เพื่อไทยเตรียมยื่นอภิปรายนายกฯ ปมไม่ถวายสัตย์ฯ ตามรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยเสนอ ตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับภายใน 240 วัน แล้วนำมาลงประชามติ พร้อมเตรียมอภิปรายทั่วไปนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ถวายสัตย์ฯ ตามรัฐธรรมนูญ ชี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่เป็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญ

13 ส.ค. 2562 ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นำโดยสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ชัยเกษม นิติสิริ พงศ์เทพ เทพกาญจนา โภคิน พลกุล ได้แถลงข่าวว่า ทางพรรคได้ประชุมกันในหลายประเด็นประกอบด้วย กรณีคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาล กรณีการแถลงโยบายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยไม่ชี้แจงจำนวนเงิน และที่มาของรายได้ กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่สมบูรณ์ การเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และรายงานการดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่าง 7 พรรคฝ่ายค้าน

สุดารัตน์ ระบุว่า การติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนฐานราก เช่น เกษตรกร ซึ่งจะใช้แนวทางของสภาผู้แทนราษฎรแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน บวกกับการใช้ยุทธศาสตร์สัญจร ทั้งนี้ มองว่าต้องนำเม็ดเงินออกไปสู่ประชาชนโดยเร็ว ไม่เกินเดือนนี้ ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี จำนวนเม็ดเงินนั้นน้อยเกินไป จึงขอเสนอให้ชดเชยเป็นขั้นบันได และขอให้รัฐบาลใช้เงินงบประมาณแก้ไขปัญหาโดยด่วน ไม่เช่นนั้นจะต้องใช้กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สุดารัตน์ กล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการทำงานของรัฐบาลที่อาจไม่สมบูรณ์ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน จึงขอให้นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำไม่ถูกต้องครบถ้วน ทั้งการถวายสัตย์ฯ และการแถลงนโยบาย หากเริ่มต้นมาก็ขัดรัฐธรรมนูญแล้ว การดำเนินการต่อๆ ไปของรัฐบาลก็คงไม่สมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่เป็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญไม่ได้

“เราปล่อยให้รัฐบาลทำงานมาเดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบใด ๆ เราไม่ได้ประสงค์จะสร้างความยุ่งยากลำบากให้กับรัฐบาล หรือประชาชนเลย แต่ไม่อยากปล่อยให้มีสิ่งที่ผิดต่อไปอีก เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดำเนินต่อไปได้ ไม่ใช่ในอนาคตมีใครมาฟ้องก็ต้องยกเลิกไป แบบนี้กระทบกับประชาชน โดยพรรคเพื่อไทยจะเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เปิดอภิปรายตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ” สุดารัตน์ กล่าว

รัฐธรรมนูญ 2560

มาตรา 152  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้

โภคิน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายวันมานี้เริ่มมีความชัดเจน วันนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ตกผลึกถึงความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะส่งผลถึงปัญหาปากท้องของประชาชน เราพยายามให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมาดำเนินการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน 240 วัน แล้วนำไปทำประชามติ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดจะไปดูว่าจะรณรงค์กันอย่างไร โดยจะขอความร่วมมือจากนักวิชาการ และภาคสังคมจากทั่วประเทศมาร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปยัง ส.ว.ทุกคนให้เห็นถึงความสำคัญตรงนี้ และร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย

โภคิน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไม่ถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องไปแก้ไข เพื่อให้ถูกต้อง  ซึ่งพยายามตั้งกระทู้สดถามเรื่องนี้ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในรัฐธรรมนูญมีมาตรา 152 ให้ ส.ส. เข้าชื่อ 1 ใน 10 เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ต้องลงมติ เพื่อซักถามว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไร

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. สุทิน คลังแสง ได้ขอตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีในกรณีการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญระบุ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการตั้งกระทู้ถามสดนั้น ผู้ที่ถูกถาม(นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี) จะต้องเดินทางมาตอบคำถามที่สภาด้วยตนเอง หรือไม่ก็สามารถแต่งตั้งให้ผู้อื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นมาตอบคำถามแทน โดยในวันนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เดินทางมาตอบกระทู้สด เนื่องจากติดภาระกิจตรวจราชการที่จังหวัดยะลา 

 

เรียบเรียงบางส่วนจาก สำนักข่าวไทย 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์