอมรับและนับผลมาโดยตลอด

3. ขอเรียกร้องพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคนให้ปฏิบัติตามสัญญาและจุดยืนที่ให้ไว้ต่อประชาชนในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง และขอประณามการติดสินบนหรือบังคับขู่เข็ญให้ ส.ส. ลงมติสวนทางพรรค ซึ่งเป็นการทำลายระบบพรรคการเมือง และทรยศต่อเสียงประชาชนผู้เลือกพรรคการเมืองนั้น ๆ มา

4. ขอเชิญชวนพรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ร่วมให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือให้มีการทำประชามติว่าจะเลือกใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดระหว่างฉบับ พ.ศ. 2540 ฉบับ พ.ศ. 2550 และฉบับ พ.ศ. 2560 ภายใต้กระบวนการประชามติที่มีเสรีภาพและความเป็นธรรม อีกทั้งลบล้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส.ว. 250 คนจากการแต่งตั้ง ประกาศ คำสั่ง และมรดกบาปอื่น ๆ ของ คสช. ที่เป็นโซ่ตรวนล่ามประเทศให้หมดสิ้นไป เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

จึงเรียนมาเพื่อเชิญชวนให้สาธารณชนพิจารณาและร่วมกันผลักดันต่อไป

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)
24 เมษายน 2562

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์