นักเศรษฐศาสตร์ชี้งบฯ ปี 2563 ขาดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป ม.รังสิต ชี้งบประมาณปี 2563 ขาดยุทธศาสตร์ในการรับมือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบสงครามทางการค้า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มาก อาจจะเกิดการขาดดุลมากกว่าที่คาดการณ์เพราะเศรษฐกิจอาจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการได้ทำให้เก็บภาษีได้น้อย ตรวจสอบการใช้เงินยากขึ้น 


ที่มาภาพประกอบ: Wutthichai Charoenburi (CC BY 2.0)

29 ก.ย. 2562 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่าจากการวิเคราะห์ตัวเลขงบประมาณปี 2563 พบว่า ยังขาดเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์เชิงรุกในการรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงครามทางการค้า ขาดการรับมือความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต้องมีโครงการหรืองบประมาณเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ งบประมาณจึงไม่ได้ถูกใช้ไปอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อบริหารประเทศแบบมองไปข้างหน้า ไม่ได้มุ่งสู่การแก้ปัญหาใหญ่ๆของประเทศที่เผชิญโดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การลดการผูกขาดเพิ่มการแข่งขัน ปัญหาความถดถอยของความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนความยากลำบากทางเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนระดับฐานรากและการขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน งบประมาณจำนวนไม่น้อยถูกจัดสรรเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านบัตรสวัสดิการคนจน ใช้วิธีการแจกเงินมากกว่ามาตรการแบบยั่งยืนในลักษณะสร้างงาน สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ในระยะยาว 

ทั้งนี้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 3,200,000 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ จำนวน 2,393,120.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 120,463.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.3% และคิดเป็นสัดส่วน 74.7% ส่วนรายจ่ายลงทุน จำนวน 655,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 5,861.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.9% และคิดเป็นสัดส่วน 20.5% ของวงเงินงบประมาณรวม ลดลงจากปีงบประมาณ 2562 ซึ่งมีสัดส่วน 21.6% เห็นได้ว่างบประมาณปี 2563 ก็ไม่ได้มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ งบลงทุนจึงมีสัดส่วนต่ำเช่นเดียวกับโครงสร้างงบประมาณในหลายทศวรรษที่ผ่านมา การที่ไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้เอาจริงเอาใจในการปฏิรูประบบราชการและการลดขนาดของหน่วยราชการ ยุบและเลิกหน่วยงานที่ไม่มีภารกิจหรือไม่ค่อยมีความจำเป็นแล้ว ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นอกจากนี้งบประมาณปี 2563 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มาก เพราะไม่ได้มีโครงการที่ก่อให้เกิดการจ้างงานมากทั้งที่ขณะนี้เรากำลังเผชิญปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้นอยู่ การประมาณการรายได้จากการเก็บภาษีอาจสูงเกินไป อาจจะเกิดการขาดดุลมากกว่าที่คาดการณ์เพราะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการทำให้เก็บภาษีได้น้อย รัฐบาลอาจสามารถจัดเก็บรายได้ประมาณ 2.725 ล้านล้านบาทหากเศรษฐกิจขยายตัวได้ 3-4% ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ในระดับดังกล่าว มีการใช้การวิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยีเพื่อติดตามให้ผู้ประกอบการเสียภาษีสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและการเข้าสู่ระบบบัญชีเดียวทำให้กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การจัดสรรงบกลางสูงเกินไปกว่า 5 แสนล้านทำให้ขาดรายละเอียดเรื่องโครงการการใช้เงินงบประมาณ ตรวจสอบการใช้เงินยากขึ้น ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการถูกปรับลดงบค่อนข้างมาก อย่างหน่วยงานรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ตั้งงบรวมกันที่ 8,684.6 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 13.23% ที่น่าสนใจคือสำนักงานเลขาธิการสภา ถูกตัดงบในภาพรวมลงไป 18.47%

ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวอีกว่าขณะที่หน่วยงานของศาล ประกอบด้วย สำนักงานศาลปกครอง, สำนักงานศาลยุติธรรม, สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งงบรวมกันที่ 20,234.9 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 10.49% ขณะที่น่าสนใจว่าศาลรัฐธรรมนูญกลับได้รับงบเพิ่ม 25.83% กระทรวงกลาโหม ขอตั้งงบ 233,353.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 เป็นเงิน 6,226.8 ล้านบาท (คิดเป็น 2.74%) โดยกองทัพบก ได้รับงบ 113,677.4 ล้านบาทมากที่สุด งบประมาณกลาโหมควรเน้นไปที่ยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและความพร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกมิติจะดีกว่า โดยเฉพาะรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ควรเพิ่มงบประมาณทางด้านการศึกษา การวิจัยและสาธารณสุข รวมทั้งควรมีโครงการลงทุนทางด้านการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติม มีมหาวิทยาลัย 53 แห่ง ถูกปรับลดงบประมาณลง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลถูกปรับลดงบสูงสุดมากกว่าพันล้านบาท ส่วนอีก 23 สถาบันถูกลดงบประมาณ ไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน กระทรวงอุดมศึกษาควรไปต่อรองไม่ให้มีการปรับลดงบมากเกินไปเพราะจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาขั้นสูงของประเทศได้ 
     
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์