พลิกฟื้นชุมชนคนคลองเปรมฯ-สช.แนะใช้ธรรมนูญสุขภาพร่วมหาทางออก

ภาคประชาชน หน่วยงานรัฐ วิชาการ พูดคุยหาแนวทางพัฒนาคลองเปรมประชากร ตามโครงการสานใจ สานพลัง พลิกฟื้นประวัติศาสตร์วิถีชุมชนคนคลองเปรมสู่สายน้ำและลำคลอง และแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลอง การพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร ให้ชุมชนมีส่วนร่วม ด้าน สช. แนะใช้เครื่องมือธรรมนูญสุขภาพสร้างกติกา วางอนาคตการอยู่ร่วมกันในพื้นที่

31 พ.ค.2562 กลุ่มงานสื่อสารสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รายงานว่าาเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดดอนเมือง กรุงเทพฯ มีการจัดประชุม ‘สานใจ สานพลัง พลิกฟื้นประวัติศาสตร์วิถีชุมชนคนคลองเปรมสู่สายน้ำและลำคลอง’ โดยมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม แกนนำชุมชน และพระภิกษุ

พระปริยัติโศภณ เจ้าอาวาสวัดดอนเมือง กล่าวว่า งานครั้งนี้ถือเป็นการจุดประกายให้ผู้ที่อยู่ริมคลองเปรมประชากรมาช่วยกันดูแลคลองที่อยู่อาศัย โดยมีสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหัวเรือใหญ่ เกิดเป็นพลังแห่งความสามัคคี

ขณะที่ สุรศักดิ์ เรียงเครือ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่สำคัญเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยหนึ่งในนั้นคือ กิจกรรมรณรงค์สร้างการรับรู้และนำองค์ความรู้มาพัฒนาคลองเปรมประชากรและคลองสาขาซึ่งจัดมาแล้วถึง 3 ครั้ง การจัดในครั้งนี้ประกอบด้วยคณะสงฆ์และแกนนำชุมชนในพื้นที่ที่อยู่บริเวณริมคลองเปรมประชากรและคลองสาขา ทั้งในกรุงเทพฯ ปทุมธานี และอยุธยา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนริมคลองเปรมประชากร

“โครงการเฉลิมพระเกียรติส่วนใหญ่เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนริมน้ำมีความสุขมีสุขภาวะที่ดีและสร้างการตระหนักรู้ไปด้วยกัน นี่คือจุดประสงค์ของการดำเนินงานครั้งนี้ ซึ่งจะขยายไปใช้ในลำน้ำทั่วประเทศต่อไป”

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายถึงอดีตของคลองเปรมประชากรโดย เอนก นาวิกมูล เล่าว่า “คลองเปรมประชากร รัชกาลที่ 4 มีดำริให้สร้างมาก่อน โดยมีหลักฐานอยู่ในหนังสือพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ปี 2049 แต่มาดำเนินการขุดจริงในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ปี 2412 ต้นคลองอยู่ที่วัดโสมนัส ผ่านวัดเบญจมบพิตร โดยจะมีหลักบอกระยะทางทุกๆ 4 กิโลเมตรหรือ 100 เส้น คำว่าหลักสี่จึงมีที่มาจากหลักบอกระยะการขุดคลอง รัชกาลที่ 5 ทรงให้ขุดคลองนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางตรงไปยังอยุธยาได้ง่ายขึ้น โดยไปออกที่บ้านบางเคียน อำเภอบางปะอิน คลองนี้ถือเป็นคลองเฉลิมพระเกียรติสายแรกของรัชกาลที่ 5”

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากรไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 9 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2570 แบ่งเป็น 4 ภารกิจ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของคลอง การพัฒนาชุมชนคลองเปรมประชากร การสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม และมาตรการด้านกฎหมายเพื่อคลี่คลายอุปสรรคในการดำเนินการต่างๆ โดยทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. รับหน้าที่ดูแลภารกิจที่ 2

ธนัช นฤพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า พื้นที่ที่ พอช. รับผิดชอบเริ่มตั้งแต่วัดเสมียนนารีจนถึงหลักหกรวมระยะทาง 17 กิโลเมตร ประชาชนริมคลองยังสามารถอาศัยอยู่ที่เดิมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทาง พอช. จะเข้าไปออกแบบผังชุมชนอย่างมีส่วนร่วมและรักษาเอกลักษณ์ของคลองเปรมประชากรไว้ให้มากที่สุด เป็นการจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่ให้สอดรับกับแผนแม่บท

ทางด้าน อรพรรณ ศรีสุขวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือจะรักษาความเป็นคลองเปรมประชากรไว้อย่างไร โดยให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องดูแลเอง จัดการกันเอง และรวมถึงหน่วยงานรัฐด้วย ซึ่งจำเป็นต้องมีเครื่องมือสำหรับการดำเนินงาน

อรพรรณ กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ระบุถึงคำว่าสุขภาพที่กินความทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และมี มาตรา 5 ระบุว่า “ประชาชนมีสิทธิในการดํารงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ” กฎหมายจึงให้เครื่องมือไว้หลายชนิดเพื่อสนับสนุนการทำงาน เช่น ธรรมนูญสุขภาพ สมัชชาสุขภาพ การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เป็นต้น

“สิ่งที่จะทำต่อไปนี้อาจเรียกว่าเป็นนโยบายสาธารณะ แต่ก่อนพูดว่านโยบายมักคิดถึงรัฐ แต่ภาคประชาชนในพื้นที่ก็มีความต้องการ และเป็นคนที่อยู่กับคลองมาทั้งชีวิต มีภูมิปัญญา บางครั้งความต้องการไม่ตรงกัน จึงต้องมีการสร้างนโยบายแบบมีส่วนร่วม เชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมานั่งคุยกัน และตัดสินในร่วมกันบนฐานข้อมูลข้อเท็จจริงและเหตุผลเชิงประจักษ์”

อรพรรณ แนะนำว่า ชุมชนอาจนำเครื่องมือที่เรียกว่าธรรมนูญสุขภาพมาใช้ในการดำเนินการพัฒนาชุมชนได้ เพราะกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด แต่ต้องอาศัยความเห็นพ้องของชุมชนเข้ามาจัดการ ซึ่งปัจจุบันมีธรรมนูญสุขภาพแล้วกว่า 400 ฉบับทั่วประเทศ

“การทำธรรมนูญสุขภาพคือการวาดภาพอนาคตหรือการแก้ปัญหาของพื้นที่ วิธีการสร้างธรรมนูญต้องใช้รัฐ ประชาชน และภาควิชาการมาร่วมกัน ธรรมนูญสุขภาพจึงเป็นเป้าหมาย กติกา ข้อตกลง เป็นสิ่งที่คนในชุมชนอยากเห็น อยากมี อันนำไปสู่การมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน เช่น การจัดการปัญหาคนทิ้งขยะ ใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ชุมชนต้องสร้างจิตสำนึกโดยมีข้อตกลงร่วมกัน” อรพรรณ กล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์