พีมูฟเข้ากรุงทวงสัญญารัฐบาล หลังรับข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ข้อ แล้วหายเงียบ

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจากทุกภูมิภาค ปักหลักชุมนุมหน้า UN พร้อมเข้าคุยกับรัฐบาลเพื่อให้แสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของคนจน และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ข้อ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ชุมนุมได้ แต่วันที่ 12 จะมีการประชุมระหว่างประเทศที่กองบัญชาการกองทัพบกขอให้ย้ายที่ชุมนุม พร้อมขอความร่วมมืออย่าประกอบอาหารเพราะจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศ

10 ก.ย. 2562 ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) ซึ่งเป็นขบวนที่รวมเครือข่ายภาคประชาชนทั่วทุกภูมิภาคที่ได้ประสบปัญหาจากนโยบายและการดำเนินงานของรัฐมาอย่างยาวนาน ได้เข้ามารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเครือข่าย และเร่งผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ยื่นให้กับรัฐบาลไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2562 โดยครั้งนี้มีประชาชนร่วมชุมนุมเรียกร้องหลายร้อยคน ซึ่งมีประชาชนบ้างกลุ่มเดินทางมาถึงที่จุดนัดหมายตั้งแต่เวลา 05.30 น.  

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่พีมูฟเรียกร้องนั้นประกอบด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย , การแก้ไขปัญหาปากท้อง , การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น-ชุมชน , การปฎิรูปที่ดินและกระบวนการยุติธรรม , การจัดการทรัพยากรอย่างเป็นธรรม , การปกป้องคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ , การกระจายอำนาจจัดการภัยภิบัตโดยชุมชน , การเร่งดำเนินการจัดการปัญหาสถานะบุคล และการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาของเครือข่ายเป็นรายกรณีอย่าน้อย 186 เรื่อง

เวลา 08.45  น. ของวันที่ 9 ก.ย. พีมูฟได้เคลื่อนขบวนจากบริเวณด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ ไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยระหว่างการเดินทางแกนนำได้ประกาศขออภัยประชาชนที่กำลังเดินทางสัญจรในระแวกนั้นด้วย พร้อมพยายามชี้แจงให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณนั้นได้ทราบถึงสาเหตุที่ต้องเดินทางมาเรียกร้องกับรัฐบาลในครั้งนี้

“พวกเรามาที่นี้เฉพาะปีนี้ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่ไหร่แล้ว สุดท้ายก็ได้แค่การรับปากว่าจะแก้ไขปัญหา แต่พอเรากลับไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ชาวบ้านก็ยังคงเดือดร้อนจากนโยบายของรัฐเหมือนเดิม โดยเฉพาะนโยบายทวงคืนผืนป่า หลายคนถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ หลายคนถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตัดฟันต้นยางพารา และยังมีการแจ้งความดำเนินคดีกับพี่น้องเกือบ 300 คน ถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีการแก้ไขอย่างไร พวกเราอยากมาพูดคุยกับรัฐบาล เพราะปัญหาอื่นๆ รัฐบาลเร่งแก้ไขอย่างรวดเร็ว แต่พอเป็นปัญหาของคนจนกลับไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไข” แกนนำพีมูฟจากสหพันธเกษตรภาคเหนือ กล่าว

จากนั้นพีมูฟได้เดินทางไปถึงด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 09.35 น. แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้ทางกลุ่มย้ายจากบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลเข้าไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ซึ่งทางกลุ่มได้ยอมถอยตามคำขอเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้รวมตัวกันอ่านแถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ฉบับที่ 1 รวมพลังประชาชน แก้สังคมเชิงโครงสร้าง ชู 9 ข้อเชิงนโยบาย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยจำนงค์ หนูพันธ์ โฆษกพีมูฟ ซึ่งแถลงการณ์มีรายละเอียดดังนี้

นับจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส. / พีมูฟ) ได้ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้เร่งรัดแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของ ขปส. มีความต่อเนื่องและสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อรับหน้าที่ตามกฎหมายบัญญัติแล้วนั้น บัดนี้การดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวไม่มีความคืบหน้า เราขอแถลงท่าทีดังนี้

1.เพื่อให้การแก้ปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ทั้งในเชิงหลักการ ข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ประการและระดับพื้นที่กว่า 168 กรณี ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่และการสั่งการของหลายกระทรวงมีความคืบหน้าและมีหลักประกันในการแก้ปัญหาระยะยาว เราจึงขอประกาศชุมนุมรวมพลังประชาชนจากทุกเครือข่ายทั่วประเทศเพื่อผลักดันให้ 9 ข้อเสนอเชิงนโยบายให้ได้รับการปฏิบัติ พร้อมเจรจาแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ทุกกรณีให้มีรูปธรรม ทั้งนี้ การแก้ปัญหาของ ขปส.กับรัฐบาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการทำข้อมูลและความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลชุดปัจจุบันจึงควรสานต่อการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

2.เราเห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความยากจนของประชาชน อันวิกฤติการณ์ของบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ ทั้งด้านการจัดการทรัพยากร ที่ดินและที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ระบบรัฐสวัสดิการ การศึกษาและอื่น ๆ ล้วนเกิดจากโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน จึงควรดำเนินการแก้ไขปรับปรุงไปพร้อมกันกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางกฎหมายและนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันเป็นบทบัญญัติสูงสุดในการบริหารประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ พรรคการเมือง และภาคประชาสังคม ต้องร่วมกันปรับปรุงเพื่อนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเป็นธรรมและสันติสุข โดย ขปส.จะได้นำเสนอปัญหาและข้อเสนอ ร่วมทั้งประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เจตจำนงนี้มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

3.เรา ขอยืนยันว่า “ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” คือ เครือข่ายผู้ได้ผลกระทบจากนโยบายและการพัฒนาของรัฐในหลายศตวรรษที่ผ่านมา การชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ปัญหาทั้งระดับโครงสร้างนโยบายและรายกรณีในครั้งนี้ เป็นการใช้สิทธิของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ท้ายที่สุด ขปส. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจ ในการส่งตัวแทนที่มีอำนาจเต็มมาดำเนินการเจรจาแก้ปัญหาสานต่อความคืบหน้าและสั่งการให้ทุกรายกรณีมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งมีตัวแทนรัฐบาลได้มาเชิญตัวแทนพีมูฟเข้าไปร่วมประชุมเพื่ออก้ไขปัญหาที่เรียกร้อง โดยการประชุมใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมง สำนักข่าวชายขอบ (TransborderNEWS) ได้สรุปการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับตัวแทนกลุ่มพีมูฟว่า 1.ปัญหาเร่งด่วนอย่างการดำเนินคดีกับประชาชน เช่นกรณีปัญหาด้านที่ดิน ที่ประชุมเห็นว่า จะดำเนินการเพื่อไม่ให้มีการดำเนินคดีกับประชาชนอีก ส่วนที่มีการดำเนินคดีไปแล้วก่อนหน้าจะดำเนินการให้ชะลอการดำเนินคดีไว้ก่อน พร้อมให้ความช่วย้หลือเยียวยา 2.ที่ประชุมรับว่าจะยึดปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้งในการดำนินนโยบาย หรือออกมาตรการต่างๆ 3.ที่ปรระชุมรับว่า จะดำเนินการให้ชุมชนต่างๆเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึง 4.จะมีการเร่งติดตามการแก้ไขปัญหาของพีมูฟไปยังกระทรวงต่างๆ และให้จัดทำแผนแก้ไขปัญหารายกรณีทั้งในส่วนกลาง และพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 5.จัดให้มีกลไกคณะกรรมการที่มีรองนายกฯเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆเป็นประธานคณะกรรมการย่อย และสัดส่วนระหว่างภาครัฐกับตัวแทนภาคประชาชนที่เท่ากัน 6.ที่ประชุมรับว่าจะนำข้อเสนอเชิงนโยบายของพีมูฟไปขับเคลื่อน

วันต่อมา(วันนี้) พีมูฟได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุถึงสัญญาของรัฐบาลจาการประชุมในครั้งแรก พร้อมเรียกร้องให้รัฐแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยต้องการเข้าหารือกับรัฐบาลอีกครั้งเพื่อพูดคุยถึงรูปธรรมของข้อสรุปจากการเจรจาที่ได้มาวันก่อน

ต่อมาในเวลา 12.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน. นางเลิ้ง เข้ามาเจรจาจำนงค์ นูพันธ์ ในฐานะที่เป็นผู้ยื่นแจ้งการชุมนุม โดยเจ้าหน้ที่ตำรวจระบุว่า พื้นที่ซึ่งอยู่หน้าองค์การสหประชาชาติและกองทัพบก ที่พีมูฟปักหลักค้างคืนอยู่นั้น ในวันที่ 12 ก.ย. มีการประชุมในกรอบกองทัพบกประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก  จึงขอให้พีมูฟย้ายที่ชุมนุม โดยอ้างว่า "ไม่เหมาะสม" พร้อมชี้ว่าจากหนังสือการขออนุญาตชุมนุมนั้นไม่ได้อนุญาตให้มีการประกอบอาหารในที่ชุมนุม เพราะอาจจะกระทบภาพลักษณ์ของประเทศได้ จึงของให้พีมูฟย้ายไปประกอบอาหารในวัดที่อยู่ใกล้เคียงแทน อย่างไรก็ตามตัวแทนพีมูฟเปิดเผยว่า เบื้องต้นยืนยันที่จะใช้บริเวณดังกล่าวชุมนุมต่อไป และจะประกอบอาหารตามปกติ

สำหรับวันนี้พีมูฟได้เข้าพูดคุยเจรจาอีกครั้ง โดยมีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหารายกรณีส่วนใหญ่เป็นเรื่องเร่งด่วนเช่น การดำเนินคดีกับประชาชน โดยรํฐบาได้รับปากว่าจะให้กรมป่าไม้เข้าไปเป็นพยานให้กับประชาชนในคดีที่มีการฟ้องร้อง และจะเร่งรัดดำเนินการชะลอการดำเนินคดีออกไปก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของการพูดคุยเรื่องข้อเสนอทางนโยบาย 9 ข้อนั้นได้มีวการพูดคุยไปแล้วอย่างน้อย  5 เรื่อง ส่วนประเด็นที่ยังไม่ได้ความชัดเจนจากรัฐบาลคือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และการสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อประชาชนทุกคน

‘พีมูฟ’ ยื่นนโยบาย 9 ด้านให้รัฐบาลใหม่ เผย 5 ปีในรัฐบาลเก่าไม่มีอะไรคืบหน้า

ทั้งนี้พีมูฟได้ทำหนังสือแจ้งการชุมนุมไว้เป็นระยะเวลา 10 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่  8 – 18 ก.ย. 2562 แต่ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะ ยุติการชุมนุมในวันใด และอาจจะมีโอกาสที่ชุมนุมต่อไปอีกหากรัฐบาลจะไม่มีข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์