สุพจ จริงจิตร: อย่ายุติเพราะลาออก

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ขณะที่บรรดาคอการเมือง กำลังจดจ่ออยู่กับรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. จากเขตเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศรับรอง

“มติชนออนไลน์” วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ก็อัพโหลดข่าวเล็ก ๆ ขี้นสู่โลกออนไลน์

นายสามารถ นาคสกุล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม ยื่นใบลาออก โดยอ้างอิงที่มาของรายงานข่าวชิ้นนี้ว่า ได้มาจากสำนักงานกรรมการการเลือกตั้งปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ขณะที่วันต่อมา วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ความสนใจของบรรดาคอการเมือง ต่างมุ่งไปที่สูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่ กกต. นำมาใช้ และรายชื่อ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่ กกต. ประกาศรับรอง

ข่าวเล็ก ๆ เรื่องการลาออกของผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม จึงไม่อยู่ในความสนใจของผู้คน

ผมจึงใคร่จะบันทึกเหตุการณ์การเลือกตั้งที่นครปฐม เขต 1 เก็บไว้บนโลกออนไลน์ เผื่อวันหน้าวันหลังจะได้นำกลับมาทบทวนเตือนความจำกันได้มั่ง

อย่างที่ทราบกันทั่วไปว่า การจัดการเลือกตั้ง ที่จังหวัดนครปฐมคราวนี้ วุ่นวายมากมายทีเดียว ที่เห็นได้ชัดเจนก็ในเขตเลือกตั้งที่ 1

เรื่องเริ่มต้นง่าย ๆ ตรงที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เอาชนะผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่แค่เฉียดฉิว 147 คะแนน

ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ เอาคะแนนดิบจากหน่วยเลือกตั้งมารวมกันแล้ว พบว่าตัวเองชนะพรรคประชาธิปัตย์ จึงร้องให้ กกต. นับคะแนนใหม่

ขณะที่นับคะแนนใหม่ใกล้จะแล้วเสร็จ พรรคประชาธิปัตย์ก็ประกาศชัยชนะ ด้วยคะแนนที่ได้มากกว่าผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ 4 คะแนน

ความวุ่นวายเริ่มขึ้น เมื่อทาง กกต. ประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการว่า ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ชนะผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ 62 คะแนน

พรรคประชาธิปัตย์ขอให้ตรวจสอบผลคะแนนอีกครั้ง กระทั่งพบว่าในหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ทางเจ้าหน้าที่นำคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ไปลงในช่องของพรรคประชาภิวัฒน์ 66 คะแนน

เมื่อนำ 66 คะแนน คืนกลับมาให้พรรคประชาธิปัตย์ ผลการเลือกตั้งก็พลิกกลับมาเป็นพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง ด้วยคะแนนที่ได้มากกว่าพรรคอนาคตใหม่แค่ 4 แต้ม

พรรคอนาคตใหม่ออกมาขอให้ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่ประสพความสำเร็จ

สำหรับผมแล้ว ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คะแนนเลือกตั้งหรอกครับ

ปัญหาอยู่ที่จำนวนบัตรผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ในการนับครั้งที่ 2 ดันไม่ตรงกับที่นับครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562

จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนนมีจำนวนเพิ่มขึ้น ในการนับครั้งที่ 2 ถึง 25 บัตร เป็นอย่างน้อย

กล่าวคือ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 กกต. นครปฐมเขต 1 ประกาศว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 112,168 คน

ทว่า ในการนับคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2562 ประกาศผลรวมคะแนนของ กกต. เขต 1 นครปฐม จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนนมี 112,183 บัตร

จำนวนบัตรเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ถึง 15 บัตร

เมื่อดูรายงานผลการนับคะแนนใหม่ของหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ตำบลวังเย็น อำเภอเมืองนครปฐม พบว่าจำนวนบัตรน้อยกว่าผลรวมของบัตรดี บัตรเสีย และบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด เมื่อคราวนับครั้งแรก 10 บัตร

การนับคะแนนใหม่ จึงมีจำนวนบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้น 25 บัตร เป็นอย่างต่ำ

จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่เลือกผู้ใด ซึ่งเป็นบัตรที่ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลง พบว่าในการนับครั้งที่ 2 กลับมีจำนวนลดลง 4 บัตร เมื่อเทียบกับผลการนับคะแนนครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562

การนับคะแนนคราวแรก กกต. นครปฐมเขต 1 ประกาศว่า มีบัตรที่ไม่เลือกผู้ใด 2,953 บัตร

ขณะที่การนับคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2562 กกต. รายงานผลว่า มีบัตรไม่เลือกผู้ใด 2,949 บัตร

จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีข่าวว่า ทาง กกต. ได้ชี้แจงต่อผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง หรือมีความพยายามจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่า ทำไมจำนวนบัตรเลือกตั้ง จากการนับคะแนน 2 ครั้ง จึงไม่ตรงกัน

ขณะที่ผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งคือ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม ได้ยื่นหนังสือขอลาออกไปแล้ว

หวังว่าเรื่องนี้ จะไม่ยุติลงเงียบ ๆ เพียงเพราะผู้รับผิดชอบลาออก

จึงขอบันทึกเหตุการณ์เล็ก ๆ นี้ไว้บนโลกออนไลน์ เผื่อวันหนึ่งอาจจะต้องนำข้อมูลข้างต้นกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์