สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 7-13 ก.ค. 2562

Tesco Lotus จะขยายสาขาอีก 750 แห่งทั่วไทย ทำให้เกิดการจ้างงานอีกประมาณ 10,000 ตำแหน่ง

Dave Lewis ซีอีโอ Tesco Lotus ประกาศว่าจะเปิดสาขาใหม่อีก 750 แห่งทั่วประเทศไทยภายใน 3 ปีนับจากนี้ สาขาที่เปิดใหม่จะเป็นสาขาขนาดเล็ก-สะดวกซื้อ (express convenience store) เท่านั้น ปัจจุบัน Tesco Lotus มีสาขาขนาดเล็ก-สะดวกซื้ออยู่ประมาณ 1,500 แห่งทั่วไทย ส่วนสาขาขนาดใหญ่มีอยู่ 400 แห่งทั่วไทย

ทั้งนี้ Lewis ระบุว่า ธุรกิจของ Tesco Lotus ในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดนอกสหราชอาณาจักร และมีกำไรที่ดีมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่า “ประเทศไทยมีคนชั้นกลางเกิดใหม่จำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจมีความน่าสนใจ”ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ปัจจุบัน Tesco Lotus มีพนักงานกว่า 46,000 ตำแหน่งทั่วไทย โดยแผนการประกาศเปิดสาขาใหม่ในครั้งนี้จะทำให้เกิดการจ้างงานอีกประมาณ 10,000 ตำแหน่ง

ที่มา: brandinside.asia, 12/7/2562

กสทช.จ่ายชดเชยทีวีดิจิทัล 7 ช่อง 2,932 ล้านบาท 'ช่อง 3' จ่อเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน หลังคืนใบอนุญาต ช่อง 3 Family และ ช่อง 3 SD

12 ก.ค. 2562 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ได้สรุปกรณีเยียวยา 7 ช่องทีวีดิจิทัล ที่ขอคืนใบอนุญาตแล้วทั้งหมด โดย กสทช.ต้องจ่ายเงินชดเชยรวม 2,932.68 ล้านบาท แบ่งเป็นช่อง 19 หรือ ช่อง Spring News จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 15 ส.ค. จำนวนเงินค่าชดเชยกว่า 500 ล้านบาท ช่อง 26 หรือ ช่อง NOW คงเหลือเงินค่าชดเชย 675 ล้านบาท และไบรท์ทีวี ช่อง 20 ออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 15 ส.ค. เช่นกัน โดยคงเหลือเงินค่าชดเชยสุทธิจำนวน 371 ล้านบาท

ส่วนวอยซ์ทีวี ช่อง 21 จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 31 ส.ค. คงเหลือเงินค่าชดเชย 378 ล้านบาท ส่วนช่อง 14 หรือช่อง MCOT Family จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 15 ก.ย. คงเหลือเงินค่าชดเชย 163 ล้านบาท ขณะที่ช่อง 28 หรือ ช่อง 3SD จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 30 ก.ย. คงเหลือเงินค่าชดเชย 680 ล้านบาท และ ช่อง 13 หรือ ช่อง 3 Family จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 30 ก.ย. คงเหลือเงินค่าชดเชย 162 ล้านบาท หลังจากยุติการออกอากาศแล้ว ในวันถัดไปทีวีดิจิทัลที่ขอยุติการออกอากาศ สามารถขอรับเงินค่าชดเชยดังกล่าวกับสำนักงาน กสทช.ได้ทันที เพื่อให้ กสทช.รีบพิจารณาดำเนินการให้โดยเร็ว

ส่วนแผนการเลิกจ้างพนักงานของแต่ละช่องที่ได้เสนอต่อ กสทช. ยืนยันว่า ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยมีการจ่ายชดเชยตามอายุงาน ล่าสุดเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) ช่อง 3 ได้เริ่มส่งหนังสือเลิกจ้างกับพนักงานบางส่วนแล้ว โดยมีรายงานว่าอาจมีการเลิกจ้างมากถึง 200 คน

ก่อนหน้านี้นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า จำเป็นต้องเลิกจ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะปริมาณคนมากกว่าปริมาณงาน มีรายงานว่านายอริยะ ชี้แจงเป็นการภายในกับพนักงานว่า บีอีซีมีความจำเป็นต้องตัดสินใจคืนใบอนุญาตเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดของคณะกรรมการและผู้บริหาร เพราะส่งผลกระทบมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเพื่อนพนักงาน

“การเลิกจ้างเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่เป็นความจำเป็น โดยได้จัดให้มีค่าชดเชยสำหรับพนักงานให้มากที่สุดเท่าที่จะจัดสรรได้ และจะดีกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้”

ที่มา: ThaiPBS, 12/7/2562

เผยค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาท ถูกบรรจุในนโยบายรัฐบาลแล้ว

12 ก.ค. 2562 ที่ห้องประชุมทีโอที ชั้น 14 มีการประชุมคณะทำงานประสานงานและจัดทำนโยบายของรัฐบาล ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมทำเนื้อหาด้านนโยบายแถลงต่อรัฐสภา โดยมีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล และคณะทำงานร่วมประชุม อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะทำงานประสานงานและจัดทำนโยบายของรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แต่ขาดตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์

ต่อมานายสนธิรัตน์ แถลงภายหลังการประชุมว่า ภาพรวมเนื้อหาทางพรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันทั้งหมดแล้ว และเตรียมปรับรายละเอียดอีกเล็กน้อย ก่อนจะส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค. 2562 โดยหัวใจของการทำนโยบายคือต้องขับเคลื่อนงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ส่วนรายละเอียดของการปฏิบัติตามนโยบายหรือมาตรการที่จะดำเนินการหลังจากนั้น เป็นสิ่งที่ต้องยึดเป็นมาตรการบนหลักการของการทำงานร่วมกัน และวันนี้ที่ไม่มีตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้พิจารณาเนื้อหาและเป็นที่พอใจแล้ว

นายสนธิรัตน์ กล่าวยืนยันว่านโยบายรัฐบาลและมาตรการที่จะเกิดขึ้นหลังการแถลงรายละเอียดจะเป็นไปตามกรอบงบประมาณ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าในบางนโยบายที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก อาทิ การดูแลสวัสดิการแม่และเด็ก ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาทนั้น รัฐบาลมีนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนได้แน่นอน

ทั้งนี้การจัดทำนโยบายไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดเท่านั้น ดังนั้นประเด็นใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจะนำมาพิจารณาเขียนไว้ด้วย ส่วนรายละเอียดที่จะนำไปปฏิบัตินั้น หากมีโอกาสตนอยากหารือร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านด้วยเช่นกัน ส่วนการแถลงนโยบายจะใช้เวลากี่วันอยู่ที่ทางวิปรัฐบาลหารือและกำหนดเวลา

"มองว่าควรมีระยะเวลาให้ทุกฝ่ายพิจารณาและแสดงความคิดเห็น ไม่กังวลว่าเวทีแถลงนโยบายดังกล่าวจะถูกฝ่ายค้านนำไปใช้เป็นเครื่องมือหรือประโยชน์ทางการเมือง เพราะมองในแง่ดีที่ว่าทุกฝ่ายต้องร่วมแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์ของประเทศ ความเห็นใดที่เป็นประโยชน์ หรือเป็นประเด็นติติงเราพร้อมจะรับฟัง" นายสนธิรัตน์ กล่าว

ที่มา: ไทยโพสต์, 12/7/2562

สตม. แถลงจับอดีตพนักงานขับรถบริษัทไปรษณีย์ไทยลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าไทย พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 4 ล้าน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.รัชธพงษ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.ปริวัฒน์ สัจจาพันธ์ สวญ.ตม.จว.สมุทรสงคราม และตำรวจ บก.สตม. ร่วมกันแถลงผลการสืบสวนขยายผลกรณีรถไปรษณีย์ขนแรงงานต่างด้าวพบสาวเมียนมาร์เป็นผู้ร่วมขบวนการ

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลเรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติท่ีเข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการกวดขันจับกุมการลับลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศ รวมถึงขยายผลในการจับกุมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ในประเทศ ทางสตม.ได้สืบสวนจนสามารถจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายธนาชัย มั่งทิม อายุ 34 ปี พนักงานขับรถบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ปัจจุบันถูกไล่ออกแล้ว ได้ลักลอบใช้รถยนต์บรรทุกของบริษัทไปรษณีย์ไทยขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 13 คน นำส่ง สภ.รัตภูมิ ดำเนินคดี

จากการสอบสวนขยายผลนายธนาชัย ทำให้ทราบข้อมูลว่า มีบุคคลที่เคยติดต่อส่งแรงงานในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม อยู่หลายครั้ง ทาง ตม.จว.สมุทรสงคราม จึงได้ประสานข้อมูลกับชุดจับกุม และส่งข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว สัญชาติเมียนมาร์ในพื้นท่ีไปให้นายธนาชัยดู และมีการยืนยันชี้ภาพว่า นางเอ นามสมมุติ (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) รู้จักกับคนที่นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์มาส่ง จึงขออนุมัติจับกุมจากศาลจังหวัดสงขลา

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวอีกว่า ต่อมาในวันที่ 4 ก.ค. 2562 เวลาประมาณ 11.30 น. ตม.จ.สมุทรสงคราม ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจับกุม นางเอ อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่ 343/2562 ลงวันที่ 17 มิ.ย.2562 โดยกล่าวหาว่า "สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย, ร่วมกันทำให้บุคคล ต่างด้าว ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าว พ้นจากการจับกุม, เป็นอั้งยี่ ซ่องโจรและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ"

จากการตรวจค้นบ้านของนางเอ พบบัญชีเงินฝากในชื่อลูกสาว มีเงินหมุนเวียนในแต่ละปี 1-4 ล้านบาท จากการตรวจสอบยังทราบอีกว่านางเอเข้ามาอยู่ในประเทศกว่า 20 ปี สามารถพูดสื่อสารภาษาไทยได้ชัดเจน ซึ่งจะได้ทำการตรวจสอบและขยายผลตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ทาง สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด คนต่างด้าวในด้านต่างๆ รวมถึงการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

ที่มา: Nation TV, 12/7/2562

โต้ 'ดีดีบินไทย' ละเมิดสิทธิ์พนักงาน ปมห้ามถ่ายรูป 'ธนาธร'

จากกรณีที่ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้โพสต์ลิปตักเตือนพนักงานการบินไทยถึงความไม่เหมาะสมและไม่เป็นกลางในการถ่ายรูปร่วมกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงปมดราม่าดังกล่าว

นายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) (สร.บกท.) กล่าวว่า กรณีชุดภาพดังกล่าวภาพรวมแล้วเป็นภาพที่ถ่ายในลักษณะปกติไม่มีการแสดงในลักษณะหยาบคายก้าวร้าวหรือการกระทำวาบหวิว ซึ่งเป็นเหตุให้สามารถกล่าวหาถึงความไม่เหมาะสมได้ แต่กรณีดังกล่าวไม่มีภาพในทำนองนั้น จึงมองว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงานในการแสดงออกตามสิทธิของประชาชนคนหนึ่ง ที่สามารถถ่ายรูปกับใครก็ได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นกลางไม่เป็นกลาง ขอถามกลับว่า หากมีพนักงานถ่ายรูปคู่กับ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นการเหมาะสมหรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ความชื่นชอบ หรือ ความไม่ชอบของแต่ละบุคคลในการตัดสินความเหมาะสมหรือความเป็นกลาง แต่โดยพื้นฐานแล้วพนักงานทุกคนแม้จะสวมใส่ชุดประจำองค์กรมีเสรีภาพในการแสดงออกและถ่ายรูปกับบุคคลใดก็ได้ โดยส่วนตัวมองว่าไม่เป็นธรรมกับพนักงานในการจำกัดสิทธิดังกล่าว แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าในองค์กรการบินไทยไม่มีเรื่องของทัศนคติทางการเมืองหรือการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองแต่อย่างใด

การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หากเกิดขึ้นโดยเรียบร้อยไม่มีผลกระทบต่อเที่ยวบินหรือคุณภาพบริการ ให้ถือว่าพนักงานทำงานโดยเต็มที่สมบูรณ์แล้ว หากใช้มาตรฐานดังกล่าวต่อไปในอนาคต พนักงานการบินไทยไปถ่ายรูปกับบุคคลใด หรือบุคคลทางการเมือง ก็ถือว่ามีความผิดใช่หรือไม่ หากการแต่งกายมิดชิดและกริยาที่เป็นไปตามปุถุชนทั่วไปก็ควรมีสิทธิ์ทำได้ เพราะ กฎระเบียบและกติกาของพนักงานบริษัทการบินไทย ไม่มีการระบุว่าห้ามถ่ายรูปกับบุคคลอื่นใดในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่หรือสวมใส่ชุดพนักงาน

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาฝ่ายบริหารการบินไทยไม่เคยใส่ใจพนักงานเลย โดยเฉพาะแนวทางในการร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้และเดินแผนฟื้นฟูองค์กร ผ่านมาเกือบ 9 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีการให้ส่วนร่วมกับพนักงานเลย มีแต่การหารือระดับฝ่ายบริหาร ไม่เคยมีการแจ้งแผนความคืบหน้าให้พนักงานทราบ ว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรได้อย่างไรและจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดเป็นรูปธรรม ในองค์กรมีพนักงานที่มีความสามารถอยู่มาก แต่เมื่อถูกละเลยจากฝ่ายบริหาร ส่งผลให้พนักงานบางคนไม่มีความรู้สึกรักองค์กรและไม่สนใจองค์กรว่าจะย่ำแย่แค่ไหนเพราะผู้บริหารไม่เคยเหลียวแลความคิดเห็นพนักงาน

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคม ระบุว่า หลังจากการชี้แจงของการบินไทยนั้นกระแสในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของพนักงาน ซึ่งควรจะได้รับการปกป้องให้กระทำการใดก็ได้ ที่ไม่กระทบต่อคุณภาพบริการผู้โดยสาร และภาพรวมของความสะดวกสบายในเที่ยวบิน ไม่สมควรให้เลือกปฏิบัติเพราะงบประมาณมาจากภาษีประชาชน

นอกจากนี้ยังมีบางส่วนได้พากันเผยแพร่ภาพในอดีตที่การบินไทยได้ถ่ายภาพร่วมกันต้อนรับแกนนำม็อบ กปปส. พร้อมเปรียบเทียบถึงความเป็นสองมาตรฐานขององค์กรการบินไทย บ้างพากันวิจารณ์ว่าปัญหาการขาดทุนนับแสนล้านบาท มาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรที่หัวโบราณและอิงผลประโยชน์การเมือง

ที่มา: โพสต์ทูเดย์, 12/7/2562

อ.แม่สอด จับแรงงานต่างชาติประกอบอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.สุพล ร่วมสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด จังหวัดตาก สั่งการให้ ร่วมกับ พ.ต.อ.แมน รัตนประทีป ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก (ด่าน ตม.แม่สอด) สั่งการให้ พ.ต.ท.อัศนันท์ ใจวุฒิ รอง ผกก.ป สภ.แม่สอด- พ.ต.ท.ศรายุ ดีมั่น สวป.สภ.แม่สอด นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด สนธิกำลังร่วม ตำรวจด่าน ตม.ตาก (แม่สอด) และเจ้าหน้าที่จัดหารงานจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ร่วมกันจับกุม แรงานต่างชาติที่ประกอบอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย โดยมีการจับกุม จำนวน 10 ราย พร้อมรถสามล้อแดง ซึ่งใช้ประกอบอาชีพ ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามกฎหมายไทย

รายงานข่าวแจ้งว่าการดำเนินการขั้นเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด- และ ด่าน ตม.ตาก (แม่สอด) สืบเนื่องมาจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้รับการร้องเรียนจากคนไทยในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก และมีการลงพื้นที่มาดูข้อเท็จจริงและนำไป ตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อาทิ เช่น อาชีพ วินมอเตอร์ไซค์รถยนต์รับจ้าง ซาเล้ง-รถสามล้อ-สามล้อแดง จึงขอให้กระทรวงแรงงานและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดตากลและกองตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พิจารณาดำเนินการ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด- ตำรวจ ด่าน ตม.ตาก (แม่สอด) และจัดหางาน ได้ดำเนินการออกกวาดล้างปราบปรามและจับกุม อย่างจริงจัง ซึ่งได้วันนี้จับกุมได้ 10 ราย และ จนท.ตำรวจ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทุกวันหากพบเห็นการกระทำผิดแย่งอาชีพคนไทย ในสาขาอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาตทำงาน จากนั้นได้ส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สอดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น, 11/7/2562

คนทำงานใน กทม. 8 ล้านคน มีประกันสังคม 3.5 ล้านคน

การลงนามในครั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลสารสนเทศการบริการสาธารณสุขของพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการใช้ข้อมูลแผนที่ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยวิธีเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบงานสำรวจชุมชน, การเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน, การบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และการบริหารจัดการระบบสารสนเทศ โดยเชื่อมโยงกับแผนที่เชิงรหัส (Digital Map)

โดยกรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเชื่อมโยงระบบข้อมูล พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจวางแผนเชิงนโยบาย ภายใต้ชื่อ "Bangkok Health Data Center" (BHDC) และจะติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งระบบสื่อสารในการเชื่อมโยงข้อมูล รวมทั้งพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ให้สามารถเชื่อมโยง สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ ตลอดจนคุมระบบรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของ กทม.พบว่าประชากรในพื้นที่ประมาณ 8,000,000 คน เป็นสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3,700,000 คน สิทธิ์ประกันสังคม 3,500,000 คน สิทธิ์ข้าราชการ 661,290 คน และสิทธิ์อื่นๆ อีก 236,238 คน

ที่มา: news.ch7.com, 11/7/2562

โปรดเกล้าฯ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็น รมว.แรงงาน

10 ก.ค. 2562 ราชกิจจานุเบกษาประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำนวน 36 คน ปรากฏว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยอมรับว่าโผการจัดตั้งรัฐบาล มีการเปลี่ยนแปลงไปมา จากเดิมที่มีกระแสข่าวให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้เพราะได้อยู่ในกระบวนการเจรจา แต่เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็มั่นใจว่าสามารถทำงานได้เพราะเคยอยู่ฝ่ายเศรษฐกิจมานาน และเคยเป็นเป็นกรรมการคัดจ้างแรงงานมาก่อน และก็เคยรับราชการด้านเศรษฐกิจมา จึงไม่ค่อยเป็นห่วงที่จะทำงานกับข้าราชการเท่าไหร่ แต่เมื่อมาเล่นการเมืองแล้วจะทำตัวแบบข้าราชการก็ไม่ได้ มีอะไรก็จะพูดกันตรงๆ

อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.จัตุมงคล ระบุว่สหลังจากนี้ก็จะพยายามทำหน้าที่ไปตามนโยบายของรัฐบาล แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกัน เพราะเป็นกระทรวงเดียวที่ตั้งขึ้นมาช่วยด้านแรงงานโดยตรง ต่างจากกระทรวงอื่นที่ตั้งขึ้นมาช่วยงานของประเทศ

ที่มา: Nation TV, 10/7/2562

เผย 'เปิดร้านค้าขายสินค้าออนไลน์-แอดมินเพจ' กำลังเป็นอาชีพเสริมยอดนิยม

แมนพาวเวอร์กรุ๊ปสำรวจแรงงานยุคใหม่รับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ในยุค Digital Disruption เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกแวดวงทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ การศึกษา การเงินการธนาคาร และอื่นๆ รวมถึงกลุ่มแรงงานที่ต้องมีการปรับตัว ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นที่เป็นรูปแบบงานระยะสั้น หรือกิ๊ก (GIG) ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมพิเศษนอกเหนือจากงานประจำได้ไม่ยาก แมนพาวเวอร์กรุ๊ปได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,567 คน โดยให้ทำแบบสอบถามเกี่ยวกับงานระยะสั้น มาดูว่าคุณเป็นกิ๊กประเภทใด งานระยะสั้นแบบไหนที่ตอบโจทย์ความเป็นคุณ

จากการตอบแบบสอบถามดังกล่าว ทำให้เห็นว่ามีกลุ่มอาชีพที่น่าจับตาและมีการแข่งขันสูง โดยจะเห็นได้จากแนวโน้มการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Instagram และ Facebook จากการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลการเปิดร้านค้าขายสินค้าออนไลน์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างมีถึง 30.77 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการทำอาชีพนี้เป็นอาชีพเสริม และบางกลุ่มก็เปลี่ยนเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ดีทีเดียว

นอกจากนี้ กลุ่มอาชีพที่เป็นแอดมินดูแลเพจร้านค้า เว็บไซต์ และร้านค้าออนไลน์ มีถึง 10.26 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเท่ากันกับอาชีพพนักงานขายมี 10.26 เปอร์เซ็นต์ ทางด้านบล็อกเกอร์ และงานทางด้านการคีย์ข้อมูล พิมพ์งานก็มีสัดส่วนติดท็อป 5 อยู่ที่ 7.69 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเป็นเพราะกลุ่มงานดังกล่าวไม่ต้องเดินทางสามารถทำงานที่ไหนก็ได้จึงเป็นกลุ่มงานที่สร้างรายได้เสริมได้ดีในปัจจุบัน

ทางด้านกลุ่มงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางอย่างอาชีพหมอดู ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับความนิยมและมีหลายศาสตร์ให้เลือกนำมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ถึง 5.13 เปอร์เซ็นต์ ทางด้านงานออกแบบและตกแต่งภายในมีสัดส่วนอยู่ในระดับเดียวกับหมอดูคือ 5.13 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลุ่มงานที่เป็นการใช้ทักษะต่างๆ เช่น งานด้านภาษา งานแปล งานเขียนบทความ คำบรรยายในภาพยนตร์ (Subtitle) งานพิสูจน์อักษร รวมถึงงานที่เกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านกฎหมาย งานออกแบบ Line Sticker เน็ตไอดอลและกลุ่มช่างแต่งหน้า ก็มีสัดส่วนอยู่ที่ 2.56 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานในแบบใหม่ของแรงงานยุคปัจจุบันที่สามารถมีได้หลากหลายอาชีพ หลากหลายประเภทงาน ไม่ว่าจะเป็นงานนอกเวลา งานด่วน งานจ้างตามสัญญา งานชั่วคราว งานอิสระ งานรับเหมา งานออนไลน์และการทำงานบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เทรนด์การทำงานลักษณะแบบนี้ได้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงาน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างด้วย องค์กรจึงต้องปรับตัวทั้งโครงสร้างและรูปแบบการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยมีทั้งแรงงานประจำ มีการใช้ Outsource การจ้างงานแบบชั่วคราวและสัญญาจ้างในระยะเวลาต่างๆ ซึ่งทิศทางจะเริ่มมีการสอดรับกันมากขึ้น และถือเป็นทิศทางที่ดี แรงงานที่มีทักษะการทำงานเฉพาะด้านจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ดังนั้น ภาคแรงงานจึงต้องปรับตัวด้วย 5 ทักษะ ดังนี้ 1. มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หลากหลาย 2. มีวินัยและความรับผิดชอบสูง 3. การบริหารจัดการชีวิต 4. มีความยืดหยุ่นรับมือความหลากหลาย 5. เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาและเชี่ยวชาญในตลาดแรงงานหวังว่าข้อมูลอาชีพเสริมที่ทำการสำรวจจะเป็นทางเลือกที่ให้คุณปั้นอาชีพเสริมจากทักษะความสามารถ อีกทั้งยังรักษาสมดุลแห่งชีวิตบูรณาการทั้งเรื่องงานและครอบครัวเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จต่อไป

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 10/7/2562

'สนธิรัตน์' ยอมรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท ยังไม่ได้ทันที

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะทำงานประสานงานพรรคร่วมในการจัดทำนโยบายรัฐบาล กล่าวว่า ได้นำนโยบายของพรรคร่วมทั้งหมดมาทำเป็นร่างแล้ว นับจากนี้ 2-3 วัน จะนำร่างแรกเข้าที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อทำให้นโยบายเป็นไปได้จริง และพิจารณางบประมาณในการทำงาน โดยจะเร่งรัดให้เสร็จทันตามกรอบเวลาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา

ทั้งนี้ทุกนโยบายไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นโยบายกัญชาเสรี ฯลฯ จะต้องเป็นความเห็นพ้องของพรรคร่วมรัฐบาล และไม่สามารถทำนโยบายใด นโยบายหนึ่งได้เพียงลำพัง

ส่วนนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท นายสนธิรัตน์ กล่าวว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการยกระดับฝีมือแรงงานซึ่งต้องปรับทั้งระบบแรงงานไทย จึงจะสามารถขึ้นค่าแรงให้สูงตามคุณภาพฝีมือแรงงาน ไม่เช่นนั้นจะไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและตลาดแรงงานในปัจจุบัน

ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงจะมีการปรับปรุงอย่างแน่นอน แต่ต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนเพื่อให้ได้ข้อสรุปตรงกัน ส่วนนโยบายเร่งด่วนของพรรคพลังประชารัฐที่จะเสนอต่อที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาล คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ราคาสินค้าการเกษตร และนโยบายมารดาประชารัฐ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้า และสัปดาห์หน้าจะเสนอนายกรัฐมนตรีให้พิจารณา

ที่มา: ThaiPBS, 9/7/2562

สภาองค์การนายจ้างเผยแรงงานไทยเกษียณ 45 ปีมากขึ้น-เด็กจบใหม่ขอพักก่อนค่อยหางาน

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้นายจ้างกำลังเป็นห่วงถึงสถานการณ์แรงงานไทยที่เริ่มพบว่ามีแรงงานเริ่มเกษียณอายุงานด้วยอายุเฉลี่ยเพียง 45 ปีมากขึ้น ขณะที่แรงงานเด็กที่จบการศึกษาใหม่อดีตเมื่อจบก็จะหางานทำทันทีกลับพบว่าเด็กรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่ต่างไปจากคนรุ่นเก่าที่จบมาส่วนใหญ่จะใช้เวลาพัก 1-3 ปีจึงทยอยเข้ามาสู่แรงงานในระบบ จึงทำให้การประเมินทิศทางการจ้างงานจะยากขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม อีคอนไทยกำลังติดตาม 3 ปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 อย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1. การส่งออกปี 2562 ที่มีแนวโน้มสูงที่จะติดลบ 1% 2. การบริโภคในประเทศที่ยังไม่ดีนักจากราคาสินค้าเกษตรหลักๆ ยังตกต่ำ และ 3. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีโดยเฉพาะภาคการผลิตและการค้าเริ่มหันมาใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอีคอมเมิร์ซ มากขึ้น

ทั้งนี้ การส่งออกมีแนวโน้มติดลบ 1% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แม้ว่าล่าสุดทิศทางจะคลี่คลายไปบ้างแต่ส่วนใหญ่มองว่าสงครามการค้ายังไม่จบหากแต่เป็นช่วงพักเบรกเท่านั้น และเมื่อพิจารณาตัวเลขส่งออก 5 เดือนแรกปีนี้ที่ติดลบ 2.7% จึงเป็นเรื่องยากที่ส่งออกจะยังเติบโตได้อยู่ ประกอบกับภาวะค่าเงินบาทที่แข็งค่าก็จะกดดันการส่งออกให้ลำบากมากขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน ในแง่การบริโภคในประเทศที่จะมีส่วนต่อการจับจ่ายซื้อสินค้าก็พบว่ายังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร เหตุจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ผ่านมาไม่ดีนัก ทั้งอ้อย ยางพารา ปาล์ม ฯลฯ ทำให้ประชากรในภูมิภาคที่เป็นแรงซื้อหลักยังมีการบริโภคต่ำ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเองก็จะมีผลต่อการจ้างงานเช่นกันโดยเฉพาะในแง่ของการจ้างแรงงานใหม่เพราะโรงงานใหม่ๆ เริ่มใช้เทคโนโลยีแทนคนมากขึ้น ขณะเดียวกันระบบการเงินและการค้าขายก็เริ่มหันไปพึ่งระบบออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซทดแทนบางส่วน

“ด้วยปัจจัยดังกล่าวหลักๆ คิดว่าการจ้างงานใหม่จากนี้ไปคงจะมีไม่มากนัก แต่ด้วยปัจจัยสงครามการค้าและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงก็ทำให้การพยากรณ์ไปข้างหน้าไม่ง่ายเพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นจึงไม่มีค่าพยากรณ์ที่จะเป็นตัวเปรียบเทียบ แต่ตัวเลขการมีงานทำซึ่งรายงานโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่ามีผู้ว่างงานราว 3.63 แสนคนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนการว่างงานลดลง 6.3 หมื่นคน ซึ่งคาดว่าผลกระทบต่างๆ น่าจะสะท้อนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ไปเพราะขณะนี้สัญญาณสภาพคล่องทางธุรกิจตึงตัวเริ่มมีแล้ว ดังนั้นรัฐบาลใหม่จะต้องเร่งเข้ามาบริหารรับมือทั้งกระตุ้นกำลังซื้อที่ส่งถึงชาวบ้านจริงๆ การดูแลเรื่องส่งออก เป็นต้น” นายธนิตกล่าว

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 8/7/2562

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์