สหรัฐฯ กดดันสภาอาร์กติกจนต้องแถลงการณ์ปัญหา 'โลกร้อน' แบบอ้อมๆ

แถลงการณ์ปีล่าสุดของสภาอาร์กติก ถูกกดดันไม่ให้พูดถึงปัญหาเรื่อง "โลกร้อน" หรือ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" ด้วยถ้อยคำตรงๆ เพราะตัวแทนสหรัฐฯ ไม่ให้ใช้คำเหล่านั้น ประธานระบุ มีเพียงเสียงส่วนน้อยจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ปฏิเสธปัญหาโลกร้อน ด้าน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ใช้เวลาส่วนมากพูดเรื่องอิทธิพลจีนในอาร์กติก และมองว่าน้ำแข็งละลายก็ยิ่งเดินเรือสะดวก

ที่มาภาพ:pixnio

9 พ.ค. 2562 ตัวแทนของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์จากสหรัฐฯ กดดันกลุ่มสภาอาร์กติก ทำให้พวกเขาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมาโดยไม่ได้ระบุถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกหรือปัญหาโลกร้อนด้วยคำที่ตรงตัว

องค์กรสภาอาร์กติกเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีสมาชิกเป็นรัฐบาลและกลุ่มชนพื้นเมืองจากประเทศแถบมหาสมุทรอาร์กติก องค์กรนี้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2539 แต่ในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สภาไม่สามารถแถลงการณ์เกี่ยวกับปัญหาปัญหาโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญระดับต้นได้ ทูตในการประชุมเจรจาเปิดเผยว่าสาเหตุมาจากทางการสหรัฐฯ ยืนยันที่จะไม่ให้มีการเอ่ยถึงข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน หรือ “ข้อตกลงปารีสว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ”

การกดดันไม่ให้พูดถึงในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าสังเกตเพราะนักวิทยาศาสตร์เคยเตือนว่ามหาสมุทรอาร์กติกกำลังร้อนขึ้นเร็วมากกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในที่อื่นๆ ของโลก สาเหตุเป็นเพราะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทิโม โซลนี ประธานสภาอาร์กติกซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฟินแลนด์กล่าวว่า ในหมู่ตัวแทนองค์กรสภาอาร์กติกนี้มีเสียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ต่อต้านปฏิบัติการแก้ไขปัญหาโลกร้อน เสียงส่วนใหญ่ต่างมองว่าภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาท้าทายสำคัญที่กลุ่มประเทศอาร์กติกต้องเผชิญและต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในแถลงการณ์ของพวกเขายังระบุถึงรายละเอียดการแก้ไขปัญหาในหลายประเด็นเช่นปัญหามลพิษทางทะเล และการช่วยเหลือประชาคมอาร์กติกในการปรับตัวกับการที่ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) เริ่มละลาย

แถลงการณ์ของสภาอาร์กติกยังระบุอีกว่าพวกเขายินดีที่จะทำตามข้อตกลงปารีสและเน้นเรื่องความน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับวิกฤตขาดแคลนอาหารภายในปี 2583 ที่องค์การสหประชาชาติประเมินไว้ว่าจะเกิดขึ้นถ้าหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจโลก

แถลงการณ์ที่ทางสภาอาร์กติกจะนำเสนอนั้นต้องได้รับความยินยอมแบบฉันทามติในเนื้อหาจากประเทศสมาชิกทุกประเทศก่อนถึงจะนำเสนอออกมาได้

สำหรับการแถลงถึงปัญหาโลกร้อนโดยไม่ได้พูดถึงคำว่า "โลกร้อน" ในครั้งนี้ยังมีกลุ่มชนพื้นเมืองที่เป็นสมาชิกสภาอาร์กติกพูดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการกร่อนลงของชั้นหินเยือกแข็งคงตัวซึ่งหมายถึงชั้นดินใต้ฟืนโลกที่เป็นน้ำแข็ง การเกิดไฟป่า การกัดเซาะชายฝั่งทะเล และการละลายของทะเลน้ำแข็งซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในแถบอาร์กติกมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว

ขณะที่ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งแถลงเป็นคนสุดท้ายบอกว่าสหรัฐฯ มีพันธกิจในการปกป้อง "ระบบนิเวศที่เปราะบาง" ของอาร์กติก แต่ก็ใช้เวลาส่วนมากในการแถลงเน้นพูดถึงเรื่องการแผ่ขยายอิทธิพลจีนในภูมิภาคอาร์กติกมากกว่า

สื่อของสหรัฐฯ รายงานว่าสมาชิกสภาอาร์กติกรู้สึก "ตะลึง" กับถ้อยแถลงของปอมเปโอและจุดยืนของสหรัฐฯ รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าปอมเปโอเองพยายามเลี่ยงใช้คำว่า "โลกร้อน" หรือ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" ในการพูดถึงปรากฏการณ์ แต่หันไปใช้กลุ่มคำว่า "เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ในปี 100 ปีข้างหน้า"

นอกจากนี้ปอมเปโอยังแถลงในทำนองให้ความชอบธรรมกับการขูดรีดทรัพยากรธรรมชาติจากอาร์กติกต่อไป รวมถึงอ้างว่า "การลดลงของทะเลน้ำแข็งจะทำให้เกิดช่องทางเดินเรือใหม่และโอกาสใหม่ๆ ในการค้า"

ซึ่งเรื่องเหล่านี้มองข้ามอันตรายจากปรากฏการณ์ที่เป็นกระทบมาจากโลกร้อน โดยที่ศูนย์ด้านหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐฯ เคยเตือนไว้ว่าน้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์กติกกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว ภูเขาน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือมีความสูงลดลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

เรียบเรียงจาก

U.S. Pressure Blocks Declaration on Climate Change at Arctic Talks, The New York Times, May 7, 2019

Pompeo Cheers 'Opportunity' in Arctic From Climate Change as America Blocks Resolution Language, Common Dreams, May 7, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์