เปิด 5 Fake News ในรอบปี เช็คพรรคตั้งใหม่ที่ ผบ.ทบ.บอกว่าปล่อยข่าวปลอมมอมวัยรุ่น

ช่วยกันหาคำตอบที่ พล.อ.อภิรัชต์ ระบุว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่พยายามให้ความรู้โดยใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมกับวัยรุ่นไทยนั้นคือพรรคใด ผ่านข่าวปลอมหรือข่าวเงิบในรอบปีที่ผ่านมา

12 ส.ค.2562 หลังจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุผ่านสำนักข่าวต่างประเทศว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่ที่พยายามให้ความรู้โดยใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมกับวัยรุ่นไทยนั้น

ในโอกาสนี้ประชาไทจะรวบรวมแท็ค 'เงิบ' และ 'ความเงิบ' ที่ประชาไทรวบรวมไว้ประมาณ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่ามี "มีพรรคการเมืองตั้งใหม่" ขึ้นมาว่ามีการใช้การโฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมอย่างไรบ้าง

1. #เนชั่นโป๊ะแตก ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ หลังมีคนแฉ 'กนก' เปิดคลิปตัดต่อเสียงเหมือน 'ทักษิณ-ธนาธร'

ข่าวเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมาภายหลังจากมีผู้อัดวิดีโอคลิปวิเคราะห์คลิปเสียงที่รายการข่าวข้น คนเนชั่น นำโดย กนก รัตน์วงศ์สกุล ซึ่งได้นำคลิปเสียงของคล้ายทักษิณ ชินวัตร กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สนทนากันมาเปิดในรายการ แต่กลับมาผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากถึงการตัดต่อวิดีโอคลิปดังล่าว ส่งผลให้  #เนชั่นโป๊ะแตก ติดอันดับ 1 เทรนด์ในทวิตเตอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้อัดวิดีโอวิเคราะห์เสียงดังกล่าว ได้นำคลิปขณะที่ ทักษิณ บรรยายที่ ร.ร.สามเสนวิทยาลัย เมื่อปี 46 มาเปรียบเทียบ พบว่าตรงกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคลิปเสียงที่ รายการข่าวข้น คนเนชั่น นำมาเผยแพร่นั้นเป็นการตัดต่อขึ้นมา

2. คาถาแยกเงาพันร่าง : พบผู้ฟังเวทีปราศรัย 'พลังประชารัฐ' แยกร่างหลายคนจนแน่นขนัด

ข่าวช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เฟสบุ๊คแฟนเพจ 'พรรคพลังประชารัฐ' https://www.facebook.com/PPRPThailand/posts/565895497250457 ที่มียอดผู้กดถูกใจ 8 หมื่นคน  ขณะนั้น โพสต์ภาพแกนนำพรรคปราศรัยที่ศาลากลางหลังเก่า ทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี โดยภาพดังกล่าวมีจุดน่าสังเกตคือ กลุ่มผู้มาร่วมฟังการปราศรัยมีใบหน้า การแต่กาย และการแสดงท่าทางที่เหมือนกันด้วย 

อย่างไรก็ตามมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวเชิงต่อว่าและเสียดสีว่าเป็นการตัดต่อ

ก่อนที่ต่อมาไม่นาน จะไม่สามารถเข้าถึงโพสต์ดังกล่าวได้แล้ว พร้อมปรากฎข้อความแจ้งจากเฟสบุ๊คด้วยว่า "ขออภัย เนื้อหานี้ไม่พร้อมใช้งานในขณะนี้ ลิงก์ที่คุณได้ติดตามอาจหมดอายุไปแล้ว หรือเพจนี้อาจจะมองเห็นได้เฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้รวมถึงคุณด้วย"

3. 'เหรียญทอง' แจ้งมีคนถูกจับคดีหมิ่นฯกษัตริย์ที่สุวรรณภูมิ ก่อนลบโพสต์ บอก 'เป็นข่าวลวง'

เมื่อ 22 พ.ย. ปีที่แล้ว พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กว่า ตนขอยกเลิกการตรวจสอบข่าวการจับกุมและควบคุมตัวผู้หลบหนีหมายจับคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันนี้ 22 พ.ย.61 เมื่อเวลา 9.26 น. เพราะเป็นข่าวลวง ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง โดยที่ก่อนหน้านั้น พล.ต.เหรียญทอง โพสต์ข้อความแจ้งว่า การจับกุมและควบคุมตัวผู้หลบหนีหมายจับคดีหมิ่นฯ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่ข้อความดังกล่าวจะถูกลบออกไป

4. 'ธนาธร' จ่อดำเนินการทางกฎหมาย หลังเพจ 'เดรัจฉานนิวส์' ทำข่าวปลอมปมวัดตีระฆัง

ช่วง ต.ค.ปีที่แล้ว กรณีข่าวระหว่างคอนโดมิเนียมกับวัดไทรที่มีการเรียกร้องให้หยุดตีระฆัง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนให้วัดไทรตีระฆังต่อ ไปจนถึงไล่ตามหาผู้อาศัยที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวว่าใครเป็นผู้ร้องเรียนนั้น

ผลกระทบไม่เพียงการตามล่าหาตัวผู้ร้องเรียนการตีระฆังเท่านั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็ถูกเฟสบุ๊กแฟนเพจ 'เดรัจฉานนิวส์' (https://www.facebook.com/เดรัจฉานนิวส์-159204968131869/) นำภาพตัวเขา พร้อมใส่ข้อความโพสต์ในเพจเพื่อให้คนเข้าใจผิดว่า ธนาธร มีความเห็นในลักษณะคัดค้านการตีระฆัง

ต่อมาเฟสบุ๊ก 'Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' โพสต์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า "เป็นข่าวปลอม ที่จงใจให้เกิดความเสียหายกับผมและพรรคอนาคตใหม่ ฝากบอกทุกๆ คนด้วยครับ ทางเรากำลังเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป" 

จนต่อมาเพจ 'เดรัจฉานนิวส์' ได้ลบโพสต์ที่มีปัญหากับธนาธรออก

5. เงิบ! 'Gossipสาสุข' จับเท็จ 'ประยุทธ์' หลังพูดปัญหา 'บัตรทอง' ในรายการศาสตร์พระราชาฯ

จากกรณี ก.ย.61 พล.อ.ประยุทธ์ ตอนหนึ่งในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงปัญหาของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาท รักษาทุกโรค ที่ยังคงมีความไม่สมบูรณ์ ในการขอรับบริการด้านสุขภาพ หลายประการ ได้แก่ (1) รักษาได้เฉพาะโรงพยาบาลรัฐ (2) ไม่คุ้มครองการรักษาที่เกินความจำเป็นพื้นฐาน (3) ไม่คุ้มครองการรักษาที่มีงบประมาณจัดสรรโดยเฉพาะ และ (4) ไม่คุ้มครองกรณีโรคเรื้อรัง และโรคที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน เกินกว่า 180 วัน นั้น

แต่ต่อมา 'Gossipสาสุข' ได้นำข้อมูลมาแย้ง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “มั่ว” ทั้งหมด พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ชี้เป็นการแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพของรัฐบาลชุดนี้ได้ชัดเจน

นอกจากนี้ก่อนเลือกตั้งเฟสบุ๊คแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า 'กองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา' ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ มิ.ย.2558 มียอดคนกดถูกใจประมาณ 1,000 คน โพสต์ภาพพร้อมข้อความนอกจากประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลแล้ว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ยังโพสต์เชิญชวนให้ไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ โดยภาพดังกล่าวปรากฏตราสัญลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไป ยังเบอร์ 02-1936085 ซึ่งปรากฎในเว็บไซต์ของ แผนกสารสนเทศ กองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาฯ และปลายสายดังกล่าวให้เบอร์โทรผู้ดูแลเว็บและเฟสบุ๊กแฟนเพจมา จึ่งได้โทรสอบถาม หลังจากนั้นโพสต์ประชาสัมพันธ์ดังกล่าวก็ถูกลบไป จนต่อมาเพจนี้ ซึ่งมี URL ว่า https://www.facebook.com/signalafdc ก็หายไปด้วยนั้น

ต่อมากับปรากฏเฟสบุ๊คแฟนเพจ ชื่อ 'กองการสื่อสารหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา' แทน โดยมี URL คือ https://www.facebook.com/afdccommd ณ เวลา 18.34 น. มีผู้กดถูกใจ 5 คน พร้อมทั้งโพสต์ภาพและข้อความอ้างว่า "ขณะนี้มีผู้ไม่ประสงค์ดี ได้ทำการ Hack Facebook ของกองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือยุยงปลุกปั่น และสร้างความเข้าใจผิดให้กับหน่วยงาน ทางหน่วยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พบว่า ผู้ดูแลเพจ/เว็บไซต์ ไม่ได้มีการโพสต์ข้อความตามที่ปรากฏ คาดว่าเป็นการถูก Hack Facebook ซึ่งผู้ดูแลได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านและเพิ่มมาตรการการเข้าถึงข้อมูล และได้ทำการเปิดเพจใหม่

"เนื่องจากในห้วงสัปดาห์นี้มีผู้ไม่หวังดี มีความพยายามที่จะดิสเครดิตซึ่งกันและกัน โดยการปล่อยข่าวปลอมต่างๆ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสาร" เพจ 'กองการสื่อสารหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา' โพสต์เตือน

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง