พล.อ.ชัยชาญชี้ ผบ.ทบ. พูดเรื่องพรรคการเมืองสร้างข่าวลวงได้ ถือเป็นการรับมือภัยคุกคาม

พล.ท.พงศกร ส.ส.อนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสด ประเด็นบทบาทผู้นำเหล่าทัพต่อการให้ข่าวสารทางการเมือง พล.อ.ชัยชาญ รมช.กลาโหมตอบ เป็นเรื่องที่ทำได้เพราะ อำนาจหน้าที่กองทัพต้องป้องกันภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายใน การพูดเรื่องเกี่ยวกับการเมืองเป็นการแจ้งให้ประชาชนทราบว่า สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร ย้ำกองทัพในแต่ละประเทศมีหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งกองทัพไทยมีหน้าที่ในการพัฒนาประเทศ ปกป้องสถาบันหลัก และดูแลภัยคุกคาม 

14 ส.ค. 2562 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 15 ในช่วงของการตั้งกระทู้ถามสด พล.ท. พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องบทบาทของผู้บัญชาการเหล่าทัพกับการเมือง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน

พล.ท.พงศกร ระบุว่า บทบาทของผู้บัญชาการเหล่าทัพ กับเรื่องการเมืองนั้น เป็นที่ทราบมาตลอดเวลาว่า มีการให้ความเห็นทางการเมืองจากผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยช่วงที่ผ่านมาในรัฐบาล คสช. สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ผิดปกติ แต่ในปัจจุบันก็ยังมีการให้ความห็นทางการเมืองอยู่ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้มีการทบทวนเรื่องนี้กันใหม่ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

พล.ท.พงศกร กล่าวต่อว่า มีเรื่องที่ต้องทบทวนกัน 2 ประเด็นคือ 1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข่าว และบริการข่าสารของทางราชการ พ.ศ. 2529 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ พ.ศ. 2533 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง โดยในมาตรา 12 ทวิ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุไว้ชัดเจนว่า ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งลูกจากราชการนั้น จะต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายในการให้ความเห็นทางการเมือง และจะให้ความเห็นทางการเมืองได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตนเท่านั้น ดังนั้นจึงเรียนถามว่า การให้ข่าวสารของผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ปรากฎอยู่ตลอดเวลา เป็นการให้ข่าวสารที่อยู่ที่ในอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพเท่านั้นหรือไม่

พล.อ.ชัยชาญ ได้ตอบกระทู้ถามในข้อนี้ว่า การให้ข่าวสารของผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นการให้ข่าวสารที่สอดคล้องกับระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงกลามโหมดำเนินการตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ซึ่งกำหนดให้กระทรวงกลาโหมมีอำนาจหน้าที่ และข้าการกระทรวงกลาโหมทุกนายจะยึดถือปฎิบัติคือ การพิทักษ์รักษาเอกราช และรักษาความมั่นคงราชอาณาจักร จากภัยคุกคามทั้งภายนอก และภายใน และพิทักษ์ผลประโยชน์แห่งชาติ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากภาระกิจที่ได้รับมอบหมายต่างๆ ถือเป็นเรื่องของกองทัพ ที่จะเตรียมกำลังให้มีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยคุกคาม หรือสถานการณ์ที่ส่งผลต่อความั่นคง

“ผมขออนุญาติเรียนว่า ประเด็นที่เป็นการป้องกันให้เกิดภัยความมั่นคงนั้นเป็นภาระกิจสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งคงทราบว่า บทเรียนในอดีตที่ผ่านมาหากมีสถานการณ์ความขัดแย้งแล้ว จะยับยั้งหรือควบคุมสถานการณ์ต่างๆ นั้น ถ้าไม่สามารถที่จะทำให้ยุติได้โดยเร็ว จะกระทบต่อความมั่นคงของชาติในวงกว้าง นั้นหมายความว่า ถ้าประเทศไม่มีความมั่นคง พื้นฐานที่จะพัฒนาในด้านอื่นๆ ก็จะกระทบไปด้วย” พล.อ.ชัยชาญ กล่าว

ในส่วนอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพนั้น พล.อ.ชัยชาญ ระบุว่า มีหน้าที่ในการบังคับบัญชาหน่วยงานในความรับผิดชอบ เพื่อให้ทำหน้าที่ตามภาระหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดภัยต่อความมั่นคงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการดำเนินการด้านต่างๆ ที่จะทำให้มีความพร้อมในการรองรับภัยคุกคาม

ส่วนคำถามเรื่องการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงกลาโหมนั้น พล.อ.ชัยชาญ ระบว่า ในระเบียบฉบับนี้เป็นแนวทางปฎิบัติของข้าราชการกลาโหม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญ 2 เรื่องหลักคือ เรื่องเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือนักการเมือง เมื่อได้ดูในระเบียบข้อบังคับทั้งหมด พบว่า ในปัจจุบันนี้การให้ข่าวสารต่างๆ ของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยังถือว่าเป็นไปตามระเบียบดังกล่าว ซึ่งระบุให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพสามารถให้ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบาย การปฎิบัติประจำที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม นั้นหมายความถึงการให้ข่าสวสารที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งมีหน้าที่ในการรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง

“ท่านอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่จะให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ให้ข้อห่วงใยไปสู่พี่น้องประชาชนได้ว่า สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร เพื่อสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจ ให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งนี้เป็นไปเพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย และมีความมั่นคง กล่าวโดยสรุปแล้ท่านผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยังดำเนินการอยู่ในกรอบของระเบียบกระทรวงกลาโหม” พล.อ.ชัยชาญ กล่าว

ต่อมา พล.ท.พงศกร ได้ขอถามในเชิงเสนอแนะว่า ในประเทศฝั่งตะวันตก ทหารจะไม่มีการให้สัมภาษณ์ หรือให้ความเห็นทางการเมือง และเป็นเรื่องปกติที่สากลยึดถือ โดยหลักการนี้ตั้งไว้เพื่อให้ทหารเป็นทหารอาชีพ ไม่ให้เข้ามามีอิทธิพลทางการเมือง เนื่องจากเหล่าทัพ หรือกองทัพ เป็นผู้คุมอาวุธ และผู้ถืออาวุธย่อมมีอำนาจเหนือว่า พรรคการเมืองและประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องมีระเบียบและวิธีการต่างๆ ที่จะต้องรัดกุม และไม่สร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชน หรือทำให้เกิดควมรู้ว่า กองทัพเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงขอถามว่า กระทรวงกลาโหมมีความคิดที่จะปรับแนวทางของกระทรวงให้เป็นไปในทางที่สากลยอมรับหรือไม่

พล.อ.ชัยชาญ ระบุว่า การดำเนินของกองทัพในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทั้งภาระกิจ ความรับผิดชอบ หน้าที่ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายสูงสุดของแต่ละประเทศ สำหรับกองทัพไทยนั้น ได้มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญว่า กองทัพ มีบทบาทหน้าที่อย่างไร โดยมีหน้าที่ช่วยเหลือในการพัฒนาประเทศด้วย

ในส่วนข้อเสนอแนะที่สมาชิกสภาผู้แทนได้เสนอมานั้น กระทรวงกลาโหมได้กำหนดแนวทางหลักไว้ 3 ประการคือ 1.กองทัพจะสนับสนุนรัฐบาลในการทำหน้าที่ที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือกลไกที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ และดูแลภัยคุกคามความมั่น สนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในทุกมิติ 2.กองทัพได้มีการดำเนินการปรับระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหมยึดถืออย่างเคร่งครัด แล้วสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน 3.กองทัพจะปลูกฝั่งอุดมการณ์ทหารให้ปฎิบัติหน้าที่เพื่อสถาบันหลักของชาติได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า กองทัพไทยกำลังต่อสู้กับ "สงครามลูกผสม" จากศัตรูที่ใช้ "ข่าวปลอม" เพื่อทำให้คนไทยวัยหนุ่มสาวหันมาต่อต้านทหารและสถาบัน

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่ากองทัพไทยกำลังต่อสู้ โดยเปรียบเทียบกับการต่อต้านผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในทศวรรษที่ 1970-1980 แต่ความท้าทายในปัจจุบันคือการโฆษณาชวนเชื่อมทางอินเตอร์เน็ต

"ภัยคุกคามในเวลานี้คือข่าวปลอม เหมือนกับสงครามไซเบอร์ และเมื่อรวมกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็เหมือนกับสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ตอนนี้ศัตรูไม่ได้เปิดหน้าเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้น เราจำเป็นต้องปฏิรูปและปรับปรุงความรู้ และจัดระเบียบหน่วยงานของเราและหลายสิ่งหลายอย่างเสียใหม่ เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงของชาติ" พล.อ.อภิรัชต์กล่าว แต่ปฏิเสธที่จะระบุชื่อบุคคลที่ต้องสงสัยว่า อยู่เบื้องหลังการโฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้หรือเหตุการณ์ระเบิด แต่พาดพิงถึงบางพรรคการเมืองที่ไม่ระบุชื่อแทน

"พรรคการเมืองบางพรรคที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อไม่กี่ปีก่อน มีพื้นที่การโฆษณาชวนเชื่อของตัวเองไปยังประชาชนอายุราว 16 และ 17 ปี พยายามให้ข้อมูลประชาชนกลุ่มนี้โดยใช้ข่าวปลอม"

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์