คำต่อคำ: สภาเดือดเมื่อรังสิมันต์ โรม ลุกอภิปรายรัฐบาลประยุทธ์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลประท้วงวุ่น

25 ก.ค. 2562 รังสิมันต์ โรม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อดีตนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทายลัยธรรมศาสตร์ และอดีตนักกิจกรรมทางการเมืองที่ออกมาประท้วงต่อต้านการรัฐประหารปี 2557 ได้อภิปรายถึงนโยบายรัฐบาลประยุทธ์ 2 ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาไปสื่อสารโดยตรงต่อพล.อ.ประยุทธ์ โดยในการอภิปรายของเขา มีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้

รังสิมันต์ โรม(พรรคอนาคตใหม่): ผมรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาแถลงต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมก็คงถูกพาตัวไปอยู่ในค่ายสักค่ายหนึ่ง หรือเรือนจำสักเรือนจำหนึ่ง แต่วันนี้คิดว่า การแถลงคราวนี้ไม่น่าจะได้รับคดีความ ถึงแม้ท่านนายกจะได้แถลงต่อสภาอันทรงเกียรติว่าได้จดชื่อเอาไวทุกคนก็ตาม(ประยุทธ์ได้กล่าวตอนหนึ่งในช่วงแถลงนโยบายว่า คิดถึงทุกคนในรัฐสภา แม้จะเข้ามาครั้งแรกแต่ก็ได้ติดตามทุกคนที่แดสงความคิดเห็นต่างๆ พร้อมทั้งได้จดชื่อไว้ด้วย เพื่อที่จะได้ตอบคำถามถูกประเด็น) ก็หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย

ในการแถลงนโยบายที่รัฐบาลกำลังจะทำ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะเป็นการแถลงที่เกิดขึ้นหลังจากมีการรัฐประหาร การรัฐประหารที่กินเวลาถึง 5 ปีกว่า แน่นอนว่าภารกิจหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำให้เกิดขึ้นและลุล่วงในช่วงเวลานี้คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อประชาธิปไตย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เนื่องจากบุคคลที่เป็นหัวหลักในการนำพาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อประชาธิปไตย คือบุคคลที่อวดอ้างตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น และทำรัฐประหารในปี 2557

ดังนั้นในการแถลงนโยบายวันนี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นภารกิจที่สภาจะต้องทำให้ลุล่วงให้ได้ แตม้จะต้องเผชิญหน้ากับการสืบทอดอำนาจก็ตาม ประเด็นที่ผมจะแถลงก่อนที่จะมีผู้ยกมือประท้วง กับผมมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือข้อ 2.3 เรื่องการส่งเสริมให้นักการเมืองมีคุณภาพ

พรเพชร วิชิตชลชัย(รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา): มีผู้ประท้วง เชิญครับ

กรุง ศรีวิไล(พรรคพลังประชารัฐ): ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมกรุง ศรีวิไล พลังประชารัฐ เขต 5 จังหวัดสมุทปราการ วันนี้เป็นวันสำคัญของประเทศชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีทุกท่านจะการแถลงนโยบายปกครองประเทศ และดำเนินงานต่อไป ไม่ใช่เป็นการถากถ่างท่านนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีทุกท่านครับ ผมเป็นลูกทุ่งลูกชาวนาโดยกำเนิด ไม่ใช่ลูกครึ่ง ครึ่งลูกที่ไหน ความสำคัญที่สุดในชีวิตของความเป็นคนไทยนั้นสำคัญที่สุด ท่านประธานต้องเข็มงวดหมดเวลาแล้วปิดไมค์เลยครับ อยากไปให้ผู้ที่อภิปรายถากถ่าง ทุกท่านในสภาแห่งนี้ผมรับรองว่าท่านคณะรัฐมนตรี รวมทั้งนายกฯ ของผม ทุจริตแม้แต่นิดเดียว ผมจะเดินจากตรงนี้ ขึ้นไปบนบัลลังก์แล้วไปกราบเท้าท่าน บอกว่าหมดความสง่างามให้ลาออกเถอะครับ ด้วยเกียรติของนักแสดง 50 ปี

จิรายุ ห่วงทรัพย์(พรรคเพื่อไทย): จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กรุง ศรีวิไล: ถ้าท่านจิรายุ.... ขอโทษครับท่านประธาน ผมเสียมารยาทนิดหนึ่ง ผมกรุง ศรีวิไล ถ้าท่านจิรายุ จะออกตัวแทน ไม่มีปัญหาครับ เพราะผมกับจิรายุ เปรียบเสมือนพี่น้องคลานตามกันมาอยู่กันมาครับ

พรเพชร วิชิตชลชัย: ไปกันใหญ่แล้วครับ พอแล้วครับ

กรุง ศรีวิไล: ครับผม

จิรายุ ห่วงทรัพย์: ท่านประธานครับ ผมไม่ได้จะประท้วงพี่กรุงนพครับ จริงท่านเป็นผู้อาวุโส ติดตามผลงาน แต่ผมอยากให้ท่านประธานควบคุมการประชุมนิดหนึ่งครับ เพิ่งไตเติลนิดหน่อยเอง

พรเพชร วิชิตชลชัย: ไม่ใช่ไตเติล ผมวินิจฉัยอย่างนี้ ท่านโรมถ้าเขาให้พูด ท่านบอกว่าท่านจะพูดก่อนที่จะมีคนประท้วง จำได้ไหม คือผมขอร้อง

รังสิมันต์ โรม: คือเรียนท่นประธานอย่างนี้ครับผมไม่ติดใจอะไร ผมเองก็เป็นแฟนหนังท่านกรุง

พรเพชร วิชิตชลชัย: ไม่ติดใจอะไรก็ทำตามที่ผมวินิจฉัย

รังสิมันต์ โรม: ผมจะพูดต่อไป ตามเรื่องที่ผมได้รับเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด

พรเพชร วิชิตชลชัย: อย่าถากถ่างนะครับ ฟังผมเถอะครับ อย่าวาจาอย่างนั้นแล้วกันผู้ให้ตรงประเด็นแล้วกัน

รังสิมันต์ โรม: ตรงประเด็นแน่นอนครับ ผมต้องการสื่อสารต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านประยุทธ์ ท่านประวิตร และท่านสมคิด เป็นเรื่องที่ในแนวนโยบายของท่านเอง นั่นคือ เรื่องการส่งเสริมให้นักการเมืองมีคุณภาพ เป็นคนดีมีคุณธรรม เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน สร้างสังคมให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และสุจริตถ้าเราอ่านถ้อยคำในแนวนโยบายที่ท่านได้ส่งให้กับทางรัฐสภา เราจะเห็นว่าถ้อยคำเหล่านี้เขียนดูดีครับ แต่ผมต้องย้ำเตือนกับสังคม ผมจำเป็นต้องย้ำเตือนกับรัฐสภาว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐบมนตรี และนายกรัฐมนตรี ซึ่งข้อจริงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า เพราะเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญ หรือเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นรัฐบาลเดิมมาตั้งแต่วันที่ยึดอำนาจ

ดังนั้นการพิจารณาถึงแนวนโยบาย 2 ข้อนี้ จำเป็นต้องพิจารณาถึงวันที่ท่านได้แสดงบทบาทในวันที่ท่านเป็นคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป สิ่งที่ผมจะต้องแถลงและนำเรียนต่อท่านประธานเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผมไม่เชื่อว่านโยบายทั้ง 2 จะเกิดขึ้นได้จริงมีดังนี้ครับ

ประการแรก วันที่ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิ่งที่แรกๆ ที่ท่านทำคือการแต่งตั้งคนของตัวเองไม่ว่าจะเป็นน้องชาย รุ่นพี่ พ้องเพื่อน เครือบริวาร เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรี บางครั้งก็เป็น ส.ว. เมื่อกี้ผมก็เดินสวนทาง ขอโทษที่เอ่ยนาม ท่านปรีชา จันทร์โอชา ท่านมาเป็น ส.ว. ก่อนหน้านี้ก็เป็น สนช. เข้าสภากี่ครั้งผมไม่รู้แต่เข้าใจว่าไม่เยอะ นอกจากนั้นท่านรับเงินเดือน 2 ทางครับ ท่านประยุทธ์ เดือนละ 250,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี ท่านรับรับเงินไปทั้งสิ้น 15.3 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

มากไปกว่านั้นประการที่ 2 ท่านปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันหลายกรณีไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้น้องชายที่เป็น สนช. ไปแต่งตั้งให้ลูกชายที่จบนิเทศศาสตร์เข้ามาเป็นทหาร ท่านปล่อยให้รู่นพี่ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ บินไปฮาวาย ใช่งบประมาณภาษีประชาชนทั้งสิ้น 20 ล้านบาท ระหว่างทางท่านกินอาหารหรู ขณะที่ประเทศไทยกำลังยากลำบากทางเศรษฐกิจ ท่านกินคาเวียร์ ซึ่งเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่อยู่บนเครื่องบินของท่าน มูลค่าอาหารมื้อนั้นคือ 600,000 บาท

พรเพชร วิชิตชลชัย: มีผู้ประท้วงครับ

มณเฑียร สงฆ์ประชา(พรรคพลังประชารัฐ): ผมมณเฑียร สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานในข้อ 5 และประท้วงผู้อภิปรายในข้อ 43 เพราะไม่ได้อยู่ในเรื่องที่เรากำลังพิจารณาอยู่เลย เป็นการเสียดสีและใส่ร้ายผู้อื่น ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ

พรเพชร วิชิตชลชัย: ท่านพูดจาเสียดสี

รังสิมันต์ โรม: งั้นผมของถอนคำว่าคาเวียร์ แล้วกันครับ ขอเปลี่ยนเป็นอาหารราคาแพง

พรเพชร วิชิตชลชัย: ฟังก่อนครับ ท่านเชื่อผมเถอะผู้เรื่องที่เกี่ยวกับการแถลงนโยบายนี้

รังสิมันต์ โรม: ท่านประธานครับผมจำเป็นต้องชี้แจงว่า ผมกำลังอยู่ในประเด็นนโยบายเรื่อง การส่งเสริมนักการเมืองที่มีคุณภาพ และการแก้ปัญหาการทจริตคอร์รัปชัน ผมพูดไตรงประเด็นตรงไหน นี่คือสิ่งที่ท่านเขียนขึ้นมาเองที่แจกให้กับทุกคนในสภา ท่านต้องให้โอกาสผมได้พูด

พรเพชร วิชิตชลชัย: ผมให้โอกาสท่านมา 6 นาทีแล้ว ก็อย่าไปพูดรุนแรงอย่างนั้นเลย

รังสิมันต์ โรม: ผมเดินเครื่องต่อนะครับ เครื่องกำลังติด นอกจากนั้นอันนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบและเป็นคดีความคือ ท่านประวิตร เป็นบุคคลที่มีนาฬิกาที่ยืมมามากที่สุดในประเทศไทย คือทั้งหมด 22 เรือนราคาหลักแสนหลักล้านทั้งสิ้น ซึ่งบุคคลที่รับราชการมาไม่ควรมีของที่มีมูลค่ามาขนาดนั้น

พรเพชร วิชิตชลชัย: มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์(พรรคพลังประชารัฐ) : เรื่องที่ท่านผู้อภิปรายพูดอยู่ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการแถลงนโยบาย และ ป.ป.ช. ก็ได้ตัดสินเรื่องนี้ไปหมดแล้ว เสียเวลาพวกเราครับ ไปที่เรื่องนโยบายดีกว่าครับ

พรเพชร วิชิตชลชัย: ท่านรังสิมันต์ ช่วยเข้าเรื่องด้วยครับ

รังสิมันต์ โรม: ขอคุณท่านผู้ประท้วงครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาอีกว่า รุ่นพี่ท่านประยุทธ์อีกคนที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ได้เซ็นต์ยกที่ป่าชุมชนให้กับกลุ่มทุนไปสร้างโรงงาน อีกทั้ง......

พรเพชร วิชิตชลชัย: เชิญท่านกรุง ศรีวิไลครับ

กรุง ศรีวิไล: ท่านประธานครับ ซ้ำซากวนเวียน เสียดสี ให้ร้ายผู้อื่นตลอดเวลา ไม่ใช่แถลงนโยบายเพื่อประชาชนแล้วครับ พี่น้องทั่วประเทศไทยกำลังฟังอยู่ครับว่า รัฐบาลจะทำอย่างไร พี่น้องไม่ต้องการฟังเราส่วนตัวของผู้ใดทั้งสิ้นในสภาแห่งนี้ นักการเมืองทุกท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ล้วนแต่มีเกียรติและเป็นคนดีถึงได้รับเลือกตั้งเข้ามา แม้แต่ผู้อภิปรายอยู่นี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

รังสิมันต์ โรม: ท่านประธานครับตามข้อบังคับข้อที่ 108 ผมสามารถตั้งคำถามโดยการอภิปรายในทางสนับสนุนและคัดค้านในเรื่องของความเหมาะสมของนโยบาย และความสามารถของรัฐบาลที่จะบริหารราชการแผ่นดินให้สำเร็จผลตามนโยบาย นี่คือสื่งที่ผมตั้งคำถาม และเป็นสิ่งที่ท่านระบุไว้ในหนังสือของท่านเอง ผมพูดอะไรผมมีหลักการ และผมพูดจากข้อบังคับ

พรเพชร วิชิตชลชัย: ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านไม่ได้พูดในเรื่องที่กี่ยวข้องกับการสนับสนุน และคัดค้านในเรื่องความเหมาะของนโยบาย

รังสิมันต์ โรม: ท่านประธานครับผมขอชี้แจงสัก 30 วินาทีได้ไหมครับ

พรเพชร วิชิตชลชัย: ท่านฟังผมก่อนสิ ท่านฟังผม ท่านพูดแต่ความไม่ดีของบุคคลที่เกี่ยวพันกับผู้ที่แถลงนโยบาย แล้วท่านไม่ได้โยนใยอะไรไปเกี่ยวกับนโยบายที่ทางคณะรัฐมนตรีแถลงเลย ฉะนั้นพอแล้วนะครับเรื่องนี้

รังสิมันต์ โรม: สิ่งที่ผมจะชี้แจงให้พี่น้องประชาขนได้เห็นคือรัฐบาลนี้กับรัฐบาลที่แล้วซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน มีปัญหาที่ถูกสังคมต้องคำถามเรื่องคอร์รัปชันมากมาย แล้วท่านเขียนนโยบายว่า ท่านต้องการส่งเสริมให้นักการเมืองมีคุณภาพจะแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น สังคมเขาถึงถามไงครับว่าท่านจะแก้ได้อย่างไร เพราะตัวท่านเองท่านยังแก้ไม่ได้ เราต้องยอมรับตรงๆ ว่าวันนี้ประเทศไทย มีการคอร์รัปชัน

พรเพชร วิชิตชลชัย: ท่านรังสิมันต์ มีผู้ประท้วงครับ

ศุภชัย ใจสมุทร(ภูมิใจไทย): ผมประท้วงท่านประธาน ที่ท่านปล่อยให้ผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ เมื่อสักครู่สมาชิกอ้างว่า มีการอภิปรายตามข้อ 108 ซึ่งความจริงแล้ว ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยให้ชัดว่า สิ่งที่ท่านสมาชิกกำลังอภิปรายเป็นไปตามข้อ 108 หรือไม่ ท่านต้องวินิจฉัยให้ชัด แต่ตอนท่านกำลังวินิจฉัยสมาชิกก็ควรที่ต้องรอฟังการวินิจฉัย แต่ท่านก็เถียงกันไปมา เวลาเรามีค่ามาก ท่านควรวินิจฉัยในลักษณะนี้ได้อีกต่อไปหรือไม่

พรเพชร วิชิตชลชัย: ผมวินิจฉัยไปแล้วว่าการอภิปรายที่พูดมามีแต่การเสียดสี และต่อว่า กล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้พูดว่าสนับสนุนหรือคัดค้านความเหมาะสมของนโยบาย หรือความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน

รังสิมันต์ โรม: คือจริงๆ ผมมีความตั้งใจจะพูดเรื่องอุทยานราชภักดิ์ แต่ไม่พูดก็ได้ครับเพราะคิดว่าสังคมคงรู้เรื่องนี้อยู่แล้วครับ แต่ผมต้องการชี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และอยากฝากไปถึงคณะรัฐมนตรี เราต้องยอมรับกันตามตรงครับท่านประธาน วันนี้ไม่ใช่เราไม่รู้ว่ามีการคอร์รัปชัน แต่ปัญหาคือ เมื่อเรารู้ว่ามีการคอร์รัปชันเราจะจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาคนใกล้ชิดของคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้ว กลไกยุติธรรมไม่สามรถดำเนินการกับคนเหล่านี้ได้เลย

กรุง ศรีวิไล: ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ 43 เสียดสีตลอดเวลา ใครโกงใส่ร้ายตลอดเวลา ท่านพล.อ.ประยุทธ์ ท่านพล.อ.ประวิตรบอกว่าเป็นเจ้านายผมใช่หรือไม่ ใช่ครับ ผมไม่เถียง เพราะผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมลูกทุ่ง รักใครรักจริง แต่สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักที่สุดในรัฐสภาแห่งนี้คือ ความมีมนุษยธรรม ความเป็นรู้จักที่ต่ำที่สูง ที่แห่งนี้คือคือสถานที่ขัดเกาจิตใจ และมันสมองของนักการเมือง

พรเพชร วิชิตชลชัย: มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ

กรุง ศรีวิไล: ท่านประธานครับ ไม่ต้องประท้วงไกลๆ ครับ มาประท้วงใกล้ๆ ตรงนี้เลย จะได้มองหน้ากันชัดๆ เข้ามาใกล้

พรเพชร วิชิตชลชัย: ท่านกรุงนั่งก่อนครับ

กรุง ศรีวิไล: ถ้าหล่อไม่เท่าผมอย่าประท้วง

พรเพชร วิชิตชลชัย: ท่านนั่งก่อนครับ

นิโรธ สุนทรเลขา(พลังประชารัฐ): ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานสภา ว่าท่านผู้อภิปรายไม่ได้อภิปรายในเนื้อหาของการแถลงนโยบายที่รัฐสภาแห่งนี้กำลังปรึกษาหารือกัน ออกนอกประเด็น กราบเรียนท่านประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ เมื่อเช้านี้ผมชมท่านเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ท่านอภิปรายได้น่าฟัง เป็นการอภิรายที่สร้างสรรค์ มีจริยธรรม ตอนนี้รู้สึกว่าสมาชิกพรรคของท่านกำลังอภิปรายนอกประเด็น นอกเนื้อหาที่กำลังหารือกันในปัจจุบัน แล้วท่านประธานวินิฉัยแล้วท่านก็ไม่หยุด

พรเพชร วิชิตชลชัย: มีผู้ประท้วงอีกแล้วนะครับ แต่ผมขอวินิจฉัยก่อน ผมเห็นว่าผู้อภิปรายได้ฝ่าฝืนที่ผมได้วินิจฉัยไว้โดยยังดื้อดึงดัน และอภิปรายในลักษณะเดิมซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรา 108 ดังนั้นผมวินิจฉัยอย่างนี้ โดยขอให้ท่านพูดต่อไปโดยอย่าทำแบบที่ผมพูดว่าไม่ถูกต้อง ท่านประท้วงอะไรครับด้านหลัง

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร(พรรคอนาคตใหม่): ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับข้อที่ 5 และรัฐธรรมนูญมาตรา 80 ท่านประธานทำตัวไม่เป็นกลาง เพราะตามข้อมบังคับข้อที่ 108 ผู้อภิปรายก็กำลังไล่เรียงว่า คณะรัฐมนตรีขาดความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนที่ผู้อภิปรายกำลังอภิปรายอย่างไร และจริงๆ แล้วท่านอื่นก็ไม่สิทธิมาคัดค้านได้เพราะข้อที่ 109 ก็กำหนดให้

พรเพชร วิชิตชลชัย: พอแล้วครับ พอแล้วครับ เข้าใจครับ อ่าวท่านประท้วงอะไรอีก

ครูมานิตย์ สังพุ่ม(เพื่อไทย): ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับข้อที่ 5 ท่านฟังผมนะครับ ผมพูดประท้วงเพื่อส่วนรวมไม่ใช่คนเกเร จริงๆ บรรยากาศที่มันเกิดขึ้นนี้มันเกิดขึ้นในช่วงที่ท่านมาทำหน้าที่ประธาน ถ้าท่านตัดไมค์บรรยากาศจะไม่เกิด เมื่อกี้พี่กรุงผมกระโดดไป แล้วก็มีคนกระโดดมา ประธานก็ปล่อยให้พูดไป เขาก็เถียงกันไปกันมาอย่างนี้ ผมก็เห็นใจประธาน เพราะไม่ค่อยจะได้ทำหน้าที่กับผู้แทนราษฎร ท่านเป็นแต่ประธาน สนช. มาตลอด ฟังผมนิดหนึ่งครับต่อไปประธานจะได้ควบคุมการประชุมได้ราบลื่น เมื่อกี้นี้ดีนะครับ น้องโรมเขาไม่ได้สวนกลับ ตัดไมค์สิครับ แล้ววินิจฉัยทีละคน ทีละคน (ประธานตัดไมค์)

พรเพชร วิชิตชลชัย: ผมเข้าใจแล้ว (ปารีณายกมือประท้วง) ท่านปารีณาครับ ถ้าท่านประท้วงอีกเขาก็จะหาว่าผมปล่อยให่มีคนประท้วงอีก ฉะนั้นเพื่อให้ราบลื่น ท่านรังสิมันต์ โรมอีกสองนาทีนะครับ ของให้อภิปรายให้อยูในกฎเกณฑ์ 108

รังสิมันต์ โรม: จริงๆ ท่านให้ประท้วงกันให้หมดไปก็ดีนะครับ สงสัยอัดอั้นกันมานาน เราต้องยอมรับว่า 5 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ  ผมยอมรับว่าสิ่งที่ผมพูดอาจจะตรงเกินไปและอาจจะทำให้หลายท่าน อาจจะรับไม่ได้กัสิ่งที่ผมพูด แต่ไม่เป็นไรในรัฐสภาแห่งนี้หลายท่านไม่ยอมให้ผมพูดถึงการคอร์รัปชันมากนัก แต่ผมจะไปพูดเรื่องการเอื้อแก่พี่น้องพ้องเพื่อนของพรรคการเมืองบางพรรค

จากนั้นมีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐลุกขึ้นประท้วงอีกสองราย ก่อนที่รังสิมันต์ โรมจะพูดทิ้งท้ายว่า

“ผมทิ้งท้ายไว้อย่างนี้นะครับ พวกเขาเข้ามาเพื่อประโยชน์ของตัวเองโดยอ้างว่านั่นคือการทำเพื่อประเทศชาติ พวกเขาข้าเข้ามาเพื่อปกป้องความั่นคงของตัวเองโดยอ้างว่านั่นคือความมั่นคงของประเทศ พวกเขาเข้ามาเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของตัวเองโดยอ้างว่านั่นคือการช่วยเหลือประชาชน ผมหวังว่าข้อความแบบนี้จะเป็นข้อความที่ผิด และไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะข้อความดังกล่าวมันคือการสะท้อนว่าเกิดอะไรขึ้น ในรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งนำโดยท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา และสุดท้ายผมอยากฝากคำถามของผมไว้ และมั่นใจว่าท่านประยุทธ์อยากจะตอบคำถามของผมแน่ๆ ท่านจะยังคงรัฐประหารอีกหรือไม่” รังสิมันต์ โรม กล่าว

จากนั้น กรุง ศรีวิไล พูดขึ้นผ่านไมค์ขึ้นมาทันทีว่า ท่านประธานครับขอวินาทีเดียวครับ ถ้ายังถามว่า จะมีปฏิวัติอีกหรือไม่ ถ้าเหตุการณ์และนักการเมืองนิสัยอย่างนี้ มีครับ ด้านพล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกมาใช่สิทธิพาดพิง และชี้แจงว่า การปฏิวัติครั้งที่ผ่านมาผมไม่ได้อยากปฏิวัติเลย ท่านคงทราบสถานการณ์ดีว่าอะไรมันเกิดขึ้น แล้วถ้ามันไม่ยุติกันได้ตั้งแต่วันนั้น มันก็อาจจะลุกลามบานปลายไป ซึ่งผมไม่ได้เตรียมการเรื่องนี้มาก่อน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์