ศาลสั่งหยุดสร้างถนนในป่าแก่งกระจาน จนกว่าจะผ่านอีไอเอ

ศาลปกครองพิพากษาให้ระงับการก่อสร้างปรับปรุงถนน สายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จนกว่าจะมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2562 ศาลปกครองเพชรบุรีได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ ส. 3/2562 ระหว่างนางสาวพีรยา สังวรณ์ กรรมการและเหรัญญิกกลุ่มคนรักป่าแก่งกระจาน เป็นผู้ฟ้องคดี กับผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จากกรณีที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมถนน สายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่มีสภาพชำรุดเสียหาย ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมรางระบายน้ำ ระยะทาง 18.50 กิโลเมตร และมีการจัดจ้างในวงเงิน 79,790,000 บาท เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและประชาชนทั่วไป โดยจะปิดเส้นทางเพื่อดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2561 เป็นต้นไป เป็นเวลา 560 วัน

ต่อมานักอนุรักษ์ธรรมชาติและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้ร้องเรียนและคัดค้านโดยเห็นว่าเป็นการกระทำที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และไม่ได้มีการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายกำหนด จนนำมาต่อการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

ศาลปกครองเพชรบุรีเห็นว่าการดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ไม่ได้มีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงเป็นการกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พิพากษาห้ามผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำการหรือดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนน สายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จนกว่าจะได้มการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบต่อรายงานการประเมินผลกระทบดังกล่าวตามกฎหมายแล้ว

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ที่ปรึกษาสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม (LEPA) กล่าวว่าสมาคมได้ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติในการฟ้องร้องศาลปกครอง กรณีนี้ศาลปกครองระบุชัดว่า แม้จะก่อสร้างปรับปรุงในเส้นทางเดิม แต่ก็มีการขุดบุกเบิกพื้นที่ใหม่อยู่บ้างตามการก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบตามที่กฎหมายกำหนด และให้องค์กร บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิทางศาลปกครองได้ แม้ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการโดยตรง รวมทั้งให้ทางรัฐต้องรับฟังเสียงของประชาชน ตลอดจนต้องให้ประชาชนเห็นชอบจึงจะดำเนินโครงการได้ เป็นการยืนยันการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์