'ทนายสมานฉันท์แรงงาน' ยันไม่ได้ 'พยายามไกล่เกลี่ยโน้มน้าว' ให้คนงานคนขับรถบรรทุกรับเงินตามที่บริษัทเสนอ

หน.ฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ส่งจดหมายเรียกร้องให้ประชาไทและผู้เขียนบทความแก้ไขข้อความ หลังถูกพาดพิง ยันไม่ได้ 'พยายามไกล่เกลี่ยโน้มน้าว' ให้ตัวแทนคนงานคนขับรถบรรทุกรับเงินตามที่บริษัท ตามที่คนงานให้สัมภาษณ์ลงบทความดังกล่าว

ภาพจาก เว็บไซต์ voicelabour.org

3 พ.ค.2562 ภายหลังจากประชาไทเผยแพร่บทความ 'การต่อสู้เพื่อสิทธิที่หายไปของพนักงานขับรถบรรทุก' ซึ่งเขียนโดย พัชณีย์ คำหนัก นักกิจกรรมแรงงาน กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบทความสัมภาษณ์ เชิด ครเพ็ง อดีตคนขับรถบรรทุกลินฟ้อกซ์ สาขาวังน้อย เพื่อถอดประสบการณ์การต่อสู้คดีของคนงานหลังศาลฎีกามีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2562 ให้บริษัทลินฟ้อกซ์ฯ จ่ายค่าจ้างที่เป็นค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดประจำปีให้แก่พนักงานขับรถบรรทุกที่ถูกเลิกจ้างไปเมื่อปี 2556 รวมแล้วหลายล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 15% นับตั้งแต่วันเลิกจ้างนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ voicelabour.org เผยแพร่จดหมาย พรนารายณ์ ทุยยะค่าย หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ลงวันที่ 28 เม.ย.2562 เรื่อง 'ขอให้แก้ไขข้อความในบทความที่เป็นเท็จ' โดยอ้างอิงถึงบทความดังกล่าว โดย จดหมายของ พรนารายณ์ ระบุว่า ฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า จากการตรวจสอบบทความที่เกี่ยวข้องพบว่ามีข้อความที่กล่าวอ้างถึงคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยในหัวข้อความลำบากในการต่อสู้คดี 1. ข้อความ“....น้าเชิดเล่าว่า ทนายคนที่สองพยายามไกล่เกลี่ยโน้มน้าวตัวแทนโจทก์ให้รับเงินตามที่บริษัทเสนอ ซึ่งน้าเชิดไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากค่าชดเชยต่ำกว่าความเป็นจริงมาก บริษัทเสนอให้เพียง 50,000 บาท ในขณะที่ตนจะต้องได้หลายแสนบาท ดังนั้น ในระหว่างนี้ น้าเชิดและศิริชัย แตงมีแสง ตัวแทนโจทก์อีกคนหนึ่งจึงคิดที่จะถอนทนาย แต่ทนายได้ถอนตัวไปก่อน...” ซึ่งข้อความในบทความบางส่วนไม่ถูกต้อง เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเป็นความเท็จ อันเป็นองค์ประกอบของความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

คสรท. โดยฝ่ายกฎหมาย ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ทนายความที่ช่วยเหลือในคดีนี้ คือข้าพเจ้า ทนายพรนารายณ์ ทุยยะค่าย ที่ท่านอ้างในบทความว่าเป็นทนายคนที่สองพยายามไกล่เกลี่ยโน้มน้าวตัวแทนโจทก์ให้รับเงินตามที่บริษัทเสนอ นั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้อ่านเมื่ออ่านข้อความในบทความดังกล่าวแล้วทำให้เข้าใจว่า ทนายความไม่รักษาผลประโยชน์ให้กับลูกความและเข้าข้างนายจ้างเพื่อให้ลูกจ้างยอมรับเงิน เมื่อไม่ยินยอมจึงขอถอนตัวจากการเป็นทนายความซึ่งข้อความดังกล่าว ทำให้ข้าฯและคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เสียหาย ซึ่งแท้จริงแล้ว คดีนี้ ข้าฯรับเป็นทนายความและจัดทำอุทธรณ์คำพิพากษายื่นต่อศาลฏีกากระทั่งศาลฏีกาเห็นพ้องด้วยในข้อกฎหมายที่ข้าฯได้ต่อสู้ไว้ และมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนมารับฟังข้อเท็จจริงใหม่และให้มีคำพิพากษาตามรูปคดี

ศาลแรงงานกลางจึงได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามลำดับขั้นตอน มีการไกล่เกลี่ย และให้คู่ความรับข้อเท็จจริงเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลฏีกาให้ย้อนสำนวนมาเพื่อฟังข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติ ซึ่งได้มีการนัดหมายตรวจพยานหลักฐานกันหลายครั้ง ท้ายที่สุดได้กำหนดวันนัดสืบพยานฝ่ายจำเลยและโจทก์ โดยศาลมีคำสั่งให้คู่ความส่งบันทึกถ้อยคำก่อนการสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน

จดหมาย พรนารายณ์ ยังระบุต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ ข้าฯ ทำหน้าที่ทนายความไม่ว่าในขั้นตอนใด ไม่เคยมีคำพูดใดที่เป็นการโน้มน้าวให้โจทก์หรือผู้แทนโจทก์คนใดให้รับเงินตามที่นายจ้างเสนอ และฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย มีนโยบายที่ชัดเจนว่า กรณีที่มีการไกล่เกลี่ยตามขั้นตอนของศาลนั้น หากเป็นเรื่องเงินหรือผลประโยชน์ทนายความที่รับทำคดีจะไม่ไปเกี่ยวข้องหรือไปร่วมตัดสินใจให้ ปล่อยให้เป็นเรื่องความพึงพอใจของลูกความเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง และหากการไกล่เกลี่ยนั้นทำให้ลูกจ้างได้รับสิทธิ์น้อยกว่ากฎหมายก็จะแจ้งว่าข้อเสนอของนายจ้างเสนอมานั้นน้อยกว่ากฎหมายกำหนด เว้นแต่ลูกจ้างจะพึงพอใจและยอมรับข้อเสนอนั้นเอง

"ความจริงและสาเหตุที่ทำให้ข้าฯตัดสินใจขอถอนตัวจากการเป็นทนายความโจทก์นั้น สืบเนื่องจากข้าฯและนายเชิด คอนเพ็ง ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 2 และเป็นผู้ติดต่อข้าฯให้ช่วยทำคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลฏีกา มีความคิดเห็นในการต่อสู้ทางคดีที่ไม่ตรงกัน ซึ่งในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลูกจ้างที่เป็นโจทก์ เกิดการแตกแยกแบ่งเป็นกลุ่มๆ ไม่มีความสามัคคีกัน" จดหมายของ พรนารายณ์ ระบุ

จดหมายดังกล่าวยังระบุด้วยว่า โดยก่อนที่จะมีการสืบพยานนั้น ฝ่ายโจทก์ได้แจ้งให้กับศาลทราบว่า ฝ่ายโจทก์จะทำการสืบพยานจำนวน 4 ปาก หลังจากนั้น จึงได้มีการนัดหมาย นายเชิด นายศิริชัย และพนักงานหญิงอีกหนึ่งคน (จำชื่อไม่ได้แต่ทราบว่าเป็นหลานสาวของนายเชิด) มาเพื่อประชุมคดีและจัดทำบันทึกถ้อยคำพยานยื่นต่อศาลตามคำสั่ง ณ สำนักงานสหภาพแรงงานอินโด-รามาเคมีคอลส์ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งในการประชุมคดี ข้าฯเห็นว่าคดีนี้ควรจะนำพยานเข้าสืบจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วยตัวแทนของพนักงานที่ขับรถแต่ละประเภท (หกล้อ / สิบล้อ/รถเทเลอร์/รถหัวลาก) เพื่อให้ครอบคลุมโจทก์ทุกคน แต่นายเชิด เห็นว่าผู้ที่จะขึ้นเบิกความเป็นพยานนั้นควรมีแค่สองคน คือนายเชิด และนายศิริชัย ซึ่งทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่าควรจะนำผู้ใดขึ้นเบิกความเป็นพยานบ้าง ทำให้ความคิดเห็นต่อแนวทางการต่อสู้ไม่ตรงกัน

ข้าฯเห็นว่า หากยังคงฝืนทำคดีในฐานะทนายความโจทก์ต่อไปคงไม่เป็นผลดีต่อรูปคดีเป็นแน่ จึงได้แจ้งต่อนายเชิดฯว่า หากเป็นเช่นนี้ข้าฯคงไม่สามารถที่จะทำหน้าที่เป็นทนายความโจทก์ต่อไปได้ โดยในเวลาต่อมานายเชิดได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ข้าฯทราบว่า ต้องการที่จะเปลี่ยนทนายความ ข้าฯจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนตัวจากการเป็นทนายความฝ่ายโจทก์

จดหมายของพรนารายณ์ ระบุอีกว่า โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าฯทนายพรนารายณ์ ทุยยะค่าย ในฐานะทนายความและหัวหน้าฝ่ายกฎหมายคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย จึงแจ้งมายังท่านเพื่อให้แก้ไขบทความให้ถูกต้องตามความเป็นจริงตามที่ได้ชี้แจงให้ทราบไปข้างต้นโดยด่วน และขอยืนยันว่า ข้าฯไม่เคยโน้มน้าวให้โจทก์หรือผู้แทนโจทก์คนใดให้รับเงินตามที่นายจ้างเสนอ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะดำเนินการแก้ไขข้อความถูกต้องตามความเป็นจริง มิเช่นนั้นข้าฯก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

"คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยได้ให้ความช่วยเหลือคดีนี้ตั้งแต่ชั้นทำคำอุทธรณ์คำพิพากษายื่นต่อศาลฏีกาจนถึงวันขอถอนตัวจากการเป็นทนายความโจทก์ เป็นการให้ความช่วยเหลือฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และไม่เคยเรียกร้องทรัพย์สินใดๆจากลูกจ้างผู้เป็นโจทก์ในคดีนี้" จดหมายของพรนารายณ์ ระบุตอนท้าย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์