'ถ้าต้องจ่ายเองคงตายไปแล้ว' ผู้ป่วยมะเร็งปลื้มใช้สิทธิบัตรทองรักษา ผ่าตัด-ฉายรังสี  33 ครั้ง

ผู้ป่วยมะเร็งปลื้มใช้สิทธิบัตรทองผ่าตัด-ฉายรังสีอีก 33 ครั้ง ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ชี้ค่ารักษารวมกว่า 200,000 บาท ถ้าต้องจ่ายเองคงตายไปแล้ว

ยุทธนา บุญเพชร ประชาชนชาว ต.หนองกระทุ่ม อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

15 ต.ค.2562 ทีมสื่อ สปสช. รายงานว่า ยุทธนา บุญเพชร ประชาชน ต.หนองกระทุ่ม อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า ขอชื่นชมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรทอง 30 บาท เพราะจากประสบการณ์ของตนเคยเจ็บป่วยโรคมะเร็งซึ่งต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก แต่เมื่อใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษาแล้วไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย

นายยุทธนา กล่าวว่า ตนมีอาชีพเกษตรกร ใช้สิทธิบัตรทองอยู่ที่โรงพยาบาลทัพทัน โดยในปี 2560 อยู่ๆก็มีอาการสั่งน้ำมูกแล้วเลือดออก ลองเอานิ้วแหย่ดู รู้สึกเหมือนติดก้อนอะไรอยู่ ตอนนั้นได้ไปตรวจในคลินิกใน อ.เมืองอุทัยธานี บังเอิญว่าแพทย์ผู้ตรวจเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัยธานีด้วย แพทย์แนะนำให้รีบกลับไปโรงพยาบาลทัพทันเพื่อขอใบส่งตัวไปตรวจชิ้นเนื้อที่โรงพยาบาลอุทัยธานีปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นายยุทธนา กล่าวต่อไปว่า เมื่อถูกส่งตัวไปตรวจชิ้นเนื้อแล้ว พบว่าเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง แพทย์บอกว่าต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี ให้รีบกลับไปโรงพยาบาลต้นทางเพื่อให้ส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี ในขั้นตอนนี้ใช้เวลาระยะหนึ่ง เริ่มเดือนเรื่องเดือน ก.ย. 2560 และได้รับการผ่าตัดในเดือน ธ.ค. 2560

"พอดีว่าภรรยาผมเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ด้วย ซึ่งมีข้อตกลงกับทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไม่ต้องจ่ายเงิน 30 บาท ดังนั้นตลอดขั้นตอนการส่งตัวต่างๆไปจนถึงผ่าตัดก็แทบไม่ต้องจ่ายเงินเลย มีจ่ายครั้งเดียว 30 บาทตอนขอใบส่งตัวไปผ่าตัดที่ราชวิถี พอผ่าตัดเสร็จตอนเอาบิลไปวางที่ห้องการเงินก็แอบดูตัวเลข พบว่าค่าผ่าตัดเกือบ 30,000 บาท แต่ใช้สิทธิบัตรทองก็เลยไม่ต้องจ่าย" นายยุทธนา กล่าว

หลังจากผ่าตัดแล้ว แพทย์ได้นำชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์อีกและให้ควรให้ทำการฉายรังสี ตนจึงเลือกไปรับการฉายรังสีที่โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี เพราะใกล้บ้านที่สุด โดยต้องกลับมาที่โรงพยาบาลทัพทันให้ส่งตัวไปฉายรังสีอีกครั้ง

"ตอนจะเริ่มฉายรังสีก็ต้องทำหน้ากากครอบ ซึ่งเฉพาะหน้ากากก็เกือบ 20,000 บาท อันนี้ก็ไม่ต้องจ่ายเงิน ผมเริ่มฉายรังสี 17 ม.ค. 2561 ต้องฉายทั้งหมด 33 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เสร็จสิ้นประมาณเดือน มี.ค. 2561 ตอนนั้นเวลาเอาบิลไปวางห้องเงินก็ดูค่าฉายแสงตกครั้งละ 4,600 บาท เราก็ดูแล้วโอ้โห เฉพาะฉายรังสีนี่ก็แสนกว่าบาท ถ้ารวมค่าผ่าตัด ค่าหน้ากากครอบก็ประมาณ 200,000 บาท ถ้าเราต้องจ่ายเองคงไม่มีปัญญา คงตายตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลอุทัยธานีแล้วแน่ๆ แต่นี่ใช้บัตรทองไปรักษาถึงกรุงเทพฯ ถึงลพบุรี ไม่เสียค่ารักษาสักบาท เสียแต่ค่าเดินทางและที่พักซึ่งก็พอรับไหว ผมว่ามันสุดยอดแล้ว อย่างคนไข้ประกันสังคมที่เจอกันเขาก็ยังต้องตรวจสอบสิทธิกันทุกเดือน ยาบางรายการก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่บัตรทองไม่เสียเงิน ไม่ต้องสำรองจ่าย ต้องขอขอบคุณคนที่ทำนโยบายนี้มา และขอบคุณโรงพยาบาลทุกแห่งที่ดูแลผู้ป่วยอย่างดี คนไม่รู้ก็ติก็ด่าไปเรื่อย มันต้องมาเจอสภาพแบบชาวไร่ชาวนาจริงๆจะรู้ว่ามันช่วยเหลือได้จริงๆเลยล่ะ" ยุทธนา กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันแพทย์ยังคงนัด ยุทธนาติดตามอาการเป็นระยะๆ และการไปพบแพทย์แต่ละครั้งก็ไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์