226 ประชาสังคมทั่วโลก เรียกร้องไทยยุติดำเนินคดี-รับรองสิทธิที่ดินชาวบ้านซับหวาย

องค์กรภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 226 องค์กรทั่วโลก เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยกเลิกการดำเนินคดีในทุกข้อหาต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน 14 คนจากบ้านซับหวาย จ.ชัยภูมิ ซึ่งกำลังถูกสั่งจำคุกอย่างไม่ได้สัดส่วนกับความผิด และถูกปรับสูงถึงกว่าหนึ่งล้านบาท ทั้งนี้บ้านซับหวายเป็นหนึ่งในหลายพันหมู่บ้านทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าจาก 31% เป็น 40% ด้วยการยึดที่ดินที่ถูกใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามพบว่าการดำเนินคดี 2% เกิดขึ้นกับนายทุน ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือเกษตรกรรายย่อย

ชาวบ้านในคดีทวงคืนผืนป่า จ.ชัยภูมิ ระหว่างเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลจังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 62 (ที่มา: แฟ้มภาพ/สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน)

1 ก.ค. 2562 ในเว็บไซต์ของสมาคมผู้หญิง กฎหมายและการพัฒนาแห่งเอเชียแปซิฟิก (APWLD) เผยแพร่ใบแถลงข่าวระบุว่า องค์กรภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 226 องค์กรทั่วโลก เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยกเลิกการดำเนินคดีในทุกข้อหาต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน 14 คนจากบ้านซับหวาย จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกำลังถูกสั่งจำคุกอย่างไม่ได้สัดส่วนกับความผิด และถูกปรับสูงถึงกว่าหนึ่งล้านบาท ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า พวกเขามีความผิดเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติป่าไม้และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ แม้เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการยกเว้นจากการดำเนินคดี ในฐานะเป็นกลุ่มคนจน ไร้ที่ดิน และมีรายได้ต่ำ

แถลงการณ์ซึ่งลงนามโดยองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสิทธิสตรี สิ่งแวดล้อม และสิทธิในที่ดิน เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยกเลิกแผนแม่บทป่าไม้ตามคำสั่งคสช.ที่ 64/2557 และคำสั่งคสช.อื่น ๆ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิประชาชน “รัฐบาลไทยต้องเคารพนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน 14 คนจากบ้านซับหวาย และคุ้มครองสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน เนื่องจากชุมชนเหล่านี้อาศัยอยู่และทำกินในที่ดิน นานก่อนหน้าที่จะมีแผนและนโยบายเพื่อฟื้นฟูผืนป่าใด ๆ” ปรานม สมวงศ์ โพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว 

ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2562 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลย 9 คนจาก 14 คนจากบ้านซับหวาย แม้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะทำงานอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดินอีกห้าคน มีกำหนดฟังคำพิพากษาในวันที่ 2 และ 3 กรกฎาคม

ศาลอุทธรณ์ชัยภูมิพิพากษาคดี "ทวงคืนผืนป่า" จ.ชัยภูมิ เพิ่มเป็น 9 ราย, 25 มิ.ย. 2562

บ้านซับหวายเป็นหนึ่งในหลายพันหมู่บ้านทั่วประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาลไทย ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557 ตามคำสั่งคสช.ที่ 64/2557 และ 66/2557 มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าทั่วประเทศจาก 31% เป็น 40% โดยการยึดคืนที่ดินที่ถูกที่ใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ดีจนถึงปี 2558 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนพบว่า มีการดำเนินคดีเพียง 2% ต่อนายทุนและบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ โดยการดำเนินคดีเพื่อไล่รื้อส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเกษตรกรรายย่อย

กวิตา นายทู จาก APWLD กล่าวว่า “พันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลไม่ควรเกิดขึ้นแบบที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรหญิง หากแต่รัฐบาลไทมึ่งยุติการใช้พลังงานสกปรก และโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ไม่เป็นคุณต่อประชาชน” 

ในเวลาเดียวกัน จากข้อมูลขององค์กร Land Watch Thai ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา รัฐบาลทหารได้จัดสรรพื้นที่ป่าสงวน 6,243 ไร่ ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ รวมทั้งบริษัทปูนซีเมนต์ไทย เพื่อจัดทำโครงการเหมืองแร่ถ่านหิน และเพื่อทำเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดตาก “เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน ในเมื่อเกษตรกรหญิงต้องถูกลงโทษอาญาและต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลเพื่อเป็น ‘ค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อม’ อันเป็นผลมาจากการทำเกษตรรายย่อย แต่บริษัทเหมืองแร่ขนาดใหญ่กลับสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าของรัฐบาลได้อย่างเสรี ก่อให้เกิดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายยิ่งขึ้น” สุลักษณ์ หลำอุบล จาก APWLD กล่าว

สำหรับรายละเอียดของแถลงการณ์ที่ลงนามโดยองค์กรภาคประชาสังคม 226 องค์กรทั่วโลกมีดังนี้

000

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องรัฐบาลไทยยกฟ้องคดีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดินบ้านซับหวาย ชัยภูมิ

24 มิถุนายน 2562
เชียงใหม่ 

ถึง นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ถ. ราชดำเนินนอก บางขุนพรหม กรุงเทพฯ 10200

ณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดขัยภูมิ
สำนักงานจังหวัดชัยภูมิ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ 36000

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้
กรมป่าไม้ 61 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

พวกเราซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีชื่อด้านท้าย มีความเห็นต่างต่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3ในคดีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดินบ้านซับหวาย ซึ่งได้ตัดสินให้เพิ่มโทษทางแพ่งในคดึดังกล่าว [1] โดยศาลเห็นว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พระราชบัญญัติป่าไม้ และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ แต่กรณีดังกล่าวปัญหาเกิดจากการประกาศเขตป่าอนุรักษ์ทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชน และนำเงื่อนไขทางนโยบายการทวงคืนผืนป่าตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 มาบังคับใช้กับชุมชนชาวบ้านต่าง ๆในพื้นที่ ซึ่งนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินยังคงยืนหยัดต่อสู้ในสิทธิความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สิทธิในการใช้ประโยชน์และสิทธิในการจัดการทรัพยากรของชุมชนต่าง ๆ ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 66/2557

ปัจจุบันมีนักปกป้องสิทธิที่ดิน 14 คนจากบ้านซับหวาย จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งถูกดำเนินคดีและได้รับโทษจำคุกอย่างไม่ได้สัดส่วน และต้องเสียต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่าล้านบาท ทั้งๆ ที่สำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหา และที่ผ่านมามีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินชุมชนของชุมชนบ้านซับหวาย จังหวัดชัยภูมิ

ในวันที่ 18 มิถุนายน ศาลจังหวัดชัยภูมินัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ภาค 3 โดยมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกสากล ประกิจ เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังเป็นเวลาสี่ปี และให้เพิ่มเงินชดใช้ค่าเสียหายจาก 900,000 บาท เป็น 1,587,211 บาท หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ศาลยังพิพากษายืนคำสั่งจำคุกเกษตรกรหญิงสามคน และมีการเพิ่มเงินชดเชยค่าเสียหายเป็นสองและสามเท่าจากเดิมในศาลชั้นต้นสำหรับจำเลยสองคน [2] ในวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ศาลยังสั่งจำคุกหญิงอายุ 61 ปีเป็นเวลาห้าเดือน และสั่งให้ชดเชยค่าเสียหาย 150,000 บาท ด้วยข้อหาเดียวกัน

เมื่อเดือนที่แล้วในวันที่ 15 พฤษภาคม และ  5 มิถุนายน 2562 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลจังหวัดชัยภูมิ [3] ให้จำคุกนิตยา ม่วงกลาง นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดินจากบ้านซับหวาย [4] รวม 2 คดี เป็นเวลา 12 เดือน และชดใช้ค่าเสียหาย  190,000 บาท

เรากังวลอย่างยิ่งที่ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดินถูกดำเนินคดีอาญาจากการทำเกษตรกรรมที่เป็นวิถีชีวิตของชุมชนอย่างยาวนาน ทั้ง ๆ ที่เป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพียงคนละไม่กี่ไร่ แม้รัฐบาลอ้างว่านโยบายดังกล่าวเป็นไปเพื่อการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้บริษัทเหมืองแร่ถ่านหินเอาที่ดินในผืนป่าไปใช้ประโยชน์ และทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ [5] แต่จะเห็นได้ว่า นโยบายดังกล่าวนี้กลับทำลายวิถีชีวิตชาวบ้านที่บ้านซับหวายและหมู่บ้านอื่น ๆ อีกมาก เป็นการแก้ปัญหาแบบสร้างภาพที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและวิกฤตสภาวะภูมิอากาศ ในขณะเดียวกันยังทำให้ชุมชนต้องสูญเสียที่ดินของตน ทั้งนี้ มีการประมาณการณ์ว่ากว่า 9,000 ครัวเรือน จะถูกไล่รื้อออกจากที่ดินทำกินตามนโยบายตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/2557, 66 / 2557 และแผนแม่บทป่าไม้ฯ [6] 

เราเชื่อว่าการแก้ปัญหาสภาวะภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ต้องอยู่บนพื้นฐานการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมทางนิเวศ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยต้องให้ความสำคัญมากสุดกับวิถีการดำรงชีพของชุมชน และมุ่งพัฒนาให้เกิดความสมดุลทางนิเวศ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของป่าไม้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนซึ่งอาศัยอยู่ในป่า รัฐบาลต้องกำหนดให้มีการขอความยินยอมอย่างเสรี ล่วงหน้า และเกิดจากความเข้าใจ (Free, Prior and Informed Consent - FPIC) เป็นหลักการพื้นฐานของนโยบายของรัฐใด ๆ 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเทศไทยได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิก ECOSOC ระหว่างปี 2563-2565 จึงมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามที่สูงขึ้น หากแต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม นอกจากนี้ ในกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือ UPR Review ครั้งล่าสุด ยังได้เสนอแนะให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อลดความยากจน เน้นการทำงานเป็นพิเศษกับกลุ่มชนที่เสียเปรียบและอยู่ชายขอบ และกลุ่มอื่น ๆ รวมทั้งผู้หญิง เด็ก ผู้สูงวัย และคนในชนบท

เราซึ่งเป็นเครือข่ายด้านองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและประชาสังคม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนที่มีต่อประชาชน รวมทั้งชาวบ้านซับหวาย รัฐบาลไทยต้องแสดงเจตจำนงด้านสิทธิมนุษยชนโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้ 

1. ยกเลิกแผนแม่บทป่าไม้ฯ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/2557 และคำสั่งคสช.อื่น ๆ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิประชาชน

ประกันว่าการจัดทำนโยบายใด ๆ ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มุ่งคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ชีวิต การพัฒนา การดำรงชีพ การเข้าถึงทรัพยากรและความยุติธรรมของประชาชน

2. ประกันว่าจะมีการเคารพอำนาจการตัดสินใจสูงสุดของประชาชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน และให้เกิดความเข้าใจ ในทุกขั้นตอนการจัดทำและการดำเนินงานของนโยบาย 

3. ยกเลิกการดำเนินคดีใด ๆ ต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน 14 คนจากบ้านซับหวาย และยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อคุกคามผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย 

4. ประกันว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน 14 คนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี จะสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมโดยทันที เพื่อให้มีเงินค่าใช้จ่ายในการต่อสู้ทางกฎหมาย รวมทั้งค่าประกันตัว และเป็นการยืนยันสิทธิที่จะได้รับการประกันตัวของจำเลย

5. ดำเนินการสอบสวนโดยพลันและอย่างเป็นอิสระ ต่อกรณีการคุกคามผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน

6. ยอมรับบทบาทที่สำคัญของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน ในการปกป้องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสนับสนุนและคุ้มครองการทำงาน สอดคล้องตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ 

7. ยุติการคุกคามด้วยกระบวนการยุติธรรมในรูปแบบต่าง ๆ การทำร้าย การเอาผิดทางอาญา และการรณรงค์ต่อต้านผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน

8. ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะมติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ข้อเสนอแนะทั่วไปข้อ 33 และ 34 ของคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบต่อสตรีทุกรูปแบบ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR ว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่ดิน และสิทธิของผู้หญิงในชุมชน 

[1] คำตัดสินล่าสุดในคดีนี้มีขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน 2562 โดยศาลอุทธรณ์พิพากษานางทองปั่น ม่วงกลาง จำคุก 8 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท และนายวันชัย อาภรแก้ว จำคุก 6 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 860,395 บาท ส่วนนายสมร สมจิตร ศาลรอลงอาญา ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 366,663 บาท พร้อมให้บำเพ็ญประโยชน์ 
[2] สุภาพร สีสุข พี่สาวคนโตของนิตยาม่วงกลาง ถูกจำคุก 5 เดือน 10 วัน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 380,000 บาท เพิ่มจาก 190,000 บาท สุณี นาริน อายุ 74 ปี ถูกศาลสั่งจำคุก 5 เดือน 10 วัน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 439,027 บาท เพิ่มจาก 150,000 บาท ปัทมา โกเม็ด ถูกจำคุก 8 เดือน โดยลดการชดใช้ค่าเสียหายจาก 250,000 เป็น 200,000 บาท   
[3] ในเดือนสิงหาคม 2561 ศาลจังหวัดชัยภูมิตัดสินว่า เกษตรกรที่เป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ดิน 14 คนจากบ้านซับหวาย จังหวัดชัยภูมิ มีความผิดฐานละเมิดพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
[4] https://apwld.org/statement-human-rights-groups-urge-thai-government-to-release-nittaya-muangklang-women-human-rights-defenders-working-on-land-rights-issues/
[5] https://prachatai.com/journal/2019/03/81398
[6] https://themomentum.co/reforestation-authoritarianism/

องค์กรร่วมลงชื่อแนบท้ายแถลงการณ์

1. เครือข่าย We Fair เครือข่ายรัฐสวัสดิการ เพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม - Thailand
2. ที่ปรึกษาจัดตั้งแรงงานข้ามชาติ มูลนิธิเพื่อสิทธิเพื่อการพัฒนา - Thailand
3. ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - Thailand
4. มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา -Thailand
5. มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.) -Thailand
6. มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ -Thailand
7. ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา (ผสพ.) -Thailand
8. สถาบันสร้างเสริมการจัดการทรัพยากรชุมชน -Thailand
9. สหกรณ์เกษตรอินทรีย์ จำกัด -Thailand
10. เอ็มพาวเวอร์ – Thailand
11. Rainbow Dream Group จ.เชียงใหม่  – Thailand
12. Asia Indigenous Peoples Pact (AIPP) Thailand 
13. Community Resource Centre (CRC) – Thailand
14. Focus on the Global South – Thailand
15. Green South Foundation – Thailand
16. International Accountability Project – Thailand
17. Manushya Foundation – Thailand
18. Protection International (PI) – Thailand
19. Shan Women’s Action Network – Thailand
20. Sustainable Development Foundation – Thailand
21. WeMove – Thailand
22. Women’s Studies Center – Thailand
23. Network of Indigenous Peoples in Thailand (NIPT) – Thailand
24. ACLU – United States
25. Adivasi Navjeewan Gathan Navjyoti Agua(ANGNA) – India
26. Adivasi Women’s Network India
27. African Coalition on Green Growth Uganda
28. AFT United States
29. Aksi! for gender, social and ecological justice Indonesia
30. Alliance for Future Generations – Fiji
31. ALTSEAN – Myanmar
32. API Kartini –  Indonesia
33. Arab watch coalition – MENA
34. Asia Dalit Rights Forum  Nepal 
35. Asia Pacific Forum on Women, Law and Development
36. Asia Pacific Mission for Migrants – Hong Kong
37. Association For Promotion on Sustainable development – India
38. Association for the Rights of Children in Southeast Asia (ARCSEA) – Philippines
39. Aube Nouvelle pour la Femme et le Développement (ANFD) – DR.Congo
40. Awaj Foundation – Bangladesh
41. AwazCDS – Pakistan
42. Bangladesh Indigenous Women’s Network – Bangladesh
43. Beyond Beijing Committee – Nepal
44. BirthStrike – United Kingdom
45. Borok Peoples’ Human Rights Organisation (BPHRO)
46. BPW – Nepal 
47. BPW Sao Paulo – Brazil 
48. Breaklight Counseling – United States
49. Bridges across borders – Estados Unidos
50. Business and Professional Women – United Kingdom

51. Cambodian Youth Network (CYN) – Cambodia
52. Camino Común Solidarity International – United States
53. Campaign Against Criminalising Communities (CAMPACC) – United Kingdom 
54. Carbone Guinée – Guinea
55. Center for International Environmental Law (CIEL) – United States
56. Center for Sustainable Community Development (SCODE) – Vietnam
57. Center for Trade Union and Human Rights (CTUHR) – Philippines
58. Center for Women’s Resources – Philippines
59. Centre for Sustainable Development in mountainous areas – Vietnam
60. Civic Union Public Association – Kyrgyz Republic
61. CLEAN (Coastal Livelihood and Environmental Action Network) – Bangladesh
62. Coalition of Services of the Elderly, Inc. – Philippines 
63. Community Alliance for Global Justice – United States
64. Community Care for Emergency Response and Rehabilitation- Bangladesh
65. CNS and Asha Parivar – India
66. Coalition of Services of the Elderly, Inc. – Philippines
67. Community Alliance for Global Justice – United States
68. Community Care for Emergency Response and Rehabilitation – Myanmar
69. Community Science Centre, Vadodara – India
70. Community volunteer – Cambodia
71. Cordillera Women’s Education Action Research Center (CWEARC) – Philippines
72. Corner House – United Kingdom
73. Cross Roads – United States
74. Decolonising Our Minds – United Kingdom
75. DPAC – United Kingdom
76. Dristi Nepal – NEPAL
77. EarthRights International – United States
78. Education as a Vaccine – Nigeria
79. Emmaus International Trust – Zimbabwe
80. EMPOWER INDIA – India
81. Extinction Rebellion – UK
82. Fiji Women’s Crisis Centre  – Fiji
83. FOKUS-Forum for Women and Development – Norway
84. Football Against Apartheid – United kingdom
85. FOREM – Kenya
86. Forest Peoples Programme – United Kingdom
87. FOUNDATION FOR WOMEN – THAILAND
88. FRIDA the Young Feminist Fund – Global
89. Friends with Environment in Development (FED) – Uganda
90. Fuel Poverty Action – United Kingdom
91. Gatef organization – Egypt
92. Gender Academy – Myanmar
93. Gender and Development for Cambodia (GADC) – Cambodia
94. Global Women’s Strike – United States
95. Global Women’s Strike – United Kingdom
96. Gram Bharati Samiti (GBS) – India
97. Granny Peace Brigade – United States
98. Green Advocates International (Liberia) – Liberia
99. Green Party – United Kingdom
100. Grupo de Educación Popular con Mujeres, A.C. – Mexico

101. Guyana Book Foundation – Guyana
102. Haiti Action Committee – USA
103. Hands Off Our Homes Leeds – United Kingdom
104. IDEA – Cambodia
105. Indonesia Women’s Coalition – Indonesia
106. Innabuyog – Philippines
107. International Federation of Business and Professional Women – Switzerland
108. International Women’s Rights Action Watch Asia Pacific – Malaysia
109. IWGIA – Denmark
110. JAGO NARI  – Bangladesh
111. Jamaa Resource Initiatives – Kenya
112. Judith Trust – United Kingdom
113. Karapatan – Philippines
114. Kashmir Women’s collective – India
115. Kelompok Studi dan Pengembangan Prakarsa Masyarakat (KSPPM) – Indonesia
116. Khpal Kore Organization – Pakistan
117. Ladlad Caraga Incorporated – Philippines
118. LAGAI — Queer Insurrection –  United States
119. Lancaster Chapel – United States
120. Left Unity – United Kingdom
121. Legal Action for Women – United Kingdom
122. Love Alive – United States
123. LVC – United Kingdom
124. Malaysians Against Death Penalty & Torture (MADPET) – Malaysia
125. Manabadhikar  Shangskriti Foundation (MSF) – Bangladesh
126. MARUAH – Singapore
127. Murna foundation – Nigeria
128. National Alliance of Women Human Rights Defenders (NAWHRD) – Nepal
129. National Campaign on Dalit Human Rights – India
130. National Fisheries Solidarity Movement – Sri Lanka
131. NATIONAL FORUM OF WOMEN WITH DISABILITIES – Pakistan
132. National Health Service – United Kingdom
133. National Indigenous Disabled Women Association Nepal (NIDWAN) – Nepal
134. National Indigenous Women Forum – Nepal
135. National Indigenous Women’s Federation (NIWF) – Nepal
136. National Network of Young Indigenous Women – Nepal
137. Nepal Disabled Women Association  Nepal
138. NGO “Otifa”- Tajikistan
139. NGO Forum on ADB – Philippines
140. NIjera Kori  – Bangladesh
141. North-East Affected Area Development Society (NEADS) – India
142. Northern Forests  Defense / İstanbul Urban Defence – Turkey
143. Not1More – United States
144. NQBSS Livestock Breeders – Zimbabwe
145. NUPL  – Philippines
146. Offside Books – United Kingdom
147. Organized Centre for Empowerment and Advocacy in Nigeria(OCEAN) – Nigeria
148. OT Watch – Mongolia
149. OWRPO PU – Azerbaijan
150. PA Women’s organisation Alga – Kyrgyzstan
151. Pakistan Fisher Folk Forum – Pakistan
152. Palangkaraya Ecological and Human Rights Studies (PROGRESS) – Indonesia
153. PANG – Fiji
154. Pas d’organisation – Sénégal
155. Payday men’s network- United States
156. Payday men’s network / Refusing to Kill Initiative – United Kingdom
157. Peace in Kurdistan Campaign – United Kingdom
158. PEREMPUAN AMAN – Indonesia
159. Persatuan Kesedaran Komuniti Selangor (EMPOWER) – Malaysia
160. Philippine Task Force for Indigenous Peoples Rights (TFIP) – Philippines
161. Physicians for Social Responsibility Philadelphia – United States
162. Plateforme Femmes, Développement Durable et Sécurité Alimentaire – Comores
163. Poor People’s Campaign – United States 
164. Psychological Responsiveness NGO – Mongolia
165. Public Foundation “Development of Civil Society”- Kazakhstan
166. Radha Paudel Foundation – Nepal
167. RADP  – Nepal
168. Raging Grannies & Women in Media & Entertainment – Ireland
169. Rainforest Action Network – United States
170. Ranao Women and Children Resource Center, Inc. (RWCRC)   – Philippines
171. Rapad Maroc – Morocco
172. Reclaim the Power – United Kingdom
173. Red Thread – Guyana
174. Redgreen Labour – United Kingdom
175. Regional Center for International Development Corporation (RCIDC) – Uganda
176. Regions Refocus – United States
177. REPEM – Colombia
178. RITES Forum – India
179. Roots for Equity – PAKISTAN
180. Roshni Tariqiyati Tanzeem Ghotki – Pakistan
181. Rutgers University – USA
182. Sanctuary Movement of Philadelphia – United States
183. Shelter Participatory Organization (SPO)  – Pakistan
184. SILAKA – CAMBODIA
185. Single Mothers’ Self-Defence – United Kingdom
186. Socialist resistance – United Kingdom
187. Society for Rural Education and Development.  – India.
188. South Central Farm Restoration Committee  – United States
189. Southern Africa Climate Change Coalition – Botswana
190. Special Talent Exchange Program – Pakistan
191. SRS Livestock Development Foundation – Zimbabwe
192. Stuttgart – Australia
193. Success Capital Organisation – Botswana
194. Tarangini Foundation – Nepal
195. The Association for Women’s Rights in Development (AWID) – Mexico
196. The Federation of Business and Professional Women New Zealand – New Zealand
197. The Men’s Resource Center – United States
198. Topanga Peace Alliance; MLK Coalition of Greater Los Angeles – United States
199. UNITE – United Kingdom
200. Vision GRAM-INTERNATIONAL – Canada
201. Volunteer Action for Peace – United Kingdom
202. WALHI (THE INDONESIAN FORUM FOR ENVIRONMENT) – Indonesia
203. WALHI Jatim – Indonesia
204. War Against Rape (WAR) – Pakistan
205. We Women Lanka – Sri Lanka
206. WeGovern Institute – Philippines
207. WILPF – United States
208. WINS   – India
209. Winvisible  – United Kingdom
210. Witnessradio.org – Uganda
211. Women Educators Association of Nigeria – Nigeria
212. Women for Justice and Peace in Sri Lanka – United Kingdom
213. Women Forum For Women In Nepal (WOFOWON) – Nepal
214. Women Network for Energy and Environment(WoNEE) – Nepal
215. Women of Colour Global Women’s Strike – United Kingdom
216. Women of Courage Program of the National Council of Churches in the Philippines (NCCP) – Philippines
217. Women Working Group ( WWG) – Indonesia
218. Women’s Fund Asia – Nepal
219. Women’s Global Network for Reproductive Rights – Philippines
220. Women’s Global Strike – United Kingdom
221. Women’s Major Group – United States
222. WRM   – Uruguay
223. Yayasan Perlindungan Insani Indonesia – Indonesia
224. Youth For Environment Education And Development Foundation (YFEED Foundation) – Nepal
225. Zimbabwe Climate Change Coalition – Zimbabwe
226. Zimbabwe Women’s Bureau – Zimbabwe

Individuals
1. Chann Somnang – Cambodia
2. Sunita Kotnala – India
3. Govind kelkar – India
4. Miguel Lopes – Portugal
5. Ogo – Portugal
6. Diana Riddle – United States
7. Dr Janna Graham – United Kingdom
8. Nicole Rinier – United States 
9. Elizabeth Thipphawong – Lao PDR
10. J. Billy – United Kingdom
11. Rowan Mace – United Kingdom
12. Sophia Vassilakidis – United States
13. Barbara Rath – United States
14. Shiyani Douglas – Sri Lanka
15. Maggie Ronayne – Ireland
16. Martha-Luise Scholz – United Kingdom
17. Emily Burnham – United Kingdom
18. Nicolette king – United Kingdom
19. Jacey Turner – Wales
20. Jane Belli – United Kingdom
21. Paul Barbara – United Kingdom
22. Fran Brackley – United Kingdom
23. Maria Marasigan – United States 
24. Paul Gouge – United Kingdom
25. Anne Turner – Wales
26. Dominique Simpson – United Kingdom
27. Heath Key – United Kingdom
28. Iam lewis – United States
29. Naomi – United Kingdom
30. Shauna Gundersom – United States
31. Stephanie mathivet – United Kingdom
32. Umut Erel – United Kingdom
33. Joan Landes – United States
34. Jacqueline Mulhallen – United Kingdom
35. Juliette de la Mer – Ireland
36. Dr. Nancy Holmstorm – United States
37. Mo Manklang – United States
38. Nora Roman – United States
39. Alicia Logan – United Kingdom
40. Prof. Felix Padel – United Kingdom
41. Bridget Anderson – United Kingdom 
42. Alice Rossetti – United Kingdom
43. Marie Joyce Godio – Philippines
44. Anang – Philippines 
45. Ava Farrington – Ireland 
46. Georgia Anderson – United Kingdom
47. Rita Addessa – United States
48. Carla willard – United States
49. Natalie Bennett – United Kingdom
50. Martha-Luise Scholz – United Kingdom

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์