เว็บสิ่งแวดล้อมประเมินมีคน 6.6 ล้านชุมนุมต้านโลกร้อนช่วงปลาย ก.ย. 

นอกจากกรณีการประกาศกร้าวต่อหน้าที่ประชุมยูเอ็นของนักกิจกรรมรุ่นเยาว์ เกรตา ทุนเบิร์ก แล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการเดินขบวนประท้วงทั่วโลก โดยมีการเปรียบเทียบว่าจำนวนผู้ประท้วงร่วม 6.6 ล้านคนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการประท้วงใหญ่ในระดับที่ใกล้เคียงกับการประท้วงต่อต้านการที่สหรัฐฯ รุกรานอิรักเมื่อปี 2546

ผู้ชุมนุมกลุ่ม Global Climate Strike Bangkok อ่านแถลงการณ์หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อ 20 ก.ย. 2562

สื่อเดอะการ์เดียนและคอมมอนดรีมส์ระบุถึงการประท้วงเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาวิกฤตสถาพภูมิอากาศโลกตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในวันศุกร์ที่ 27 ก.ย. มีชาวนิวซีแลนด์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลายหมื่นคนนัดหยุดงานและหยุดเรียนประท้วง ซึ่งระบุว่าเป็นครั้งแรกที่มีปฏิบัติการร่วมกันระหว่างคนหลายรุ่นในระดับที่ใหญ่ที่สุด

ทั่วโลกหยุดงาน-หยุดเรียนประท้วงใหญ่ เรียกร้องแก้ไขปัญหาโลกร้อน

มีการเดินขบวนประท้วงมากกว่า 40 เมืองทั่วประเทศนิวซีแลนด์ มีบริษัทห้างร้าน 260 แห่งเข้าร่วม มีคนลงนามในจดหมายเปิดผนึกมากกว่า 11,000 รายชื่อส่งให้รัฐสภาเรียกร้องให้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านวิกฤตภูมิอากาศ

ผู้ประสานงานจากกลุ่ม School Strike 4 Climate เรเวน แมเดอร์ กล่าวว่าผู้แทนของพวกเขาควรจะแสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการที่ทันด่วนและมีความหมายเพื่อปกป้องอนาคตของโลกนี้

จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในผู้นำโลกที่เป็นตัวแทนในการประชุมซัมมิทด้านวิกฤตภูมิอากาศโลกที่นิวยอร์ก ในที่ประชุมเธอพูดในทำนองขอให้มองโลกในแง่เข้าไว้เพราะการมองโลกในแง่ร้ายจะนำไปสู่ความเฉยชา "ถ้าหากพวกเราพูดถึงแต่เรื่องการสูญเสียมวลของภูเขาน้ำแข็งและระดับน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้น พวกเราก็เสี่ยงที่จะเชื่อว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว และทุกอย่างสายเกินไปแล้ว ... ซึ่งมันยังไม่สายเกินไป" อาร์เดิร์นกล่าว

นอกจากนิวซีแลนด์แล้วยังมีการประท้วงในที่อื่นๆ เช่นในเมืองมอนทรีออลประเทศแคนาดาซึ่งมีผู้คนร่วมชุมนุมราว 600,000 คน นอกจากนี้ 350.org เว็บไซต์รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมยังประเมินตัวเลขระบุว่ามีผู้ชุมนุมในที่อื่นๆอีกหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเปรู ปากีสถาน สิงค์โปร์ ไอร์แลนด์ สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ชุมนุมตั้งแต่ในระดับหลักพันจนถึงหลักแสน ที่กรุงเทพฯ ก็มีการเดินขบวนไปที่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​ เพื่ออ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉินทางสภาพแวดล้อม และให้เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนรวมถึงออกนโยบายอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

ทาง 350.org ระบุว่าจำนวนผู้ชุมนุมที่เรียกว่า โกลบอลไคลเมทสไตรค์โดยรวมทั้งหมดใกล้เคียงเทียบได้กับการประท้วงต่อต้านสงครามอิรักในปี 2546 ซึ่งในครั้งนั้นถือเป็น "หนึ่งในการประท้วงแบบประสานงานร่วมกันทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"

แอทลาส ซาร์ราโฟกลู ผู้จัดการประท้วงขององค์กรฟิวเจอร์ตุรกีกล่าวว่าที่พวกเขานัดหยุดงาน-หยุดเรียนประท้วงเพราะพวกเขาเชื่อว่าจะไม่มีดาวเคราะห์อื่นที่เหมือนกับดาวเคราะห์โลกอีก พวกเขาจึงควรจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อหยุดยั้งวิกฤตนี้ ไม่เช่นนั้นอนาคตของพวกเขาก็จะสูญไปเช่นเดียวกับอนาคตของเด็กคนอื่นๆ ทั่วโลก

ผู้อำนวยการบริหารขององค์กร 350.org เมย์ บูเวอร์ กล่าวว่าการเคลื่อนไหวเรื่องโลกร้อนจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการพัฒนานโยบายในเรื่องนี้ "พวกเราจะต่อสู้ต่อไปจนกว่านักการเมืองจะเลิกละเลยวิทยาศาสตร์ และบริษัทพลังงานจากซากดึกดำบรรพจะถูกทำให้ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมต่ออนาคตของพวกเรา ในแบบที่ควรจะเป็นมานานแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน" บูเวอร์กล่าว

เรียบเรียงจาก

'Nothing else matters': school climate strikes sweep New Zealand, The Guardian,  Sep. 27, 2019

With Over 6 Million People Worldwide, Climate Strikes Largest Coordinated Global Uprising Since Iraq War Protests, Common Dreams, Sep. 27, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์