ชาวเช็ก 250,000 คนประท้วงใหญ่สุดหลังยุคคอมมิวนิสต์ เหตุนายกฯ โกงเงินอียู 

จากเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในสาธารณรัฐเช็กเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมามีการประเมินจากสื่อต่างประเทศว่าเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคสมัยคอมมิวนิสต์ โดยเป็นการประท้วงกรณีฉ้อโกงเงินอียูของนายกรัฐมนตรี อังเดรจ บาบิส รวมถึงต่อต้านการที่บาบิสแต่งตั้งคนใกล้ชิดของตัวเองเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม

ธงชาติเช็ก (ที่มา:flickr/Sebastien Avenet)

26 มิ.ย. 2562 ผู้ชุมนุมในสาธารณรัฐเช็กประท้วงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อังเดรจ บาบิส ออกจากตำแหน่ง โดยมีการประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมอยู่ที่ราว 250,000 คน ผู้ชุมนุมประท้วงที่สวนสาธารณะใกล้กับย่านใจกลางเมืองของกรุงปราก 

การชุมนุมของประชาชนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงอย่างต่อเนื่องเพื่อโต้ตอบกรณีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคนใกล้ชิดของเขาคือ มารีย์ เบเนโชวา เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม การแต่งตั้งดังกล่าวมีขึ้น 1 วันหลังจากที่ตำรวจเสนอให้ตั้งข้อหานายกรัฐมนตรีในเรื่องการฉ้อโกงเงินทุนสนับสนุนของสหภาพยุโรป 2 ล้านยูโร (ราว 70 ล้านบาท) ผู้ประท้วงจำนวนมากกังวลว่าเบเนโซวาจะไม่ดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาต่อบาบีส

สื่อต่างประเทศหลายแห่งระบุว่าการประท้วงในครั้งนี้เป็นการประท้วงใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การสิ้นสุดการปกครองแบบคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2532 โดยสถานที่จัดการชุมนุมในครั้งนี้ยังมีความสำคัญทางสัญลักษณ์ในแง่การใช้สถานที่ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในวันที่ 25 มิ.ย. 2532 ที่มีผู้ชุมนุมราว 800,000 คนในช่วง 4 วันก่อนการสิ้นสุดของระบอบคอมมิวนิสต์ในเช็ก

บีบีซีระบุว่าผู้จัดการประท้วงในครั้งนี้คือกลุ่ม 'ช่วงเวลาของคนนับล้านสำหรับประชาธิปไตย' ซึ่งมาจากการริเริ่มของกลุ่มนักศึกษาไม่กี่คนจนกระทั่งกลายเป็นการประท้วงของประชาชน มีผู้คนเข้าร่วมในแต่ละครั้งมากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่า 100,000 คนที่จัตุรัสเวนเซสลาส ซึ่งเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการประท้วงคอมมิวนิสต์ในปี 2532

ผู้คนประท้วงด้วยการโบกธงและถือป้ายที่เรียกร้องให้บาบิสลาออก ป้ายบางแผ่นก็เขียนว่า "บาบิส จอมขี้โกงหนักสุดในการเมืองเช็กนับตั้งแต่ปี 2532" และมีป้ายที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษระบุว่า "เรียนอียู อย่าคอยหล่อเลี้ยงระบอบคณาธิปไตย" นอกจากเรื่องของบาบิสแล้วผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้ถอดถอนเบเนโชวาจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและขอให้มีการสืบสวนอย่างอิสระในกรณีบาบิส รวมถึงให้มีการหยุดธุรกรรมทุกอย่างเกี่ยวกับอะโกรเฟิร์ต

นักศึกษารายหนึ่งชื่อปาเวล สโตจาสปาล กล่าวว่า "บาบิสคิดว่าแค่เขาได้รับเลือกตั้งเข้ามาเพียงครั้งเดียวเขาจะทำอะไรก็ได้" สโตจาสปาลบอกอีกว่าเขาไม่ได้หวังว่าการประท้วงจะเปลี่ยนแปลงบาบิส แต่หวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้

สำหรับกรณีอื้อฉาวของบาบิสนั้น เมื่อไม่นานนี้สื่อในเช็กได้ข้อมูลการตรวจสอบบัญชีขั้นต้นของคณะกรรมการสหภาพยุโรประบุว่า บาบิสผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเช็กได้ละเมิดกฎเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือจากอียูต่อบริษัทอะโกรเฟิร์ตที่เขาเป็นเจ้าของ ตำรวจเช็กกำลังสืบสวนการฉ้อโกงเงินอุดหนุนตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ที่บาบิสแอบซ่อนการเป็นเจ้าของฟาร์มและศูนย์การประชุมเพื่อให้ตัวเองเข้ากับคุณสมบัติการรับเงินช่วยเหลือสำหรับธุรกิจรายย่อย โดยเมื่อนับรวมจากเงินช่วยเหลือที่ฉ้อโกงมากับกับการที่เขานำมันมาแสวงหาผลกำไรจากบริษัทตัวเองต่อแล้วเขาต้องคืนเงินให้กับอียูถึง 17.5 ล้านยูโร (ราว 612 ล้านบาท)

บาบิสโต้ตอบรายงานของอียูว่าเป็น "การโจมตีสาธารณรัฐเช็ก" และปฏิเสธจะไม่คืนเงินช่วยเหลือโดยอ้างว่ามัน "ไม่ได้ละเมิดกฎหมายข้อใดของเช็กหรือของยุโรป" ทว่าสื่อโปลิติโคระบุว่าบาบิสรู้สึกถูกกดดันจากทั้งการประท้วงและจากอียู โดยที่บาบิสให้สัมภาษณ์ต่อโปลิติโคว่าการประท้วงเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เขาอนุญาตให้ประชาชนประท้วงต่อต้านเขาหรือรัฐบาลได้ และ "เคารพในสิทธิที่พวกเขาจะทำ"

เรียบเรียงจาก

Czechs march in biggest anti-government protest since communism, Politico, Jun. 23, 2019

Czech Republic protests: Andrej Babis urged to quit as PM, BBC, Jun. 23, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์