People Go Network - คปอ. และเครือข่าย แถลงเข้าร่วมคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

6 เครือข่าย People Go Network แถลงเข้าร่วมคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ย้ำเดินหน้าแก้ รธน. สร้างสังคมประชาธิปไตย-พื้นที่ประชาชน คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพร่วมด้วย ยันอีกครั้งไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี หวังดัน สสร.เหมือนปี 39 และประชามติใต้กระบวนให้สิทธิเสรีภาพและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว

14 ต.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมชั้นสี่ ตึกคณะสังคมสงเคราะห์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายข่ายภาคประชาชน 6 เครือข่ายใน People Go Network และเครือข่ายอื่นๆ แถลงเข้าร่วมกับ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เพื่อรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 สร้างสังคมประชาธิปไตย สร้างพื้นที่ให้ประชาชน พร้อมทำกิจกรรมเดินรอบสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศเจตนารมณ์สร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม

สำหรับ เครือข่ายข่ายภาคประชาชน 6 เครือข่ายประกอบด้วย 1) เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ 2) เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก 3) เครือข่ายสลัมสี่ภาค 4) เครือข่ายทรัพยากรและสิทธิชุมชน 5) เครือข่ายนักกฎหมายและนักวิชาการ และ 6) เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นอกจาก People Go Network แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยังมีเครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ  คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) สหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) 

โดยมี อนุสรณ์ อุณโณ แกนนำ ครช. มอบเสนอต้อนรับเครือข่ายต่างๆ ที่เข้าร่วม พร้อมประกาศเดินหน้ารณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ และเชิญชวนองค์กรเครือข่ายต่างๆ มาเข้าร่วมเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้น เครือข่ายเหล่านี้ประมาณ 50 คน ตั้งขบวนเดินรอบสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนมาหยุดที่ลานปฏิมากรรม 6 ตุลา ตรงประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกับอ่านแถลงการณ์ เครือข่าย People Go เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 สร้างสังคมประชาธิปไตย สร้างพื้นที่ให้ประชาชน โดยมี เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ เครือข่าย People Go 
เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
สร้างสังคมประชาธิปไตย สร้างพื้นที่ให้ประชาชน

ตามที่หลายหลายภาคส่วนของสังคมกำลังให้ความสนใจกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผ่านการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 มาแล้ว ทำให้สังคมเห็นปัญหาและบทเรียนจากกลไกที่ช่วยให้ผู้เข้าสู่อำนาจไม่ได้มาจากเสียงสนับสนุนของประชาชนอย่างแท้จริง เครือข่าย People Go ก็เห็นผลกระทบและปัญหาความไม่เป็นธรรมจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่นเดียวกัน

เครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานในประเด็นต่างๆ เช่น รัฐสวัสดิการ เกษตรกรรมทางเลือก ที่อยู่อาศัย ทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิชุมชน กระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ต่างพบว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีเนื้อหาที่ละเลยสิทธิของประชาชนในประเด็นที่แต่ละเครือข่ายกำลังประสบปัญหาและต่อสู้อยู่ ทั้งยังมอบอำนาจรัฐให้กับองค์กรที่สืบทอดมาจากการรัฐประหาร อนาคตภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีแนวโน้มเพียงว่า ปัญหาของประชาชนจะถูกละเลย ขณะที่กลไกต่างๆ ในสังคมถูกบิดเบือนเพื่อรักษาอำนาจให้กับคณะทหารชุดเดิม

เครือข่าย People Go จึงต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อเดินหน้ารณรงค์ให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเห็นควรเข้าร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชน ที่ใช้ชื่อว่า คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ที่ประกาศตัวต่อสาธารณะไปแล้วก่อนหน้านี้ และหลังจากนี้จะจัดกิจกรรมสร้างช่องทางการรับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเปิดเวทีสาธารณะร่วมกันต่อไป

เครือข่าย People Go เชื่อมั่นว่า สังคมที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ มีสวัสดิการที่ดี มีสิทธิเข้าถึงที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรม ได้รับความคุ้มครองตามกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ต้องเป็นสังคมประชาธิปไตยเท่านั้น และประชาธิปไตยที่จะเกิดผลได้อย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงตัวหนังสือต้องมีพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกันสร้าง ซึ่งขั้นตอนพื้นฐานที่สุด ต้องเริ่มต้นโดยการสร้างรัฐธรรมนูญจากความต้องการของประชาชนเท่านั้น

14 ตุลาคม 2562
ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขณะที่ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ได้ออกแถลงการ "การเข้าร่วม ครช. ยืนยันอีกครั้งไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี และข้อเรียกร้องต่อการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)

เรื่อง การเข้าร่วมคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ยืนยันอีกครั้งไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี และข้อเรียกร้องต่อการร่างรัฐธรรมนูญใหม่

การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ พ.ศ. 2559 ผ่านไปกว่า 3 ปีแล้ว คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ยอมรับและนับผลประชามติดังกล่าว เพราะนอกจากกระบวนการประชามติไม่มีเสรีภาพและความเป็นธรรม ฝ่ายคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญถูกขัดขวางและจับกุมคุมขัง ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนสามารถระดมทรัพยากรของรัฐเพื่อรณรงค์ได้อย่างเต็มที่แล้ว ภายใต้บรรยากาศแห่งการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกที่เริ่มขึ้นตั้งแต่มีรัฐประหาร และรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงการทำประชามติ จึงไม่ต่างจากการลงประชามติภายใต้ปากกระบอกปืน อีกทั้งการประชาสัมพันธ์ก็ล่าช้า ไม่ทั่วถึง และไม่เพียงพอ ความกลัวและอุปสรรคต่าง ๆ ข้างต้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีผู้ออกเสียงประชามติน้อยลงเป็นประวัติการณ์ มิใช่เพราะบุคคลเหล่านั้น “นอนหลับทับสิทธิ์” แต่อย่างใด

ผลของประชามติมีผู้มาออกเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญ 16.8 ล้านคน นับเป็นประมาณ 34% หรือเพียง 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 50 ล้านคนเท่านั้น จึงเท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ผ่านการรับรองจากเสียงข้างมากของคนไทย ทั้งที่เป็นกติกาสูงสุดของประเทศ

ต้นไม้พิษย่อมให้ผลไม้พิษตามมา คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ขอย้ำเช่นเดิมว่าเราไม่ยอมรับกระบวนการทำประชามตินี้ตั้งแต่ต้น รวมทั้งกระบวนการต่อเนื่องภายหลังประชามติ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่ประกาศใช้ยังได้ผ่านการแก้ไขในหลายมาตราจนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นฉบับเดียวกับที่ผ่านประชามติอีกต่อไป พร้อมทั้งยังมีกระบวนการจัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกอีกหลายฉบับตามมา โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่แต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร ซึ่งสามารถร่างกฎหมายลูกได้ตามต้องการโดยไม่ต้องฟังความคิดเห็นจากประชาชน

การร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 การปฏิรูปประเทศ ไปจนถึงการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลทหารที่พร่ำบอกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่สันติประนีประนอมได้นั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะฐานคิดของผู้นำผู้มีอำนาจรัฐในระบบโครงสร้างการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งระบบราชการ มองประชาชนเป็นเพียงฟันเฟืองของกลไกทางเศรษฐกิจ หุ้นส่วนที่ต้องร่วมจ่าย ผู้บริโภค หรือผู้ด้อยโอกาสที่ต้องให้การสงเคราะห์ โดยประชาชนไม่มีอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองได้เต็มที่ อีกทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญยังเน้นแนวคิดความมั่นคงของรัฐเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สร้างเงื่อนไขทำให้ประชาชนผู้คิดต่างไม่สามารถมีอำนาจต่อรองและกำหนดอนาคตของตัวเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งไม่ยุติธรรม

ปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศก็คือปัญหาที่เกิดจากการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 การเลือกนายกรัฐมนตรีที่ถูกแทรกแซงโดย ส.ว. 250 คน และการบริหารราชการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีซึ่ง คสช. เขียนขึ้นเองโดยไม่ฟังเสียงประชาชน

กว่า 3 ปีที่ผ่านมาคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ยังคงเคลื่อนไหวเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับและนับผลประชามติดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เราได้จัดเสวนารณรงค์ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้ในประเด็นต่าง ๆ หลายครั้ง เพื่อหวังผลในอนาคตว่าจะมีกระบวนการบอกเลิกให้ประชามติ พ.ศ. 2559 เป็นโมฆะและมีการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อถอนต้นไม้พิษและลบล้างมรดกบาปของ คสช. เสีย

ในโอกาสนี้คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ขอแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องของเราดังนี้

1. ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับนับผลประชามติ พ.ศ. 2559 และถือว่าประชามติเป็นโมฆะ หรืออย่างต่ำสุดเป็นโมฆียะซึ่งพลเมืองยังคงสิทธิที่จะบอกล้าง และถือรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เป็นเพียงฉบับชั่วคราว

2. เรามีมติเข้าร่วมกับคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เพื่อผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เหมือนครั้ง พ.ศ. 2539 และเปิดให้มีการประชามติภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว

3. ขอเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะร่วมกันร่างขึ้นขยายสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค รับประกันความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ทั้งในด้านการศึกษา การสาธารณสุข และความมั่นคงในการทำงาน ให้อำนาจอธิปไตยทั้งสาม คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และหน่วยงานของรัฐรวมทั้งกองทัพและตำรวจยึดโยงกับประชาชน อยู่ใต้การบังคับบัญชาของประชาชน เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

จึงเรียนมาเพื่อเชิญชวนให้สาธารณชนร่วมกันพิจารณาและร่วมกันผลักดันต่อไป

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)

14 ตุลาคม 2562

(ปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มเติมจากฉบับเดิม วันที่ 7 สิงหาคม 2560)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์