'แอมเนสตี้' วิจารณ์การกดขี่ในอิหร่าน กรณีหญิงเผาตัวเองตายเพราะถูกห้ามเข้าไปดูบอล

องค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของซาดาร์ โคดายารี หญิงชาวอิหร่านที่จุดไฟเผาตัวเองฆ่าตัวตายหลังถูกตั้งข้อหาจากศาลเพียงเพราะพยายามเข้าไปดูการแข่งขันฟุตบอล ระบุ โศกนาฏกรรมของโคดายารีสะท้อนให้เห็นความเลวร้ายจากการกดขี่ทางเพศโดยรัฐบาลอิหร่าน ที่มีกฎหมายกีดกันผู้หญิงในหลายด้านรวมถึงการกีดกันไม่ให้เข้าชมฟุตบอล

ซาดาร์ โคดายารี (ที่มา:วิกิพีเดีย)

13 ก.ย. 2562 ฟิลิป ลูเธอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและรณรงค์ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนลแถลงต่อกรณีของ ซาดาร์ โคดายารี หญิงชาวอิหร่านอายุ 29 ปีที่ฆ่าตัวตายด้วยการเผาตัวเองและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

โคดายารีจุดไฟเผาตัวเองหลังจากที่เธอได้รับหมายศาลในข้อกล่าวหาเรื่องที่เธอพยายามเข้าไปดูการแข่งขันฟุตบอลในสนามกีฬาที่กรุงเตหะราน ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในกฎหมายของอิหร่าน

ตัวแทนจากแอมเนสตี้ฯ ระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับโคดายารีนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและในชณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นผลกระทบจากการเหยียดเพศและการเหยียบย่ำสิทธิสตรีของรัฐบาลอิหร่าน ลูเธอร์แถลงอีกว่าสิ่งที่ถูกมองว่าเป็น "ความผิด" เพียงประการเดียวของโคดายารี คือการที่เธอเป็นผู้หญิงในประเทศที่มีการกีดกันทางเพศแบบฝังรากในกฎหมายและกฎหมายที่ว่านี้ก็ส่งผลกระทบเลวร้ายในทุกแง่มุมของชีวิตไม่เว้นแม้แต่ด้านการกีฬา

ตัวแทนของแอมเนสตีเรียกร้องให้อิหร่านยกเลิกกฎหมายที่มีบทลงโทษห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปดูฟุตบอลซึ่งถือเป็นการกีดกันทางเพศ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกรวมถึงสมาคมฟีฟาและสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียมีปฏิบัติการในเรื่องนี้ เพื่อทำให้ผู้หญิงสามารถเข้าชมกีฬาได้ทุกชนิดโดยไม่ถูกกดีกันหรือเสี่ยงต่อการถูกลงโทษ

ลูเธอร์เปิดเผยว่าถึงแม้ทางการอิหร่านจะอนุญาตให้ผู้หญิงจำนวนไม่กี่คนเข้าไปในสนามฟุตบอลได้ในบางโอกาส แต่ก็มักจะเป็นแค่การทำเพื่อสร้างภาพให้รัฐบาลเองเท่านั้น ไม่ได้เป็นความก้าวหน้าในการยกเลิกการกีดกันแต่อย่างใด ทางแอมเนสตี้ฯ เชื่อว่า โคดายารีจะยังคงมีชีวิตอยู่ถ้าหากไม่มีกฎหมายกีดกันผู้หญิงในเรื่องนี้ ซึ่งการทำให้โคดายารีเกิดแผลใจจากการถูกดำเนินคดี

"การเสียชีวิตของเธอต้องไม่สูญเปล่า มันควรจะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอิหร่าน ถ้าหากจะมีการป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้อีกในอนาคต" ลูเธอร์กล่าว

เหตุการณ์ของโคดายารีเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2562 เธอพยายามขัดขืนกฎหมายห้ามผู้หญิงเข้าสนามฟุตบอลด้วยการแต่งกายเป็นผู้ชายเพื่อที่จะได้ชมทีมฟุตบอลที่เธอโปรดปรานในสนามแข่งที่กรุงเตหะราน  ในตอนนั้นมีสโมสรฟุตบอลของอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังแข่งกันในงานแข่งเอเอฟซีเอเชียนคัพ แต่ก่อนที่เธอจะได้เข้าสนามฟุตบอล ยามก็ห้ามเธอไว้เพราะพบว่าเธอเป็นผู้หญิง จากนั้นเธอจึงถูกควบคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำชาห์รอี ซึ่งเป็นเรือนจำที่ดัดแปลงจากฟาร์มไก่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเอามาคุมขังผู้หญิงหลายร้อยคนที่ถูกตัดสินในความผิดร้ายแรง สภาพในเรือนจำแห่งนั้นไม่ถูกสุขลักษณะ ต่อมา 2 วันหลังจากนั้นเธอก็ได้รับการประกันตัวและได้ออกจากเรือนจำ

ต่อมาในวันที่ 2 ก.ย. ศาลคณะปฏิวัติในกรุงเตหะรานก็เรียกตัวเธอไปที่ศายเพื่อตั้งข้อหา "กระทำความผิดบาปอย่างเปิดเผยด้วยการ...ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะโดยไม่สวมฮิญาบ" และข้อหา "หมิ่นเจ้าพนักงาน" หลังจากที่มีการเลิกศาล โคดายารีก็ออกมาจากศาลแล้วเทน้ำมันราดตัวเองก่อนจะจุดไฟเผาที่หน้าห้องพิจารณาคดี จากข้อมูลของโรงพยาบาลระบุว่าร่างของเธอถูกเผาไปกว่าร้อยละ 90 และเสียชีวิตในวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา

เรื่องราวของเธอได้รับความสนใจอย่างมากในอิหร่าน มีนักการเมือง ดารา และนักฟุตบอลต่างก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่มีการสั่งห้ามผู้หญิงไม่ให้เข้าไปในสนามฟุตบอล

แอมเนสตี้ฯ ระบุว่าพวกเขาได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องกฏหมายบังคับสวมฮิญาบในอิหร่านซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิสตรีมาเป็นเวลานานแล้ว นอกจากนี้ยังวิจารณ์เรื่องที่อิหร่านลิดรอนสิทธิในการไม่ถูกกีดกันทางอัตลักษณ์ เสรีภาพทางความเชื่อและการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก และการคุ้มครองไม่ให้ถูกจับกุมคุมขังโดยพลการ การทารุณกรรม และการปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณไร้มนุษยธรรม รวมถึงการลงโทษหรือปฏิบัติอย่างลดทอนความเป็นมนุษย์

หมายเหตุ: ประชาไทแก้ไขพาดหัวเพื่อทำให้ข้อมูลถูกต้องตามข้อเท็จจริงเมื่อ 22 ก.ย. 62 เวลา 22.06 น.

เรียบเรียงจาก

Iran: Shocking death of football fan who set herself on fire exposes impact of contempt for women’s rights, Amnesty International, Sep. 10, 2019

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์