มุมมองของเพื่อนถึง จ่านิว นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ถึง ทุกๆ คนที่รักประชาธิปไตย และที่นิยมเผด็จการ 

ท่ามกลางสังคมที่ไม่เสรี ไม่เป็นประชาธิปไตย จ่านิวเป็นนักต่อสู้ที่โดดเด่นคนหนึ่งในตลอดหลายปีมานี้ จ่านิวเคยพูดติดตลกว่า การที่เขาเป็นนักเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง ก็เพราะเขาได้ D ในวิชารัฐศาสตร์เบื้องต้นตั้งแต่ปี 1 เทอม 1 แล้ว ซึ่งนักเรียนรุ่นเดียวกันก็มีชะตากรรมเดียวกับจ่านิวจำนวนมาก ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าเขาจะตั้งใจเรียนแก้ตัวในเทอมถัดไปให้ขึ้น ก็ไม่มีทางได้เกียรตินิยมแล้ว นั่นหมายความว่าแรงจูงใจของจ่านิวนั้นหมดไป และจุดนั้นก็เริ่มเอาดีในทางการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย จนสุดท้ายเป็นนักกิจกรรมทางการเมือง

อันที่จริง หลายๆ คนก็วิจารณ์จ่านิวว่าการทำกิจกรรมของจ่านิวมีการจัดกิจกรรมที่ซ้ำซาก น่าเบื่อ มุกเดิม ไม่สามารถยกระดับให้มวลชนขยายตัวได้ แต่เราต้องอย่าลืมว่า จ่านิวไม่ได้มีทรัพยากรมากมายขนาดนั้น จ่านิวเป็นคนธรรมดาที่ดิ้นรนชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะครอบครัวไม่ได้มีพร้อมขนาดนั้น ถ้าเรามองอย่างจิตใจเป็นธรรม จ่านิวก็จัดกิจกรรมตามสภาพ เงินในการทำกิจกรรมก็ได้จากการที่ผู้รักประชาธิปไตยร่วมระดมคนละเล็กคนละน้อยผสมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จ่านิวได้ขับเคลื่อนประเด็นเกินศักยภาพที่เขามีอย่างมาก ยิ่งกว่าคนที่มีศักยภาพ แต่ไม่ได้ผลักดันอะไรเสียอีก 

อีกประเด็นหนึ่งที่คนมักมองว่า จ่านิว เป็นนักต่อสู้ที่ชูบุคคลตัวเองเป็นหลัก ผมในฐานะผู้ให้การสนับสนุน ผู้ที่ร่วมจัดกิจกรรม และอยู่ในขบวนเดียวกัน ผมขอบอกไว้ว่า ผมกับเพื่อนๆ ที่ร่วมต่อสู้ก็ช่วยสนับสนุนจ่านิว ด้วยความสัตย์จริง ผมเป็นคนที่ปราศัยไม่ได้เรื่อง พูดน่าเบื่อ วาทะศิลป์ไม่ค่อยจะมี แต่เพื่อนๆ ที่ร่วมงานทุกคนรู้ว่า จ่านิว มีทักษะนี้ ผมเคยถามจ่านิวว่า ที่จ่านิวพูดปราศัยได้ดี เพราะว่าอะไร เขาก็ตอบว่า เพราะผมฝึกปราศัยอยู่เรื่อยๆ บางทีก็เปิดคลิปสมัคร สุนทรเวช เปิดคลิปณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เปิดคลิปจตุพร พรหมพันธุ์ ศึกษาการปราศัย แล้วเรียนรู้จากพวกเขา แล้วฝึกเพื่อหาหนทางของตนเอง ฉะนั้น ทักษะนี้ก็เกิดจากการฝึกด้วยตนเอง แล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้

เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับจ่านิว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและถือว่าเป็นวิบากกรรมในชีวิตของเขา

ตอนขณะที่เขาเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศา่สตร์ ซึ่งในขณะนั้นเขาได้ลงเป็นผู้สมัครสภานักศึกษา เขาก็เคยถูกทำร้ายจากเพื่อนผู้สมัครในพรรคเดียวกันที่มีความขัดแย้งกัน โชคดีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เห็นเข้า สุดท้ายเรื่องนี้ก็ผู้ที่ทำร้ายจ่านิวก็ขอโทษและมีการยอมความ 

อันที่จริงหลังรัฐประหารปี พ.ศ.2557 จ่านิวเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธินอกมหาวิทยาลัยมากขึ้น เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองเต็มขั้น เหตุที่สร้างความตระหนกในหมู่เพื่อนๆ คือ การอุ้มจ่านิวจากประตูเชียงราก เป็นการกระทำที่อุกอาจตต่อหน้านักศึกษาสัญจรไปมาในช่วงพลบค่ำ โชคดีที่ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของอาจารย์ที่ปรึกษาของผม ผมเลยรีบโทรหาอาจารย์ แล้วอาจารย์ก็ติดต่อหาอาจารย์ปริญญาอย่างทันท่วงที และเพื่อนๆ กับผมก็รีบไปศูนย์กล้องวงจรปิด เพื่อจะเอาหลักฐานแจ้งความ และรีบกระจายข่าวให้เร็วที่สุด โชคดีที่จ่านิวไม่เป็นอะไร แต่จ่านิวเล่าว่าเขาถูกคุมตัวไปในที่ป่าหญ้าถูกเอาผ้าคลุมหัว และถูกมัดมือไขว้หลัง นี่เป็นการข่มขู่อันหน้าสะเทือนขวัญโดยพวกนอกกฎหมาย ภายใต้รัฐบาลเผด็จการที่อ้างว่ารักษาความสงบเรียบร้อย แต่มุ่งเป้าที่ทำลายล้างฝ่ายต่อต้านเผด็จการ

ไม่กี่อาทิตย์ก่อนจ่านิวก็ได้ถูกถูกรุมทำร้าย และล่าสุดไม่กี่วันมานี้ก็ถูกรุมทำร้ายอีกครั้ง คราวนี้ร้ายแรงกว่าคราวก่อนอย่างมาก นับเป็นการกระทำที่อุกอาจอีกครั้งที่ทำร้ายจ่านิว สิ่งที่อัปลักษณ์ของสังคมนี้คือการสะใจของกลุ่มนิยมเผด็จการต่อผู้ต่อสู้ทางการเมืองเพื่อเสรีภาพของคนทุกคน ซึ่งถูกทำร้ายจนสาหัส เป็นสิ่งอัปลักษณ์ทางสังคมที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ในแบบเรียนไทยที่ตัวร้ายทุกตอนถูกทำร้าย ถูกทำให้ตายอย่างอนาจในทุกรูปแบบ แม้ว่าตัวละครฝ่ายคนดีจะใช้วิธีที่สกปรกโสมมก็ตาม แต่ถ้ากำจัดตัวร้ายได้ก็ถือได้ว่าเป็นคนดี ซึ่งในขณะนี้คนจำนวนมากได้ถูกปลูกฝังจากรัฐไทยว่า ตัวร้ายคือผู้ที่นิยมประชาธิปไตย เรียกร้องเสรีภาพ ที่ถูกสร้างภาพให้เห็นว่าชอบก่อความวุ่นวาย ส่วนคนดีก็คือผู้ที่ภักดีต่อระบอบของ คสช. ไม่ตั้งคำถามต่อความโปร่งใสต่อฝ่ายตน ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ต่อไป สังคมของเราจะเข้าสู่ยุคมิคสัญญี เมื่อการประทุษร้ายศัตรูทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แล้วฝ่ายเผด็จการที่เริ่มต้นใช้ความรุนแรงยังคิดลำพองใจว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสถูกทำร้ายหรือ

สรุปได้ว่า คสช.ที่อ้างมารักษาความสงบ ไม่สามารถรักษาความสงบได้จริง ที่แย่ไปกว่านั้น คือการปล่อยปละละเลยให้ความรุนแรงขยายวงไปเรื่อยๆ ผมขอเตือนเผด็จการกับผู้นิยมเผด็จการว่า ขอให้มีมโนสำนึกความมนุษย์บ้างถ้ายังมีอยู่ และคิดให้ดีทำเช่นนี้มันก็จะเป็นการจุดชนวนให้เกิดไฟลามทุ่ง ซึ่งอาจจะเกิดกับใครก็ได้ ทั้งฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย ฝ่ายนิยมเผด็จการ อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เราอยู่ในระบอบที่เผด็จการถืออำนาจอยู่ สังคมก็จะไม่มีทางปลอดภัยได้ 

จากเพื่อนจ่านิวคนหนึ่ง

สุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์