วางหรีดอาลัยกระบวนการยุติธรรม ด้านผบ.ตร. ส่งดอกไม้ให้จ่านิว ประยุทธ์แซวทำไมไม่เป็นหมวดสักที

นักกิจกรรมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยวางพวงหรีดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้อาลัยกระบวนการยุติธรรมที่ไม่นำตัวผู้ก่อเหตุทำร้ายนักกิจกรรมหลายกรณีมาลงโทษได้ ส่วน ผบ.ตร.ส่งดอกไม้สีม่วง-เหลืองไปเยี่ยมจ่านิวที่  รพ. ขณะที่ประยุทธ์ยืนยันตนเองไม่ใช่ศัตรูของจ่านิว พร้อมแซวเป็นจ่ามานาน เมื่อไหร่จะเป็นหมวดสักที

2 ก.ค. 2562  เวลา 10.00 น. หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือ DRG ได้เดินทางไปทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยเป็นการวางพวงหลีด และดอกไม้จันทร์เพื่อไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองได้ พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดทั้งกรณีของ เอกชัย หงส์กังวาน, อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ และสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ซึ่งถูกดักรุมทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ในช่วงที่จะมีการเคลื่อนไหว หรือทำกิจกรรมทางการเมือง  รวมถึงกรณีการบังคับให้สูญหายต่อผู้ลี้ภัยทางการเมืองจำนวนอย่างน้อย 8 คน ได้แก่ อิทธิพล สุขแป้น, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, ชัชชาญ บุปผาวัลย์, ไกรเดช ลือเลิศ, ชีพ ชีวะสุทธิ์, สยาม ธีรวุฒิ และกฤษณะ ทัพไทย และการคุกคามประทุษร้ายต่อนักศึกษาและนักกิจกรรมทางการเมืองอย่างน้อย 1 คน ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เปิดเผยสาเหตุที่มารวมตัวกันในวันนี้ว่า เป็นเพราะเกิดการรอบทำร้ายสิรวิชญ์ ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานในกรณีที่มีการลอบทำร้ายนักกิจกรรมด้วยความจริงใจต่อประชาชน เพราะไม่ควรมีใครถูกทำร้ายเพราะคิดต่างทางการเมือง ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกับตัวสิรวิชญ์นั้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นกับ เอกชัย และอนุรักษ์ มาหลายครั้งปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

จากนั้น ชลธิชา ได้อ่านแถลงการณ์ของกลุ่ม และได้มอบพวงหลีดให้กับตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับแถลงการณ์นั้นระบุว่า กรณีทั้งหมดที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความล้มเหลวของ คสช. ที่ทำรัฐประหารยึดอำนาจโดยอ้างว่าจะเข้ามาสร้างความปรองดอง คืนความสุขให้คนในชาติ แต่แท้จริงแล้วกลับปล่อยปละละเลยให้มีการประ ทุษร้ายประชาชนที่อยู่ตรงข้ามกับพวกตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางคนถึงกับเสียชีวิต นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความล้มเหลวของหน่วยงานพิทักษ์สันติราษฎร์และกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ที่ไร้ประสิทธิภาพในการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนชาวไทยอย่างถ้วนหน้าโดยไม่แบ่งแยกความเห็นทางการเมือง การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถนำตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดได้นี้มีส่วนสำคัญทำให้ผู้ก่อเหตุไม่เกรงกลัวกฎหมายและลงมือก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งยังสร้างข้อกังขาว่า คสช. หรือผู้ใช้อำนาจรัฐใดๆ เป็นผู้บงการหรือรู้เห็นเป็นใจต่อการก่อเหตุที่เกิดขึ้นหรือหรือไม่

กลุ่มพื้นฟูประชาธิปไตยขอไว้อาลัยแด่ความยุติธรรมในประเทศไทยที่ไม่ครอบคลุมไปถึงประชาชนบางกลุ่มที่เห็นต่างจากผู้มีอำนาจ และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานพิทักษ์สันติราษฎร์และการยุติธรรมทั้งหมดเร่งดำเนินการเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุประทุษร้ายประชาชนในทุกกรณีมารับโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด และไม่มีการหาแพะรับบาปแทนผู้ร้ายตัวจริงโดยเด็ดขาด สังคมจะดำรงอยู่ได้ต้องมีกฎหมายที่เป็นธรรมและกระบวนการยุติธรรมที่คุ้มครองประชาชนอย่างเสมอภาค หากเรายอมปล่อยให้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกยกเว้นไม่คุ้มครองประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงเพราะเรื่องจุดยืนทางการเมืองแล้ว นั่นยอมเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่ความแตกแยกและล่มสลายของสังคมในอนาคต

ภาพจาก นพเกล้า คงสุววรณ

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 11.10 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร)​ ได้ส่งดอกไม้เข้าเยี่ยมสิรวิญช์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดย "พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น" ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้มามอบให้ สำหรับอาการล่าสุดของสิรวิญช์นั้น พบว่า ยังต้องหายใจทางปากอยู่ เพราะจมูกยังถูกปิด เนื่องจากแผลผ่าตัด ส่วนตาขวายังต่อรอดูอาการอย่างต่อเนื่อง เพราะยังกลับมามองเห็นไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดีสิรวิชญ์ โดยระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลตกเป็นจำเลยไปแล้ว ตนได้กำชับใน ที่ประชุม คสช. ได้สั่งการกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปแล้วให้ติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างดีที่สุด เช่นเดียวกับคดีอื่นๆและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเยี่ยมเยียน ดูแลความต้องการของจ่านิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาพยาบาลต่างๆ ต้องดูแลให้ดีที่สุด ตนไม่ใช่ศัตรูของเขา ตอนนี้มีผลกระทบมากในสังคมของเราอยู่แล้ว การทำร้ายซึ่งกันและกันมันไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม

ภาพจาก: เว็บไซต์รัฐบาลไทย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแซวสิรวิชญ์ ว่า “จ่านิว ก็เป็นจ่า ยังไม่เป็นหมวดเสียที ผมก็ยินดีกับเขาด้วยที่จะไปเรียนต่างประเทศ วันนี้ก็ให้คนไปเยี่ยมแล้ว และดูว่าเขาต้องการอะไรหรือไม่ คงไม่มีอะไรแล้วมั๊ง”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับแจ้งว่า พรุ่งนี้ (3 ก.ค. 2562) เวลา 10.00 น. ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และนักกิจกรรมที่แต่งตัวคอสเพลย์เป็น “จ่านิว” จะเดินทางไปยื่นจดหมายถึงรองนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องการสอบสวนการทำร้ายอย่างรุนแรงต่อนักกิจกรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพ ด้วย

เรียบเรียบบางส่วนจาก: ข่าวสดออนไลน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์