ประยุทธ์เปิดฉากอภิปรายแทนอ่านคำแถลงนโยบาย จนประธานสภาขอให้อ่านทุกถ้อยคำ

ประยุทธ์เปิดฉากอภิปรายแทนอ่านคำแถลง ฝ่ายค้านประท้วงที่นี่ไม่ใช่ค่ายทหาร ส.ส.ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะมาชี้นิ้วสั่งสอน ประธานสภาวินิจฉัยสั่งให้อ่านทุกถ้อยคำ หลังจากนั้นประยุทธ์อ่านตามเอกสารแต่อ่านข้ามไปหน้าหนึ่ง ถูกประท้วงอีก จนประธานสภาสั่งให้อ่านใหม่ แนะอ่านซ้ำจากที่อ่านไปแล้วได้ ประยุทธ์โอดมันเยอะพอสมควร

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.เพื่อไทย จ.น่าน ทักท้วงขอให้ประธานรัฐสภาวินิจฉัยห้าม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งสมาชิกรัฐสภา

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายทักท้วงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ข้ามย่อหน้าที่หนึ่งเป็นสาระสำคัญไป เพราะนายกรัฐมนตรีต้องบอกก่อนว่ามีพระบรมราชโองการประกาศให้เป็นนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า “อันที่จริงแล้วผมก็มือใหม่นะ มือใหม่ ที่ท่านทักท้วงว่าทำไมไม่อ่าน ผมคิดว่าเอกสารมันมีอยู่ ท่านก็อ่านมาบ้างแล้ว ผมก็ยังไม่เข้าใจวิธีการตรงนี้ ก็ถือเป็นเกียรติ ขอบคุณในคำแนะนำของท่าน ผมเป็นรุ่นน้องนักการเมืองของท่านทั้งหมดอยู่แล้ว” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวย่อหน้าแรกที่ขาดหายไป

25 ก.ค. 2562 ที่ห้องประชุมสำนักงาน TOT มีการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนคณะรัฐมนตรีจะเข้าทำงานบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เริ่มต้นแถลงนโยบายโดยมีรายละเอียดดังนี้

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสภาผู้แทนราษฎร ท่านวุฒิสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย จริงๆ แล้วผมก็คิดถึงท่านมาโดยตลอด แม้ผมจะไม่ได้มาเจอในห้องนี้ผมก็ดูโทรทัศน์ทุกวัน ทุกท่านก็ได้แสดงออกมีความคิด ความเห็นมากมาย ผมจดไว้หลายหน้ากระดาษพอสมควร พร้อมกับจดชื่อไว้ด้วย เพราะจะได้ตอบคำถามได้ตรงปะเด็น แล้วก็ได้นำเรื่องต่างๆ ที่ได้มีการวิจารณ์ หรือตั้งข้อสังเกตในสภาไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไปปฎิบัติ

วันนี้ผมมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาพบปะกับพวกเรา หลายท่านเรามีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว วันนี้เรามานำเสนอนโยบายในนาม ครม.ใหม่ ที่จะดำเนินการต่อไป ฉะนั้นต้องเข้าใจว่าอะไรคือ ต่อไป อะไรคือรัฐบาลเดิม อะไรคือรัฐบาลใหม่ วันนี้มาแถลงนโยบายแล้วก็พร้อมจะรับฟังข้อคิดเห็น อันเป็นประโยชน์เชิงสร้างสรรค์เพื่อจะได้ดำเนินการในรัฐบาลใหม่

ทั้งนี้ทั้งนั้น นโยบายเราจะเป็นกรอบกว้างๆ พอสมควร คำว่ากรอบกว้างๆ นั้นคือนโยบาย แต่ส่วนที่จะทำให้ทั้งหมดเกิดขึ้นมาได้ ด้วย ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ทั้งหมดจะถูกนำมาพิจารณาเพื่อทำแผนปฏิบัติราชการ ซึ่งมันจะมาอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งต้องทำตามกระบวนการของการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย หลายท่านอาจจะมองว่า ทำไม่ไม่เป็นไปตามที่พูดกันไว้ แต่ทั้งหมดท่านต้องดูนะครับทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลที่ไปหาเสียงกันมา มันอยู่ในกล่องนี้ทั้งสิ้นแหละ แต่มันต้องไปหาหน่วยงานที่จะมาดำเนินงาน

ตามที่มีประกาศพระราชโองการให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมานั้น บัดนี้คณะรัฐมนตรีใหม่ของเราได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันนี้ต้องสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ และหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 และยุทธศาสตร์ชาติ 2561 – 2580 ถ้าผมพูดเร็วเกิดไปก็ของให้เปิดดูในหนังสือที่จ่ายไปก่อน 3 วันแล้ว ผมพร้อมที่จะฟังทุกเรื่องแหละ

วันนี้จะแถลงนโยบายให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เราจะต้องเดินหน้าประเทศของเราไปด้วยความก้าวหน้า มั่นคง สังคมไทยมีความสงบเรียบร้อย สามัคคี เอื้ออาทร ใครไม่เห็นด้วยกับผมตรงนี้บ้าง (พูดโดยเน้นเสียงพร้อมชี้นิ้วไปด้านหน้า) คนไทยจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และพร้อมที่จะดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ผมฟังหลายท่านบอกอะไรคือ 21 ไปเปิด Google ก็เห็น ท่านลองไปเปิดด้วยว่าศตวรรษที่ 21 คืออะไร คือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2001 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2100 เราอยู่ในศตวรรษนี้อยู่ซึ่งในศตวรรษนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย มีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ตรงนี้มากมายทุกกลุ่มอาชีพ พวกเราก็ด้วย ฉะนั้นต้องไปดูสิว่า มันต้องปรับปรุงตัวเองอย่างไร ปรับทักษะอย่างไร เรียนรู้อย่างไร เรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีอย่างไร ใครประท้วงเหรอ

ชวน หลีกภัย: ท่านนายกฯ ครับ ท่านแถลงนโยบายตามที่ส่งเอกสารครับผม

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: ได้ ผมเพียงขยายความสักนิดหน่อย เพราะมีหลายท่านบอกว่าไม่ใช่ ไม่เข้าใจ เศรษฐกิจไทยต้องมีความแข็งแกร่งมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ลองดูสิว่าวันนี้มันแข่งขันเขาได้แค่ไหนอย่างไร ดูแลทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลายท่านก็ไม่เข้าใจนะปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง ผมฟังดู

ประเทศไทยมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยทั้งภายนอกภายในประเทศเปลี่ยนไปมาก ท่านก็รู้ว่าวันนี้อะไรเปลี่ยนไปแล้วคงไม่ต้องกล่าวถึง ความท้าทายใหม่ๆ ความซับซ้อนสูง ฉะนั้นการเรามาบริหารราชการของรัฐบาลนี้เป็นการบริหารราชการในช่วงที่สถานการณ์ต่างๆ มีความไม่แน่นอนในทุกมิติ มีความท้าทาย มีความเสี่ยงสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจโลก การค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มฉุดรั้งการพัฒนาประเทศของเรา โลกเปลี่ยนแปลงวันนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ ฝนก็ตก ตกทิ้งช่วง ตกน้อยลง มีผลกระทบทั้งสิ้น

การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยปัจจัยคือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค พฤติกรรมของผู้บริโภค เราต้องมาแก้ปัญหาเหล่านี้ การเข้าสู่สังคมสูงวัย การขาดแรงงาน คนที่อยู่ในวัยแรงงานน้อยลง ส่วนแรงงานต่างด้าวหากกลับประเทศเขาหมดเราจะทำอย่างไรไปคิดให้ละเอียด หลายๆ อย่างเราทำตามข้อตกลงของประเทศไทยที่มีข้อผูกพันกับเวทีโลก

วันนี้เราต้องยอมรับว่า วันนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน(เน้นเสียง) ประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ลูกหลานเรา ตัวเรา และอนาคต ฉะนั้นเราต้องต่อสู้กับปัญหาหลายประการต่อสู้กัความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา โอกาส คำว่าโอกาส ก็คือ ความเท่าเทียม เราสร้างความเท่าเทียมด้วยโอกาส ยากดีมีจนต้องหาโอกาสให้เขา ความเหลื่อมล้ำของรายได้และทรัพย์สินก็ต้องแก้ไขกันต่อไป แม้แต่การต่อสู้กับความไม่สงบภายในประเทศในอดีต วันนี้ต้องมาต่อสู้กับภัยคุกคามที่ไม่มีแบบแผนในปัจจุบัน เช่น ยาเสพติด การก่อการร้ายข้ามชาติ สงครามไซเบอร์ ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความเสี่ยงในการบริหารประเทศในปัจจุบัน แล้วพวกเราจะต้องเผชิญหน้า เพราะเราคือคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น รัฐบาลที่ความพยายามในการพัฒนาประเทศ

ชวน หลีกภัย: ท่านนายกฯ ครับ มีคนประท้วงครับ นึกแล้วเชี่ยวครับ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (ส.ส.เพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่) :ท่านประธานครับผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ขอประท้วงท่านนายกรัฐมนตรีกระทำผิดข้อบังคับการประชุมข้อ 107 และรัฐธรรมนูญมาตรา 62 วันนี้เราต้องมาฟังท่านแถลงนะครับ ไม่ใช่มาอภิปราย การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ท่านมีหน้าที่อ่านตามหนังสือที่ท่านได้เตรียมมา ไม่ใช่การอภิปรายครับ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: โอเคครับ ผมเห็นท่านพูดมาหลายวันเหมือนกัน ท่านบอกว่านายกศ มาก็ต้องมาพูดเองไม่ต้องอ่าน ให้มาพูดเอง ผมไม่ทะเลาะกับท่านอยู่แล้ว เอาละเดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง (มีเสียงหัวเราะในรัฐสภา) อ่านภาษาไทยนี่แหละ คุณเปิดหนังสือแล้วอ่านตามผมไปด้วย ไม่ใช่ผมไม่อ่าน

การต่อสู้ ความไม่สงบภายในประเทศในอดีต ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ยาเสพติด ภัยคุกคามข้ามชาติ ก่อการร้ายข้ามชาติ สงครามไซเบอร์ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นความเสี่ยงของการบริหารประเทศ ที่รัฐบาลจะต้องเผชิญ ประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านเข้าใจด้วยนะครับ(เน้นเสียง)

ชวน หลีกภัย: ประท้วงเหรอครับ ท่านนายกฯ ครับ ขออภัยด้วยครับมีผู้ประท้วง

ประยุทธ์ เงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ก็ยิ้มที่มุมปาก พร้อมพูดว่า “เอาละดาวสภาอยู่แล้ว เชิญครับ”

ชลน่าน ศรีแก้ว (ยิ้มรับพร้อมกล่าวว่า) : ท่านประธานที่เครพ กระผมนายชลน่าน ศรีแก้ว เพื่อไทย จังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงท่านที่กำลังแถลงนโยบายอยู่ในขณะนี้ว่า ท่านทำผิดข้อบังคับที่ 1 การแถลงนโยบายคือการอ่านคำแถลงนโยบาย เพราะว่านั่นคือสัญญาที่ท่านจะมาบอกกับสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ว่าคิดอะไร ก็พูดตามที่คิด ประการที่สองการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาต้องพูดกับประธานรัฐสภา พูดกับประธานเท่านั้น ไม่ได้พูดกับสมาชิกหรือพี่น้องประชาชน

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: ขอบคุณครับ (พูดแทรก)

ชลน่าน ศรีแก้ว: ประการที่สาม รัฐสภาแห่งนี้ มีประธานรัฐสภาเป็นประธานอยู่ ผู้ที่แถลงนโยบายไม่ใช่ประธานไม่มีอำนาจมาชี้ให้ผมพูดหรือไม่พูดครับ โปรดวินิจฉัยด้วยครับ

ชวน หลีกภัย: ท่านนายกฯ ครับ ถึงแม้ท่านนายกฯ จำได้หมดก็ตาม แต่อ่านเถอะครับ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: ขอบพระคุณครับ

คารม พลพรกลาง: ขออนุญาตประท้วงครับ

ชวน หลีกภัย: เชิญครับ

คารม พลพรกลาง: ผมคารม พลพรกลาง พรรคอนาคตใหม่ ระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านนายกตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 107 และรัฐธรรมนูญมาตรา 62 ต้องเรียนนะครับท่านนายกฯ ที่นี่ไม่ใช่ค่ายทหารที่ท่านจะมาพูด มาชี้ มาสั่ง สมาชิกรัฐสภา

ชวน หลีกภัย: เอาละครับ พอละครับ (กดปิดไมค์ของคารม)

คารม พลพรกลาง(กดเปิดไมค์พูดต่อ): ผมมาฟังท่านนายกฯ แถลงนโยบายไม่ใช่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ท่านไม่ต้องมาพูดข่มขู่ หรือสั่งสอน

ชวน หลีกภัย (กดปิดไมค์อีกครั้ง): เชิญท่านนายกฯ ต่อครับ

วิรัช รัตนเศรษฐ (พรรคพลังประชารัฐ) : ท่านประธานครับขออนุญาต ท่านประธานไม่สังเกตเหรอครับว่ามันผิดข้อบังคับตั้งหลายอัน ที่ท่านคารมได้พูดไปเมื่อสักครู่ ที่บอกว่าที่นี่ไม่ใช่ค่ายทหาร ที่นั่งกันอยู่นี้ก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับสมาชิกวุฒิสภาทั้งนั้นแหละครับ เวลาเราก็น้อย ถ้าใครประท้วง (ถูกชวนกดปิดไมค์)

ชวน หลีกภัย: คุณวิรัชครับ ผมรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมถึงเปิดโอกาสตั้งแต่ต้นว่า เรามีอะไรมั้ยให้พูดกับเสียก่อน แล้วต่อจากนี้เวลาท่านนายกฯ แถลงจะได้ไม่มีใครประท้วงจะได้ผ่านไปได้โดยปกติ เชิญท่านนายกฯ ครับ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ (อ่านตามเอกสารแถลงนโยบาย ในห้องประชุมมีเสียงหัวเราะ) ฉะนั้นเราต้องพัฒนาประเทศของเราให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงแก้ไขปัญหาปากท้อง และสร้างรายได้ให้กับประชาชนให้พียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ คนไทยทุกช่วงวัยจะต้องมีความพร้อม ทั้งในด้านหลักคิด คุณธรรม และจริยธรรม และมีศักยภาพที่จะดําเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 เราจะ ร่วมกันสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพ ไม่ใช่การเติบโตเชิงปริมาณ ทั้งนี้การบริหารราชการ แผ่นดินของรัฐบาลนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ให้ทันการเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างความเข้มแข็งและแก้ไขปัญหาที่ยังดํารงอยู่ของภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันและมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอน จากปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจะก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีความเข้มแข็ง ในระยะยาว ส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้นในประชาคมโลก มีบทบาทนําในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในประชาคมโลกผ่านการพัฒนาบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จะทําให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์และเป้าหมาย ที่กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติโดยการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 4 ปีของรัฐบาล นะครับ จะยึดหลักการ สําคัญ 4 ประการ

ประการที่ 1 น้อมนําพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหลักในการบริหารประเทศ

ประการที่ 2 ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประการที่ 3 พัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ประการที่ 4 บูรณาการการทํางานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคี การพัฒนาต่างๆ ในลักษณะประชารัฐเพื่อพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และ ทําให้ประชาชนคนไทยมีความมั่นคง อยู่ดีมีสุข

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ (ประยุทธ์หันหน้าไปทางชวน หลีกภัย ก่อนจะก้มอ่านเอกสารต่อ) ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนการพัฒนา ของผู้นําประเทศในอดีต และในวันนี้วิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาลชุดนี้คือ มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21 โดยรัฐบาลได้กําหนด นโยบายในการบริหารราชการแผนดิน ดังนี้

1.การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นหน้าที่สําคัญที่จะเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยให้อยู่รวมกันอย่างสันติสุขมาอย่างยาวนาน ปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพ (เน้นเสียง) ด้วยความจงรักภักดี และสืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาและโครงกา อันเนื่องมาจากพระราชดําริ หน่วยงานพระราชทาน และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดี ในการอุทิศตนเพื่อสาธารณะประโยชน์ และนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนพัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์ในวงกว้าง รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้เผยแพร่และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์

2.การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ โดยการรักษาและป้องกันอธิปไตยและความมั่นคงภายในของประเทศ ปกกันและปราบปรามภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ การปลูกจิตสำนึก เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีความเป็นชาติไทย การมี จิตสาธารณะ ความสามัคคีปรองดอง และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกันของประชาชน การปลูกวินัยของคนในชาติ การมีหลักคิดที่ถูกต้อง การสร้างค่านิยมว่า ประเทศไทยสำคัญที่สุด เพื่อให่เกิดความรักชาติ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การเคารพกฎหมายและเกติกาของสังคมเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดจนการพัฒนาและเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีที่ธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้นักการเมืองที่เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความรู้ความสามรถเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าส่วนตน ตลอดจนสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของประชาชน ลดปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน และหมู่บ้าน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

3.การทํานุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยการส่งเสริมให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมในการเป็นพลเมืองที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ให้กับประเทศ ส่งเสริมสถาบันศาสนา ทุกศาสนาให้มีบทบาทในการเผยแผ่หลักคําสอนที่ดีงาม และให้ประชาชนเข้าถึงแก่แท้คำสอนของศาสนาเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในการสร้างสรรค์ภูมิปัญญา ภาษาไทย ภาษาถิ่น ที่มีอัตลักษณ์ที่นำมาต่อยอด และสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม เพื่อกระตุ้นกระแสนิยมวัฒนธรรมไทย และความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนสร้างความความเข้าใจและการยอมรับในขนบธรรมเนีมประเพณีวัฒธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลายในลักษณะพหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน

ชวน หลีกภัย: ท่านนายกฯ ครับ มีผู้ประท้วงแล้วครับ คุณหมอเชิญครับ

ชลน่าน ศรีแก้ว: ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพจริงครับการแถลงนโยบายผมพยามสิ่งที่ผู้แถลงนโยบายได้อ่านให้ผมเราฟัง ปรากฎว่าถ้อยคำที่ส่งให้พวกเราเล่มนี้ เป็นเล่มที่แถลงนโยบายซึ่งถ้อยคำเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในรัฐสภา ถ้าท่านอ่านเพียงบางประโยค อ่านข้ามไป ข้ามมาใจความข้อความทั้งหมดจะไม่ถูกบันทึกไว้ในสภารายงานการประชุมที่เราจะตรวจสอบ สิ่งที่เราจะตรวจสอบก็ขาดหายไป ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านประธานต้องให้ท่านผู้แถลงนโยบายเป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา หรือท่านประธานจะดูว่าเล่มที่ท่านใช้อยู่ไม่ใช่เล่มนี้ ด้วยความเคารพผมไม่ได้จะขึ้นมาประท้วงท่านนะครับ แต่มันต้องเป็นไปตามระเบียบการประชุมของเรา ไม่งั้นเราจะติดตาม เราจะตรวจสอบรายงานการประชุมไม่ได้ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ

ชวน หลีกภัย: เชิญท่านนายกฯ ต่อครับ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อันนี้คือเอกสารที่แจกท่าน อันนี้คือเอกสารที่ผมขยายตัวหนังสือให้มันใหญ่ขึ้น จะได้ไม่ต้องใส่แว่น มันไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกครับ มันจะต่างตรงที่ผมพูดผิดนิดหน่อยเท่านั้นแหละ ต่อไปนะครับ

จิรายุ ห่วงทรัพย์: ท่านประธานครับ ขอประท้วงครับ

ชวน หลีกภัย: เชิญครับ

จิรายุ ห่วงทรัพย์: ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านดูแล้วก็เป็นการอภิปรายมากกว่าจะแถลงนโยบาย แต่ไม่เป็นไรครับเป็นลีลาของท่านก็ว่าไป แต่ที่ผมจะบอกท่าน ผมนั่งฟังท่านไม่ได้จับคำพูด และ ที่ ซึ่ง จึง ใช่ แต่ผมนั่งฟังมาในข้อ 2 การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ ท่านอ่าน 2.1 2.2 2.3 บอกมาเรื่องของยาเสพติดท่านข้ามเลย ผมก็เลยไม่รู้ว่าตกลงรัฐบาลนี้จะแก้ไขปัญหายาเสพติดที่มันรุกลามระบาดหรือไม่ จึงฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านช้าๆ ชัดๆ ไม่ต้องรีบครับ วันนี้เราอยู่กันได้ทั้งวัน หลายคนอยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรี เห็นแต่ในโทรทัศน์ เพิ่งเห็นตัวเป็นๆ ของท่าน ฉะนั้นอย่างให้ท่านเรียงลำดับ 2.2 2.3 แล้วเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดพอท่านไม่พูดปุ๊ป มันไม่ได้บันทึกในการประชุมสภาครับ อาจจะทำให้คนคิดว่า รัฐบาลนี้จะปล่อยให้ยาเสพติดเยอะจึงไม่แถลงนโยบาย กราบเรียนไปทางท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นิโรธ สุนทรเลขา(พรรคพลังประชารัฐ): กราบเรียนท่านประธาน ผมขอประท้วงครับ ผมนิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานในข้อบังคับข้อที่ 5 ตามวงเล็บ 4 วงเล็บ 5 วงเล็บ 3 ท่านต้องควบคุมการประชุมสภาให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยและเป็นไปด้วยดี ในเรื่องการปรึกษาหารือในเนื้อหาการแถลงนโยบาย ท่านประธานต้องให้ท่านนายกฯ ได้แถลงนโยบายจนจบสิ้นก่อน ถือจะปล่อยให้มีการประท้วงตามข้อบังคับว่า ผิดข้อบังคับไหน นโยบายไหน รัฐมนตรีคนไหน ฉะนั้นของให้ท่านประธานวินิจฉัยนะครับ มิฉะนั้นการแถลงนโยบายจะไม่จบสิ้น

ชวน หลีกภัย: ผมวินิจฉัยให้เลยนะครับ เมื่อมีการประท้วงข้อบังคับ ประธานจะต้องชี้ให้พูดประท้วงลุกขึ้นพูดว่า ประธานทำผิดข้อบังคับข้อไหน ก็ความจริงไม่ได้ทำผิดข้อบังคับอะไรเลยนะครับ ซึ่งผมก็เรียนท่านนายกฯ ไปแล้วว่าให้อ่านตามนโยบายที่แจกไป อันนี้ผมเห็นด้วยว่าให้อ่านไปตามนั้น แม้จำได้หมดทุกคำก็ต้องอ่าน เพราะว่าไม่งั้นจะมีปัญหา เราก็หยิบประเด็นตรงนี้มาท้วงกันต่อไปนี้ก็ ท่านนายกฯ แถลงไปตามที่ได้ส่งเอกสารไปนะครับ ทุกข้อ

จิรายุ ห่วงทรัพย์: ท่านประธานครับขอใช้สิทธิพาดพิง

ชวน หลีกภัย: พอแล้วครับ เชิญท่านนายกฯ ต่อครับ

จิรายุ ห่วงทรัพย์: ท่านประธานที่เคารพครับ ของอนุญาตฝากเรียนไปยัง ฝ่าย..... (ถูกชวนปิดไมค์) ท่านประธานครับผมจะบอกว่าฝากเรียนไปยังฝ่ายรัฐบาลว่านั่งนิ่งๆ กันบ้าง ใจร่มๆ มันจะเป็นประโยชน์ต่อท่านนายกรัฐมตรีมากกว่า

ชวน หลีกภัย: เชิญท่านนายกฯ ต่อครับ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เมื่อกี้พูดถึงข้อ 2.4 แล้วนะครับ เรื่องของยาเสพติดมันอยู่หลังๆ นะครับกรุณารออ่านอีกที (หลังจากนี้ประยุทธ์ เริ่มอ่านตามเอกสารการแถลงนโยบายทุกถ้อยคำ)

เรื่องที่ 4 การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลกในโอกาสที่ประเทศไทยดํารงตําแหน่งประธานอาเซียนในปี 2562 รัฐบาล จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทนํา ในการพัฒนาและสร้างความร่วมมือของประเทศต่างๆ เพื่อนําไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยจะดําเนินการ ดังนี้

4.1 สร้างบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในภูมิภาคและเวทีโลก ดําเนิน ความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ และในเวทีโลกอย่างสมดุลและมีเสถียรภาพ บนพื้นฐานของหลักการการไว้เนื้อเชื่อใจกัน การเคารพซึ่งกันและกัน และการสร้างผลประโยชน์ ร่วมกัน เน้นย้ําความสําคัญของการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาและส่งเสริมบทบาท ที่สร้างสรรค์ของไทยในประชาคมโลก รวมทั้งมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติ

4.2 เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของไทย ผลักดันให้เกิด ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศ คู่เจรจา เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” และเป็น แกนกลางของอาเซียนในการสนับสนุนให้เกิดสันติสุขและความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืนในภูมิภาค

4.3 ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ภายใต้กรอบ ความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่การแสวงหาโอกาสทางการค้า การลงทุน องค์ความรู้และ นวัตกรรมกับประเทศที่มีศักยภาพในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก อาทิยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และสนับสนุนการขยายธุรกิจในสาขาที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพ ส่งเสริมความร่วมมือ ทางวัฒนธรรมของไทยด้วยการส่งเสริมเอกลักษณ์อัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างการรับรู้ ที่กว้างขวางมากขึ้นในเวทีโลก

4.3 ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคง เพื่อรับมือ กับภัยความมั่นคงในรูปแบบใหม่อาทิความมั่นคงทางไซเบอร์การค้ามนุษย์อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงปลอดภัยทางทะเล การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติและปัญหาข้ามชาติที่ส่งผลกระทบ ต่อวิถีชีวิตของคนไทยและความมั่นคงของมนุษย์

4.5 ขับเคลื่อนงานการทูตเชิงรุกเพื่อประชาชน เพื่อคุ้มครอง ผลประโยชน์ของคนไทย แรงงานไทย และภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ ส่งเสริมบทบาทของ ชุมชนไทยในการร่วมเชิดชูผลประโยชน์ของไทยในต่างประเทศ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างรายได้และรายจ่ายยังคงเป็นปัญหาที่สะสมมาต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีความจําเป็นต้องลงทุนเพื่อการพัฒนา และวางรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว ขณะที่รัฐบาลจะมีภาระด้านการสาธารณสุข และสวัสดิการสังคมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งความไม่สมดุลดังกล่าวอาจสะสมเป็นความเสี่ยงทางการคลัง ในอนาคตได้ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ รัฐบาลจําเป็นจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายภาครัฐ ในขณะเดียวกันจําเป็นจะต้องรักษา เสถียรภาพในระบบการเงินเพื่อสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจและการจับจ่าย ใช้สอยของภาคครัวเรือน โดยมีนโยบายที่สําคัญ ดังนี้

5. การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย

 5.1 เศรษฐกิจมหภาค การเงินและการคลัง

5.1.1 ดําเนินนโยบายการเงินการคลังเพื่อให้เศรษฐกิจไทย สามารถตอบสนองต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยการบริหารเศรษฐกิจมหภาคให้มี เสถียรภาพ เอื้ออํานวยต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวมและการเจริญเติบโตของธุรกิจ ทุกระดับ สนับสนุนการนําเทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาให้บริการและพัฒนาขีดความสามารถสถาบัน การเงินไทย เพื่อรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาสากล เร่งขยายการเข้าถึงบริการ ทางการเงินควบคู่ไปกับการให้ความรู้ทางการเงิน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูล เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับสินเชื่อและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินเชื่อสําหรับผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

5.1.2 กํากับดูแลวินัยการเงินการคลัง โดยติดตามกํากับดูแล ให้หน่วยงานภาครัฐดําเนินการตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการ ดําเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังในอนาคต โดยจัดทําประมาณการรายจ่ายแหล่งเงินที่ใช้ตลอดระยะเวลาดําเนินการ และประโยชน์ที่จะได้รับ การรายงานทางการเงินประจําปีเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงการกําหนดระยะเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจนในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนในพื้นที่ และอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

5.1.3 ปฏิรูปโครงสร้างรายได้ภาครัฐ เร่งปรับโครงสร้างการจัดเก็บ รายได้ภาครัฐ ทั้งในส่วนของรายได้ภาษีและรายได้จากทรัพย์สินของรัฐ ผ่านการขยายฐานภาษี การปรับปรุงอัตราภาษีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูล ขนาดใหญ่ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งหน่วยงานจัดเก็บภาษีกึ่งอิสระ การทบทวน ค่าลดหย่อนหรือมาตรการภาษีที่ไม่จําเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ การปราบปรามผู้หลบเลี่ยงภาษีและการพัฒนาภาษีประเภทใหม่ ๆ ให้สอดรับกับเทคโนโลยี และการค้าในยุคดิจิทัล รวมถึงการเร่งบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ เพื่อให้ระบบการจัดเก็บรายได้ของรัฐช่วยสร้างความเท่าเทียม ความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีความสามารถในการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รักษาความสมดุลและความยั่งยืนทางการคลัง

5.1.4 ปฏิรูประบบการออม โดยจัดให้มีระบบการออม เพื่อการเกษียณอายุอย่างทั่วถึง พัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนให้เป็นแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ และเป็นช่องทางการออมของประชาชน พร้อมทั้งพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่จะส่งเสริม ให้คนไทยทุกคนเข้าสู่ระบบการออมและการลงทุนระยะยาวให้สามารถรองรับพฤติกรรม และวัฏจักรชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป พัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีเสถียรภาพและลดต้นทุน พัฒนาขีดความสามารถในการดําเนินงานขององค์กรการเงินชุมชนและสหกรณ์ทุกระดับ และพัฒนาความรู้พื้นฐานทางการเงินแก่ประชาชน ตลอดจนการกํากับดูแลระบบสถาบันการเงิน ให้มีความมั่นคง

5.1.5 สร้างแพลตฟอร์มเพื่อใช้ในการออกแบบนวัตกรรมเชิงนโยบายที่มีเครื่องมือและเทคนิคสมัยใหม่ต่างๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบนโยบายและมาตรการ เพื่อให้สามารถกําหนดนโยบายที่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ อย่างทันท่วงที

5.2 พัฒนาภาคอุตสาหกรรม

5.2.1 พัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โดยนําความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม จากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมในการผลิตสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการของท้องถิ่น ปรับระบบการบริหารจัดการการผลิตและระบบโลจิสติกส์ส่งเสริมการใช้พลังงาน ทดแทน การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า การบริหารจัดการของเสีย อุตสาหกรรมและขยะแบบคลัสเตอร์ระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด กลุ่มจังหวัดเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมทั้งให้ความสําคัญกับกฎระเบียบ ทางด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

5.2.2 พัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีหรือแนวโน้มการค้าโลก โดยคํานึงถึงศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขัน แนวโน้มความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดโลก เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยมีระดับผลิตภาพที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างนวัตกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมที่มี ศักยภาพ และอุตสาหกรรมอนาคต อาทิอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการพัฒนาระบบคมนาคมของ ประเทศ อุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ อุตสาหกรรมอวกาศ พร้อมทั้งให้ความสําคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดห่วงโซ่อุปทานให้สามารถใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อยกระดับ ความสามารถในการแข่งขัน

5.2.3 สร้างกลไกสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของ ผู้ประกอบการรายใหม่ โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีการวิจัย และนวัตกรรม การปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการพัฒนาผู้ประกอบการ การเข้าถึงแหล่งเงิน การพัฒนาศูนย์ทดสอบหรือวิจัยและออกแบบที่ได้มาตรฐานสากลและการใช้สถาบันการศึกษาที่มีอยู่ ในพื้นที่มาสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการ

5.2.4 พัฒนาระบบและกลไกภาครัฐและสภาพแวดล้อมให้มี ประสิทธิภาพในการสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยการจัดทําแพลตฟอร์มที่เหมาะสมสําหรับ กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้นในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ของผลิตภัณฑ์ด้วยการใช้นวัตกรรม การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การตลาด และการบัญชี เพิ่มประสิทธิภาพของระบบบ่มเพาะผู้ประกอบการและสถาบันเฉพาะทางต่างๆ ให้สามารถ เป็นกลไกหลักที่เข้มแข็งในการร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาและบ่มเพาะศักยภาพ ผู้ประกอบการในการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์

5.3 พัฒนาภาคเกษตร

5.3.1 รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้ให้กับเกษตรกรในสินค้าเกษตรสําคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสําปะหลัง ปาล์ม อ้อย และข้าวโพด โดยผ่านเครื่องมือและมาตรการที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นภาระกับงบประมาณแผ่นดิน เกินสมควร จัดให้มีระบบประกันภัยสินค้าเกษตร การพัฒนาระบบตลาดที่เชื่อมโยงผลผลิต ของเกษตรกรถึงผู้ประกอบการแปรรูปและผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือ ในการขยายและเข้าถึงตลาดในรูปแบบต่างๆ การอํานวยความสะดวกทางการค้า และการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์การเกษตรที่มีประสิทธิภาพ

5.3.2 ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังของภาครัฐ โดยจัดให้มีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก ปุ๋ย เครื่องจักรกล และอุปกรณ์การเกษตร แหล่งน้ํา ระบบไฟฟ้าเพื่อการเกษตร การลดภาระหนี้สินโดยให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่มีต้นทุนต่ำ การลดความเสี่ยงจากราคาพืชผลทางการเกษตร การพัฒนาทักษะอาชีพเสริมรายได้รวมทั้ง การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต และการปรับเปลี่ยนการผลิตให้เหมาะสมกับฐานทรัพยากรในพื้นที่และความต้องการของตลาด นําระบบข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ระบบแผนที่เกษตรเพื่อการจัดเขตพื้นที่เกษตรกรรม และส่งเสริมกลไกอาสาสมัครเกษตรในหมู่บ้าน รวมทั้งระบบการบริหารจัดการเชิงรุกมาใช้ในการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตร ให้เหมาะสมกับพื้นที่

5.3.3 พัฒนาองค์กรเกษตรกรและเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยเพิ่มทักษะการประกอบการและพัฒนาความเชื่อมโยงของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ในทุกระดับ โดยเฉพาะด้านการตลาด การค้าออนไลน์ระบบบัญชีเพื่อขยายฐานการผลิตและ ฐานการตลาดของสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง มีความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งการพัฒนา เกษตรกรรุ่นใหม่ไปสู่เกษตรกรอัจฉริยะ เพื่อการพัฒนาภาคเกษตรไดอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

5.3.4 ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ สินค้าเกษตร เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร โดยใช้ประโยชน์จากฐานความหลากหลาย ทางชีวภาพ การลด ละ เลิกใช้ยาปราบศัตรูพืชโดยเร็ว โดยต้องจัดหาสารทดแทนที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มและโอกาส ทางเศรษฐกิจ อาทิ เกษตรอินทรีย์เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ และเกษตรแปรรูป เพื่อต่อยอดไปสู่เกษตรอุตสาหกรรม ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ในการพัฒนาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์รวมทั้งส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัย

5.3.5 ดูแลเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงและ ใช้ประโยชน์ในที่ดินทํากิน แหล่งเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้ง ดูแลและลดความเสียหายจากการทําการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยทางธรรมชาติซ้ําซาก โดยกําหนดเขตพื้นที่เกษตรกรรม

5.3.6 ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าเป็นพืชเศรษฐกิจโดยการสนับสนุน พันธุ์กล้าไม้และให้ความรู้ในการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการปลูก บํารุงรักษา ดูแล และการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

5.3.7 ส่งเสริมการทําปศุสัตว์ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่งเสริมการตลาด วิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ และสัตว์พื้นบ้าน อาทิโคเนื้อ แพะ และแกะ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนามาตรฐานการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปสู่ตลาดโลก

5.3.8 ฟื้นฟูและสนับสนุนอาชีพการทําประมงให้เกิดความยั่งยืน บนพื้นฐานของการรักษาทรัพยากรทางการประมงและทรัพยากรทางทะเลให้มีความสมบูรณ์ อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขีดความสามารถการทําประมงอย่างถูกต้องในกลุ่มประมงพื้นบ้าน และเชิงพาณิชย์การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และลดต้นทุนการทําประมง ลดอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมการรวมกลุ่มประมงชายฝั่งและประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างพลังในการประกอบอาชีพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ในพื้นที่ และเร่งพัฒนาการเพาะเลี้ยง ในทะเลที่สอดคล้องกับแผนการใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ รวมถึงการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภูมิปัญญาในการแปรรูปมาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และสินค้าประมง

5.4 พัฒนาภาคการท่องเที่ยว

5.4.1 พัฒนาคุณภาพและความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว โดยส่งเสริมพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นบนพื้นฐานของวัฒนธรรมไทย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดการ ขยะและของเสียเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม และชุมชนท้องถิ่น รวมทั้ง พัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบหลายประเทศจุดมุ่งหมายเดียวกัน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ในเชิงกลุ่มพื้นที่เมืองหลักและเมืองรองที่มีศักยภาพ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและนันทนาการ การท่องเที่ยวเรือสําราญ และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

5.4.2 ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ รายได้สูง โดยมุ่งเน้น ขยายตลาดคุณภาพพร้อมกับรักษาตลาดเดิม รวมทั้งนําระบบดิจิทัลมาใช้ในการส่งเสริม การท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.4.3 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง กับการท่องเที่ยว อาทิธุรกิจสปาและแพทย์แผนไทย ผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพรไทย เพื่อสร้าง ความหลากหลายของสินค้า และสร้างโอกาสการขยายฐานการผลิตและการตลาดในระดับภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมธุรกิจบริการที่มีศักยภาพสู่ระดับสากล

5.4.4 ดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด โดยเพิ่มมาตรฐานการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวจากอาชญากรรม การฉ้อฉล และอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของผู้ประกอบการ เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษา ความปลอดภัยและให้บริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวทางน้ําหรือทางทะเล เกาะ หมู่เกาะถ้ำและน้ำตกอํานวยการและบูรณาการความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ

5.4.5 ส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยว สู่ชุมชน โดยพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจหลัก ธุรกิจรอง ธุรกิจสนับสนุน และการพัฒนาเชื่อมโยงในเชิงกลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพ รวมทั้งพัฒนา ทักษะและองค์ความรู้ของท้องถิ่น ชุมชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและทําธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้น อาทิ การพัฒนายุวมัคคุเทศก์

5.5 พัฒนาการค้าการลงทุนเพื่อมุ่งสู่การเป็นชาติการค้า การบริการ และการลงทุนในภูมิภาค

5.5.1 ส่งเสริมการค้าชายแดนและแก้ไขปัญหาสินค้าชายแดน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ชายแดนที่ได้พัฒนาไว้แล้ว และให้บริการการดําเนินธุรกิจแก่นักลงทุนและผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อมแบบเบ็ดเสร็จให้เข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยระยะแรกจะมุ่งเน้น สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยแสวงหาโอกาสทางการค้า การลงทุน หรือขยายฐานการผลิต และการตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในรูปแบบฐานการผลิตและตลาดร่วม เพื่อใช้ประโยชน์ จากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีอย่างต่อเนื่องและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนความได้เปรียบของค่าจ้างแรงงาน

5.5.2 ส่งเสริมธุรกิจการค้าปลีกพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน โดยส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ของผู้ประกอบการรายย่อยให้เหมาะสมสําหรับการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้านสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้โดยตรง พร้อมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลทั้งทางการตลาด การเงิน และระบบโลจิสติกส์

5.5.3 ปรับปรุงระบบบริหารจัดการการนําเข้าส่งออกสินค้า บริเวณด่านชายแดน เร่งรัดการจัดรูปแบบการพัฒนาและบูรณาการการบริหารจัดการพื้นที่ ด่านชายแดนสําคัญ เช่น ด่านศุลกากร ด่านปศุสัตว์คลังสินค้า และพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถ สนับสนุนการค้า การลงทุน และการอํานวยความสะดวกทางการค้า โดยลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐให้น้อยที่สุด รวมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จากกิจกรรมนําเข้าส่งออกสินค้าบริเวณด่านชายแดน

5.6 พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน

5.6.1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมพื้นที่ ทั่วประเทศและสามารถรองรับการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่าง ไร้รอยต่อ สานต่อการพัฒนารถไฟความเร็วสูง และเริ่มต้นการปรับปรุงระบบรถไฟขนาดราง ๑ เมตร ให้เป็นระบบไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนให้เป็นโครงข่ายหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้าของประเทศ และให้ความสําคัญกับการบูรณาการการพัฒนาระบบขนส่งกับการพัฒนาพื้นที่และเมือง การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ให้บริการภาคขนส่งและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง การเชื่อมโยง แหล่งท่องเที่ยว การกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัยทางถนนที่สอดประสานกันระหว่างระบบการเตือนภัย การช่วยเหลือกู้ภัย และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยที่มีประสิทธิภาพ

5.6.2 แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่เขตเมือง โดยการพัฒนา ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองหลักในภูมิภาค การนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการควบคุม ส่ังการจราจรและวางแผนการเดินทาง การกวดขันวินัยจราจร และการจัดระเบียบที่จอดรถ โดยเฉพาะการจัดให้มีที่จอดรถใต้ดินและบนดินเพิ่มเติม ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมทั้งพัฒนาทางเท้า ทางจักรยาน และสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ ให้สามารถรองรับความต้องการเดินทาง เพื่อคนทั้งมวล เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

5.6.3 เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้สามารถพึ่งพา ตนเองได้โดยกระจายชนิดของเชื้อเพลิงทั้งจากฟอสซิลและจากพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนตามศักยภาพของแหล่งเชื้อเพลิงในพื้นที่ เปิดโอกาส ให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและบริหารจัดการพลังงาน ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมัน ดีเซลหมุนเร็ว B20 และ B100 เพื่อเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบ และจัดทําแนวทางการใช้มาตรฐาน น้ำมัน EURO5 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงาน อาทิเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า อัจฉริยะ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดโครงสร้าง ตลาดไฟฟ้ารูปแบบใหม่ อาทิ แพลตฟอร์มตลาดกลางซื้อขายพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนโครงสร้าง อัตราค่าไฟฟ้ารูปแบบใหม่ อาทิ ระบบหักลบหน่วยไฟฟ้าสุทธิพร้อมทั้งปรับปรุงระบบการกํากับดูแลกิจการด้านพลังงานให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจด้านพลังงานในอนาคต ดําเนินการให้มีการสํารวจและค้นหาแหล่งพลังงานใหม่ และร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการพัฒนาพลังงาน

5.6.4 ยกระดับโครงข่ายระบบไฟฟ้าและพลังงานให้มี ความทันสมัย ทั่วถึง เพียงพอ มั่นคง และมีเสถียรภาพ โดยจัดทําแผนการพัฒนาระบบโครงข่าย ไฟฟ้าอัจฉริยะทั้งระบบให้สามารถรองรับเทคโนโลยีด้านพลังงานสมัยใหม่ในอนาคต มุ่งเน้น การพัฒนาโครงข่ายภายในประเทศให้เชื่อมต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก ตะวันออก เหนือ และใต้เพื่อให้สามารถบริหารจัดการระบบไฟฟ้าและพลังงานระหว่างพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในภาคการผลิต

5.6.5 พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำประปา โดยพัฒนาแหล่งน้ำดิบ และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตและการบริหารจัดการระบบประปาเพื่อลดน้ำสูญเสีย พัฒนาคุณภาพน้ำประปา ขยายเขตการจ่ายน้ำประปาให้ครอบคลุมพื้นที่ภูมิภาคและแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และสร้างจิตสํานึกของประชาชนในการใช้น้ำอย่างประหยัด

5.6.6  แก้ปัญหาระบบระบายน้ำและระบบบําบัดน้ำเสีย โดยพัฒนาระบบระบายน้ำ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชน ไม่ทิ้งขยะหรือของเหลือใช้ลงในท่อระบายน้ำ แม่น้ำ และทะเล รวมทั้งพัฒนาระบบรวบรวมและ บําบัดน้ำเสียในเขตเมือง โดยใช้หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำเสีย

(ถึงตรงนี้ประยุทธ์อ่านข้ามคำแถลงนโยบายในหน้าที่ 14 โดยข้ามไปอ่านในหน้าที่ 15 และเริ่มอ่านแบบรวบคำ ซึ่งสามารถอ่านคำแถลงนโยบายของประยุทธ์ต่อได้ที่นี่ กดลิ๊งค์)

จากนั้นพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วง

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน: ผมพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านประธานว่า ท่านนายกฯ ได้อ่านข้ามหน้า 14 ไปหน้า 15 เลย ชาวบ้านเขาโทรมาบอก ฉะนั้นเพื่อบันทึกในสภา จะผิดรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านต้องกลับไปอ่านใหม่

สายัญ ยุติธรรม (พรรคพลังประชารัฐ): ขออนุญาติท่านประธานสภา ผมขอประท้วง ผู้ประท้วงครับ ท่านนายกฯ กำลังแถลงนโยบายอยู่ ขอให้ได้ท่านได้แถลงจบก่อนค่อยพูดนะครับ ขอบคุณครับ

ชวน หลีกภัย: มันไม่ผิดรัฐธรรมนูญหรอกครับ แถลงไปอย่างไร ก็ผูกพันไปอย่างนั้น เราก็มีสิทธิทักท้วงได้ว่า คำแถลงนโยบายครบถ้วนหรือไม่ ก็พูดได้ แต่ไม่ทำผิดกฎหมายอะไร ท่านประท้วงก็รับฟังท่านนายกฯ อ่านข้ามหน้าไหนไป ก็อ่านซ้ำก็ดีครับ จะได้จบปัญหาไปครับ

วิรัช รัตนเศรษฐ: ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ เพราะการประท้วงของฝ่ายค้านมันต้องมีจริยธรรมนะครับ ว่าประท้วงแล้ว อ้างข้อบังคับข้อใด ไม่มีการกล่าวอ้างข้อบังคับใดเลย แต่ท่านประธานก็ปล่อยไป ผมจึงประท้วงท่านประธานในข้อ 5 วงเล็บ 3 วงเล็บ 4 ครับ

ชวน หลีกภัย: ผมไม่ได้อยากให้ประท้วงหรอกครับ แต่เมื่อมีผู้ประท้วงยกมือ ประธานต้องชี้ให้พูด แล้วฟังว่าประท้วงเรื่องอะไร ถ้าฟังขึ้นก็รับแก้ไข ถ้าฟังไม่ขึ้นก็จบ ผมก็รู้ว่าอะไรมันจะเกิด ก็คุยกัน ไว้ก่อนว่าให้ท่านนายกฯ แถลงไปก่อนค่อยประท้วง แต่ท่านนายกฯ ก็อภิปรายเองเสียก่อน ก็ทำให้มันมีประเด็นขึ้นมา และก็ได้ขอให้ท่านได้อ่านไปตามนี้ ฉะนั้นถ้าอ่านไม่ครบ ท่านก็บอกได้ ผมจะได้เรียนให้ท่านอ่านให้ครบ

วิรัช รัตนเศรษฐ: ใช่ครับ เมื่อยกมือประท้วงก็ต้องมีการชี้แจง แต่ต้องอ้างข้อบังคับก่อนครับว่าจะประท้วงเรื่องอะไร นโยบายรัฐบาลส่งไปที่บ้านของสมาชิกรัฐสภาหลายวันแล้วครับ มีหน้าที่ต้องอ่านครับ เป็นหน้าที่ครับ ไม่ใช่มาดูกันในห้องนี้นะครับ

ชวน หลีกภัย: คือการแถลงนโยบายเป็นภาระกิจของรัฐบาลนะครับ ท่านสมาชิกนั่งก่อนเถอะครับ การแถลงนโยบายเป็นภารกิจของรัฐบาล และเป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารครั้งแรกหลังเลือกตั้ง เรื่องนี้เราก็ต้องฟังรัฐบาลแถลงถึงจะส่งไปที่บ้านแล้ว แล้วบอกว่าคุณอ่านเอาเองไม่ได้ มันเป็นข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างนี้ ส่วนฝ่ายที่ไม่ค่อยเห็นด้วย ผมขอความกรุณานะครับไม่จำเป็นอย่าประท้วง แต่เรื่องที่ท่านบอกว่าอ่านไม่ครบ ผมรับฟัง และจะเรียนท่านนายกฯ ว่าอ่านให้ครบ เพราะเมื่อเป็นนโยบายที่รัฐบาลนี้เป็นผู้แถลงเองก็ต้องอ่านให้ครบ ท่านนายกฯ อ่านให้ครบนะครับ วรรคตอนก็อ่านให้ครบ เพื่อที่จะไม่มีปัญหาครับ

จิรายุ ห่วงทรัพย์: ขอประท้วงครับ กระผมจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกรัฐสภา ประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ ท่านอยู่ฝ่ายรัฐบาลนั่งใจเย็นร่มๆ นิดเดียวครับท่านประธาน (ถูกชวนปิดไมค์พร้อมระบุว่า ผมอธิบายเขาไปแล้วครับ เชิญท่านนายกฯ แถลงนโยบายต่อไปครับ)

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: กราบเรียนท่านประท่านสภาที่เคารพนะครับ เมื่อสักครู่อาจจะเร็วไปนิดหนึ่ง เพราะมันเยอะพอสมควรเหมือน  (จากนั้นประยุทธ์ จึงกลับมาอ่านคำแถลงนโยบายในหน้า 14 ต่อ โดยเร่งอ่านอย่างรวดเร็ว และหยุดชะงักช่วงหนึ่ง พร้อมพูดว่าช่วยดูด้วยนะครับอันไหนผมอ่านไปแล้ว มันอ่านเยอะ เมื่อสมาชิกบอกว่าอ่านถึงข้อใดแล้ว ประยุทธ์กล่าวขอบคุณ แสดงว่าท่านฟังอยู่)

ชวน หลีกภัย: ถ้าท่านอ่านซ้ำไม่ถือว่าผิดนะครับ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา: แต่มันก็เหนื่อยพอสมควรนะครับท่าน ขอบคุณท่านประธานนะครับ เนี่ยบรรยายกาศน่ารักดี (จากนั้นประยุทธ์ก็เริ่มอ่านต่อด้วยความรวดเร็ว และรวบคำ โดยใช้เวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมงในการอ่านเอกสารที่เหลืออยู่ 18 หน้า)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์