ปิยบุตร ยันสูตรคำนวณที่นั่ง ส.ส. พรรคคะแนนไม่ถึง 7.1 หมื่น ต้องไม่มีที่นั่ง

8 พ.ค. 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีคำนวณ และการคิดอัตราส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ว่า คำวินิจฉัยของศาลที่ออกมา ไม่ได้วินิจฉัยว่าให้ กกต.ใช้สูตรใดในการคำนวณ ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับสูตรคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ กกต.จะนำมาใช้อ้าง เพื่อใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

ศาล รธน. วินิจฉัย กม.ลูกปมกำหนดวิธีคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 'ไม่ขัด' รัฐธรรมนูญ

“ไม่ได้หมายความว่า พอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ขัดแล้ว จะกลายเป็นเรื่องสนับสนุนให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนำมาใช้อ้างเพื่อจพใช้สูตรการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบบ 27 พรรคได้ มันคนละเรื่องกัน กกต. ยังคงใช้มาตรา 128 (พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.) และมาตรา 91 ในรัฐธรรมนูญเป็นพื้นในการคำนวณ...ผมยืนยันว่าต้องใช้เจ็ดหมื่นหนึ่งพันคะแนน และพรรคไหนได้คะแนนไม่ถึงจะนำมาคำนวณไม่ได้” ปิยบุตร กล่าว

ปิยบุตร กล่าวต่อว่าหากมีการใช้สูตรคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ แบบ 27 พรรค จะทำให้พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. จะมีเสียงรวมกันเพียง 240 กว่า ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเพิ่มเติมว่า ความต่างของการคำนวณที่นั่ง ส.ส. ที่ถกเถียงกันในช่วงที่ผ่านมานั้นมีปมปัญหาหลักคือ การจะนำพรรคการเมืองที่ได้คะแนนไม่ถึงตัวเลขสัดส่วนคะแนนเสียงต่อ ส.ส. 1 คน (นำคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองทุกพรรคได้รับหารด้วยจำนวนที่นั่ง ส.ส. ทั้งหมด) ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้มีตัวเลขประมาณ 71,000 เสียง

ซึ่งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (5) ระบุว่า ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เท่ากับหรือสูงกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ให้พรรคการเมืองนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจํานวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับ การจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่ำกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจํานวนที่จะพึงมีได้ตาม (2) (หมายเหตุ (2) คือการนำคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองทุกพรรคได้รับหารด้วยจำนวนที่นั่ง ส.ส. ทั้งหมด)

ดังนี้หากยึดตามเงื่อนไขว่า “ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจํานวนที่จะพึงมีได้” นั้นจะส่งผลให้ พรรคที่มีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่มีที่นั่งในสภาผู้แทน ทำให้มีผู้แทนในสภาทั้งหมดจาก 16 พรรคการเมือง

แต่หากไม่ได้ยึดตามเงื่อนไขดังกล่าวนั้น แล้วมีการจัดสรรที่นั่งให้กับพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์ตาม (2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะส่งให้

ผลความแตกต่างจากการใช้สูตรคำนวณที่นั่ง ส.ส. แบบ 18 พรรคการเมือง กับ 27 พรรคการเมือง จะส่งผลให้ที่นั่งของพรรคอนาคตใหม่หายไป 6 ที่นั่ง มีผู้แทนในสภาทั้งหมดจาก 27 พรรคการเมือง ให้พรรคอนาคตใหม่ที่นั่งหายไป 7 ที่นั่ง ขณะที่พรรคการเมืองที่ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น บางพรรคการเมืองได้รับคะแนนจากการเลือกตั้งประมาณ 30,000 กว่าเท่านั้น

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น