อคติทางเพศหรือความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ของ ส.ส. LGBT อนาคตใหม่

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ตั้งแต่ไปเรียนต่อสองปีที่แล้ว เราแทบไม่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศในไทยเลย แต่ในฐานะนักกิจกรรมเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ เราเฝ้าติดตามข่าวสารอยู่ห่างๆ คอยเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานอยู่ มีอะไรที่ให้ช่วยเสนอแนะ ก็พยายามช่วยเท่าที่มีเวลาทำได้ พอกลับมาประเทศไทย เราเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งในวงการนักกิจกรรมเอง และพื้นที่ในรัฐสภาไทย ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเราเอาใจช่วยมาโดยตลอด

แม้ว่าเราไม่ได้อยู่ในคณะทำงานผลักดันเรื่องกรรมาธิการสามัญด้านความหลากหลายทางเพศในสภา แต่มีเพื่อนนักกิจกรรมจำนวนมากเข้าร่วมและผลักดัน และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง จะมีคนดีใจ เสียใจ ที่ข้อเสนอนี้ไม่ผ่าน หรือจะมีเบื้องหลังที่ไม่ผ่าน ใครจะโหวตไม่โหวตอย่างไร สิ่งนึงที่ชัดเจนและสังคมควรรับรู้คือ คนในสังคมยังมีอคติต่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในประเทศนี้อีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะในสภาหรือนอกสภา

และคนที่ออกมาทำงานเคลื่อนไหวเพื่อคนกลุ่มนี้ ยังถูกตีตรา เลือกปฏิบัติ โดนกลั่นแกล้ง อย่างกรณีล่าสุดที่เกิดกับ ต้น ศิริศักดิ์ ไชยเทศ คนที่ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนในหลายๆ ด้าน เป็นนักรณรงค์เรื่องสิทธิ ที่ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องของตัวเอง อย่างที่มีคนชอบตั้งคำถาม โดนใช้คำพูดที่แสดงความเกลียดชังในโลกโซเชี่ยล และโดนในโลกออฟไลน์ด้วย หลังจากต้นเข้าไปมีส่วนร่วมกับการผลักดันในมีกรรมาธิการร่วมกับ ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ 

หลังมีการแถลงข่าวด้วยน้ำตา นอกจากจะต้องรับมือกับความผิดหวังของคณะทำงานแล้ว ต้น กลับต้องเผชิญหน้ากับการถูก Cyber Bully และ Hate Speech อย่างต่อเนื่อง หากใครติดตามข่าวจะทราบว่ามีคำพูดต่างๆ มากมายที่โจมตีตัวบุคคล เช่น พวกโรคจิตวิปริต พวกคณะละครสัตว์ และคำพูดที่แสดงความเกลียดชังอีกจำนวนมาก ซึ่งสามารถเข้าไปติดตามจากสเตตัสเฟสบุ๊คที่ต้นได้เขียนถึงการถูกโจมตีได้ในลิ้งนี้ https://bit.ly/3426G6T

จากกรณีนี้ เราอยากชวนมาทำความเข้าใจว่า คนที่ออกมาพูดเรื่องความหลากหลายทางเพศ ต่างจากคนพิการ คนชนเผ่าพื้นเมือง คนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง อย่างเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งคนมุสลิมอย่างไร ต่างกันตรงที่คนกลุ่มอื่นๆ ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ถูกสังคมชี้หน้าด่าว่าเป็นพวกผิดเพศ หรือพวกแหกขนบบรรทัดฐานที่ดีงามถูกต้องของสังคมและศาสนาบางศาสนา เพราะฉะนั้นไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ตาม จะส่งเสียงเพื่อสิทธิของตัวเองในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง ก็จะถูกต่อต้าน จะส่งเสียงในระดับชาติ อย่างในรัฐสภา ที่ควรจะเป็นพื้นที่สำหรับคนทุกกลุ่มตามหลักประชาธิปไตย ก็ไม่มีใครอยากสนับสนุน นักการเมืองด้วยกันเองก็รังเกียจ โดยอ้างเรื่่องศาสนา เรื่องสถาบันครอบครัว เรื่องธรรมชาติมนุษย์ เพื่อที่จะไม่ให้คนกลุ่มนี้ได้มีสิทธิที่เท่าเทียมกับกลุ่มตัวเอง

เพราะฉะนั้น ไม่ว่า ส.ส. กลุ่ม LGBT ของพรรคอนาคตใหม่ จะออกมาพูดอะไร เคลื่อนไหวเรื่องไหน ก็จะมีการต่อต้านเกิดขึ้นเสมอทั้งภายในและภายนอก แม้จะมีการวิพากษ์เรื่องยุทธศาสตร์ในการทำงาน แต่การจะหาคนวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มนี้ มีน้อยกว่าคนที่ออกมาต่อต้านและด่าทอที่ตัวบุคคลหรือจากเพศสภาพของกลุ่ม

ดังนั้นประเด็นความหลากหลายทางเพศหรือ LGBT จึงเป็นเหมือนเผือกร้อนของรัฐสภาไทย ที่ไม่มี ส.ส. คนไหนอยากสนับสนุนออกนอกหน้า แม้กระทั่งฝ่ายพรรคเพื่อไทยที่เคยหาเสียงเอาไว้บางคน หรือพรรคประชาธิปัตย์ที่ตอนหาเสียงมีทีท่าเห็นด้วยกับการผลักดันสิทธิต่างๆ ของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ต่างก็กระโดดหนีกันเป็นพัลวัน ไม่ต้องพูดถึง ส.ส. ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ไม่มีความเข้าใจเรื่องเพศเลย หรือ ส.ส. มุสลิม ที่อย่างน้อยๆ ก็ยังมีการงดออกเสียงอยู่บ้าง แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วยชัดเจนด้วยจุดยืนทางศาสนา
และอีกประเด็นที่น่าสนใจ เวลามีคนใช้ การโต้แย้ง ทำนองว่า ทำไม LGBT พูดแต่เรื่องตัวเอง ไม่พูดถึงประเด็นอื่นๆ ปากท้อง สามจังหวัด ที่ดินทำกิน  ความยากจน การซ้อมทรมาน 

เราก็อยากถามกลับไปว่า เรามี ส.ส. ที่ทำงานเฉพาะประเด็นในรัฐสภาไหม เพราะเท่าที่เราติดตามการทำงานของ ส.ส.ในรัฐสภาไทย เราเห็นว่าการชูประเด็นของตัวเอง จาก ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของประชาชนในกลุ่มต่างๆ ต่างก็พูดเรื่องที่ตัวเองมีวาระในการผลักดันกันทั้งหมด

เช่น ส.ส. สามจังหวัดในชายแดนใต้ ที่พูดเรื่องการซ้อมทรมาน กฎอัยการศึก ความไม่เป็นธรรมที่คนมุสลิมได้รับ

ส.ส. จากอีสาน ที่พูดประเด็นปากท้อง ที่ดินทำกิน ความยากจนของคนอิสาน

ส.ส.จากภาคใต้ ที่พูดปัญหาราคายาง การสร้างโครงการท่าเรือ การขับไล่ที่ชาวบ้านเพื่อเมกะโปรเจคต่างๆ

ส.ส.ที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ สิทธิสตรี เด็ก คนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ต่างก็ชูประเด็นของตัวเองในรัฐสภากันทั้งนั้น แต่ทำไมไม่ถูกตั้งคำถามแบบที่ ส.ส.กลุ่ม LGBT จากพรรคอนาคตใหม่โดน
เพราะถึงที่สุดแล้ว การพูดเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศ ก็เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง การถูกเลือกปฏิบัติทางกฎหมาย ความยากจนอันเกิดจากการเข้าไม่ถึงโอกาส ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม และ LGBT เองก็มีโอกาสในการถูกซ้อมทรมาน ถ้าใครเคยได้อ่านรายงานจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ดังนั้นสิทธิความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้แยกออกจากสิทธิอื่นๆ แต่อย่างใด

หรืออาจเพราะมีคนทนไม่ได้ที่เห็นคนกลุ่มนี้ได้โอกาสในการพูดเรื่องสิทธิของตัวเอง มีสื่อออกข่าวทำข่าว มีการสร้างบรรยากาศของการถกเถียงเรื่องความหลากหลายทางเพศในที่สาธารณะกันตลอดเวลา ใช่หรือไม่ว่า การถูกมองเห็นของกลุ่ม LGBT ที่สังคมคาดหวังให้ต้องเจียมตัวสงบเสงี่ยมในสังคมของตัวเอง อย่าตะโกนเสียงดังหรือทำอะไรประเจิดประเจ้อ อย่าดราม่าให้มากนัก เพราะไม่มีกฎหมายลงโทษก็ดีเท่าไหร่แล้ว การถูกมองเห็นนี้ ทำให้หลายคนไม่สบายใจ ไม่อยากเห็น ไม่สนับสนุน และต้องออกมาต่อต้านทุกอย่างที่มีการเคลื่อนไหว กระทั่งความเห็นใจในการพยายามทำงานก็ไม่มีให้ แม้กระทั่งฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยกันเอง

ดังนั้น เราอยากตั้งคำถามไปถึงคนที่ออกมาวิพากษ์การเคลื่อนไหวทำงานเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศของ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ด้วย ว่าเราแฟร์กับคนกลุ่มนี้มากเท่ากับคนกลุ่มอื่นหรือเปล่า เราวิพากษ์ ส.ส. กลุ่มอื่นที่เอาแต่พูดถึงประเด็นตัวเอง อย่างที่วิพากษ์ ส.ส.กลุ่ม LGBT หรือเปล่า ถ้าไม่ แล้วมันเพราะอะไร ความเข้าใจ อคติ หรือ การไม่สามารถยอมรับตัวตนของคนกลุ่มนี้ได้

อัตลักษณ์ของกลุ่ม LGBT ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ถ้าเผยแสดงให้คนในสังคมที่ไม่ยอมรับได้เห็น ไม่ว่าจะทำตัวดีอย่างไร ไม่ดราม่า ไม่ทำอะไรเสียงดัง คนก็พร้อมที่จะขับออกจากสังคมตลอดเวลา หรือต่อให้พยายามปกปิดอัตลักษณ์ของตัวเอง ก็ไม่มีทางแนบเนียน

ในขณะที่คนกลุ่มอื่น เช่น คนมุสลิม คนชนเผ่า ถ้าพยายามทำตัวดีๆ ไม่ชูอัตลักษณ์ของตัวเองเกินไป หรือไม่พูดเรื่องตัวเองเลย สังคมก็พร้อมจะให้พื้นที่ แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความเท่าเทียม แต่ก็ยังสามารถแสดงอัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมได้โดยไม่ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นพวกผิดธรรมชาติ อย่างที่ ส.ส. LGBT โดน
เช่นเดียวกับการชูประเด็นเรื่องคนพิการ ที่มีกฎหมายรองรับชัดเจน และสังคมพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้พูดเรื่องตัวเอง เพราะหากใครหน้าไหนก็ตามที่ออกมาต่อต้าน ก็จะกลายเป็นคนเลวของสังคมแทน และนี่จะไม่เกิดขึ้นกับการต่อต้านกลุ่ม LGBT ที่สังคมส่วนใหญ่มองว่าการต่อต้านเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพื่อรักษาสถาบันครอบครัว ศาสนา และศีลธรรมอันดีของประชาชน

เราหวังว่าจะเห็นคนที่ปากบอกว่าสนับสนุนสิทธิมนุษยชนหรือประชาธิปไตย ทบทวนท่าทีในการวิพากษ์การทำงานของกลุ่ม ส.ส. LGBT จากพรรคอนาคตใหม่ด้วย ว่าจริงๆ เราเองก็ไม่ต้องการรับเผือกร้อนอันนี้ เพราะกลัวจะติดร่างแหไปด้วย หรือเพราะเราเองก็พยายามรักษา Status Quo กับคนกลุ่มต่างๆ ในสังคม เพราะเห็นแล้วว่าถ้ามายืนอยู่ฝ่าย LGBT จะต้องรับมือกับการต่อต้านและแรงเสียดทานของสังคมขนาดไหน
 
เราอยากเรียกร้องให้นักกิจกรรมเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศกลุ่มอื่่นๆ ช่วยกันคิดว่าเราสามารถใช้โอกาสนี้ในการทำงานขับเคลื่อนเรื่องความหลากหลายทางเพศได้อย่างไรบ้าง จะช่วยกันลดอคติทางสังคมจากกรณีนี้กันได้อย่างไร และจะวิธีปกป้องนักกิจกรรมเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศกันได้ทางไหนบ้าง

สุดท้ายนี้ เราขอให้กำลังใจต้น และนักกิจกรรมคนอื่นๆ ที่เข้าไปทำงานขับเคลื่อนสิทธิในด้านต่างๆ ผ่านทางรัฐสภาไทย และถ้ามีโอกาสก็จะสนับสนุนเท่าที่ทำได้ รวมไปถึงการวิพากษ์ยุทธศาสตร์การทำงานของพรรคการเมืองในโอกาสต่อๆ ไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: Status ต้นเรื่องจากคุณต้น ศิริศักดิ์ ไชยเทศ SirisakPosh ChaitedSpice

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์