แกนนำ นปช. ยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ ส่งศาลฎีกาพิจารณา

4 แกนนำ นปช. ถอนคำให้การเดิมที่เคยต่อสู้คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ปี 50 ยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณามีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งอีกครั้งต่อไป

(แฟ้มภาพ Banrasdr Photo)

23 ก.ย.2562 วันนี้ ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 เดินทางมาเพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่อัยการเป็นโจกท์ยื่นฟ้องในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 ขึ้นไป, ฐานก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ รวมถึงร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและอื่นๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา138 วรรคสอง, มาตรา 215 , 216 , 297 , 298 ประกอบมาตรา 33 , 83 และมาตรา 91 จากการนำมวลชนชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อกดดันให้ลาออกจากองคมนตรี เมื่อปี 2550

โดยเมื่อถึงเวลานัด วีระกานต์, ณัฐวุฒิ นพ.เหวง และวิภูเเถลง ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยต่อสู้คดีพร้อมยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณามีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งอีกครั้งต่อไป

ทั้งนี้จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. และมวลชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวก่อนเข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ว่า จากที่ประสานงานทราบว่าจำเลยมาฟังคำพิพากษากันครบทุกคน คดีนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จำเลยและทีมทนายความทำอย่างดีที่สุด ส่วนคำพิพากษาออกมาอย่างไรพร้อมน้อมรับ ไม่กังวลใจเพราะสิ่งที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา เพื่อให้ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ประมุข ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงหรือเสียหายกับบุคคล สถานที่ หรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น มีความบริสุทธิ์ใจและเข้าสู่การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามที่ถูกกล่าวหา

เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่หากติดคุกอาจจะกระทบอนาคตทางการเมืองนั้น ณัฐวุฒิ บอกว่า กังวลกับอนาคตของประเทศมากกว่า ที่เราอยู่กันโดยไร้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง อยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องกังวลร่วมกัน อนาคตการเมืองของตัวเองเป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าเราจะอยู่บนเวทีการเมืองหรือไม่ ก็จะมีผู้ร่วมอุดมการณ์คนใหม่ๆ ปรากฏตัวมาทำหน้าที่แสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็นว่า ประชาชนที่รักประชาธิปไตยไม่ได้ผูกขาดคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

(ที่มา โปลิศนิวส์ และBanrasdr Photo

สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อปี 2558 ให้จำคุก นพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนวีระกานต์, ณัฐวุฒิ, วิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้อง วีระศักดิ์ และวันชัย จำเลยที่ 2-3 พร้อมให้ริบของกลางทั้งหมด

ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่า จำเลยไม่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 4 -7 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว และเป็นการกระทำเพื่อปกป้องการถูกคุกคาม ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในการลงโทษ ส่วนวีระศักดิ์และวันชัย จำเลยที่ 2-3 ซึ่งศาลยกฟ้องนั้น อัยการโจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2560 แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม 1 กระทง ให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน นอกเหนือจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งในส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน

หลังศาลอุทธรณ์พิพากษา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งห้า โดยตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเดิมคือ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต

คดีนี้ตามฟ้องเกิดขึ้นเมื่อ 22 ก.ค. 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. หรือ นปก.ขณะนั้น นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวง ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส

จำเลยคดีนี้ตั้งแต่ต้นประกอบด้วย นพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล แกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, วีระศักดิ์ เหมะธุลิน, วันชัย นาพุทธา, วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์