ตาก : ศาลฎีกาสั่งเหมืองแร่จ่ายค่าเสียหายผู้ป่วยแคดเมี่ยม

ศาลฎีกาแผนกสิ่งแวดล้อมพิพากษาให้บริษัทเหมืองแร่จ่ายชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสารแคดเมี่ยม จ.ตาก

21 มิ.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก สุรพงษ์  กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนาและอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกสิ่งแวดล้อมได้มีคำพิพากษาให้บริษัทผาแดงอินดัสตรี จำกัด(มหาชน) และบริษัทตากไมนิ่ง จำกัด ร่วมกันจ่ายชดเชยค่าเสียหายแก่ชาวบ้านทั้งชาวไทยเชื้อสายไทยและชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ในตำบลแม่กุ พระธาตุผาแดง และแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ได้รับความเสียหายเจ็บป่วยจากสารแคดเมี่ยม จากผลกระทบการกระทำเหมืองแร่ของบริษัททั้งสองรวม 20 ราย เป็นเงินตั้งแต่ 20,200 – 104,000 บาท

ชาวบ้านลุ่มน้ำแม่ตาว ประกอบด้วย 3 ตำบล ได้แก่ตำบลแม่กุ พระธาตุผาแดง และแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  ที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลเนื่องจากกิจกรรมทำแร่สังกะสีของบริษัทผาแดงอินดัสตรี จำกัด(มหาชน) และบริษัทตากไมนิ่ง จำกัด  โดยมีผลการตรวจดิน ข้าว และการตรวจเลือดในร่างกายยืนยัน  ได้ทยอยยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อบริษัททั้งสองตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 รวมทั้งฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมต่อศาลปกครอง

จนวันที่ 14 ส.ค.2556 ศาลปกครองพิษณุโลกได้อ่านคำพิพากษา ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนดให้บริเวณลุ่มน้ำแม่ตาว เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ต่อมาในวันที่ 13 พ.ย. 2561 ศาลฎีกาแผนกสิ่งแวดล้อมได้อ่านคำพิพากษา ให้บริษัททั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการทำกิจกรรมเหมืองแร่จำนวน 155 คน  เป็นเงินตั้งแต่ 10,000 – 280,000 บาท แตกต่างกันตามความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้

สุรพงษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า มีข้อสังเกตว่า เมื่อปี 2561 ศาลฎีกาให้บริษัททั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องทุกคนทั้ง 155 คนที่อาศัยอยู่และทำกินบริเวณลำห้วยแม่ตาว  แต่คำพิพากษาศาลฎีกาล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562  ศาลฎีกาให้ชดใช้ค่าเสียหายเฉพาะผู้ที่มีผลการตรวจและรายงานการรักษาจากโรงพยาบาลเท่านั้น  ทำให้ชาวบ้านได้รับการชดใช้ค่าเสียหายเพียง 20 คน จากผู้ยื่นฟ้อง 84 คน  และแตกต่างจากกรณีการปนเปื้อนสารตะกั่วจากกิจกรรมเหมืองแร่ ที่ลำห้วยคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ชาวบ้านชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงได้รับการชดใช้ค่าเสียหายทุกคน  และมีจำนวนเงินในแต่ละรายมากกว่ากรณีแคดเมี่ยมที่ลุ่มน้ำแม่ตาวมาก  ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความยากลำบากในการพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย สังคม และสิ่งแวดล้อม

ญาณพัฒน์ ไพรมีทรัพย์ แกนนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

ญาณพัฒน์ ไพรมีทรัพย์ แกนนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า เงินที่ได้รับจากกระบวนการยุติธรรมเป็นเงินที่มีจำนวนน้อยมาก เฉลี่ยต่อรายเป็นเพียงหลักหมื่น ปัจจุบันชาวบ้านยังมีการเจ็บป่วยอยู่ตลอดมา  บางคนมีอาการทางโรคไต บางคนหลังคู้งอ  มีอาการปวดตามข้อต่างๆ  อีกทั้งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทั้งในพื้นที่เหมืองแร่เดิมที่ปิดทำการไปแล้ว ในห้วยแม่ตาวตลอดจนในชุมชน ก็ยังไม่เกิดขึ้น  ชาวบ้านยังคงได้รับอันตรายจากสารพิษจนปัจจุบัน

ญาณพัฒน์ กล่าวอีกว่า อยากให้มีการศึกษาจุดรั่วไหลจากเหมืองแร่ให้ชัดเจน จะได้ทราบจุดกำเนิดและทิศทางรั่วไหลแพร่กระจายมลพิษ เพื่อจะได้แก้ไขกำจัดมลพิษและฟื้นฟูได้ถูกจุด  รวมทั้งเร่งประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม  เนื่องจากหลังจากมีคำพิพากษาศาลปกครองในปี 2556 ก็ยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้พื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาวเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมออกมาเลย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์