ศรีสุวรรณ ค้านเพิ่มงบกลาโหมสนองทหารการเมือง - เลขาฯ ครป. ถามใช้งบกลางซื้ออาวุธหรือไม่

เลขาธิการ ครป. ถามบประมาณ 63 มีการใช้งบประมาณผิดประเภทหรือไม่ โดยใช้งบกลางไปจัดซื้ออาวุธแทนที่จะใช้งบกองทัพทั้งหมด จี้ตรวจสอบ ขณะที่ ศรีสุวรรณ แถลงค้านการเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมสนองทหารการเมือง

ซ้ายมือ ศรีสุวรรณ จรรยา / ขวามือ เมธา มาสขาว

17 ต.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณของรัฐบาล ตาม ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ โดยระบุว่า งบประมาณปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาทถูกใช้ไปเพื่อการลงทุนเพื่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)อภิปรายเรื่องนี้ให้แจ่มชัดต่อสังคม หากพบว่าการใช้งบประมาณเพื่อตนเองและพวกพ้องของคนในรัฐบาลเป็นหลักและกลุ่มทุนผูกขาดทางเศรษฐกิจ จะต้องยับยั้งเปลี่ยนแปลงงบประมาณให้ถูกต้องก่อนให้ผ่านสภาต่อไปปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

เราใช้งบประมาณมาหลายล้านบาทต่อปีมากี่ยุคกี่สมัยแล้ว ทำไมทำให้ประเทศนี้มีความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลก ทำไมเศรษฐกิจไทยกระจายความมั่งคั่งไปสู่คนไม่กี่ตระกูลที่ผ่านมา บางคนมีเงินเป็นแสนล้าน มีที่ดินหลายแสนไร่ ควบคุมเศรษฐกิจผูกขาดในประเทศมากมายโดยการสนับสนุนกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล ในขณะที่เรามีคนยากจนจำนวนมหาศาลในประเทศที่มีความมั่งคั่ง แต่กระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม เป็นไปได้อย่างไร

ปัจจุบันโครงสร้างทางการเมืองเป็นลักษณะอำนาจนิยม และดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ "ประทุนนิยมประชารัฐ" เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทยที่รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมาผิดทาง เพราะนโยบายการใช้งบประมาณเกือบทุกอย่างส่งเสริมให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลผันเงินงบประมาณมหาศาลลงไปให้ประชาชนใช้ช้อปชิมเพื่อผันเงินไปสู่กลุ่มทุนที่ผูกขาดตลาดข้างบนอย่างแยบยล เหมือนกับส่งงบประมาณภาครัฐเข้ากระเป๋านายทุนผ่านการให้เปล่าประชาชน โดยไม่ส่งเสริมนวัตกรรมการลงทุนเพื่อสังคมโดยรวม

นอกจากนี้ยังมีนโยบายการให้สัมปทานโครงการพิเศษต่างๆ เอื้อเอกชนรายใหญ่จำนวนมากโดยใช้ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ยกตัวอย่างโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินแต่ไปรวมเอาที่ดินของรัฐใจกลางเมืองที่เอกชนรายใหญ่ต้องการทำโครงการพาณิชย์ โครงการในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ฮั้วกับเอกชนรายใหญ่ในการยกเว้นการเก็บภาษีและให้กรรมสิทธิ์ที่ดินแก่ต่างชาติ ซึ่งทั้งหมดส่งเสริมความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มทุนพวกพ้องทั้งสิ้น

ขณะที่งบประมาณในการพัฒนาจังหวัดและท้องถิ่นโดนตัดไปจำนวนมาก งบรัฐสวัสดิการยังไม่ได้เป็นไปตามนโยบายแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลที่สัญญาไว้กับประชาชน รายรับของงบประมาณยังไม่ไปแตะต้องโครงสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม เช่น การเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า การจำกัดการถือครองที่ดิน เป็นต้น

"คำถามสำคัญอย่างหนึ่งคือ มีการใช้งบประมาณผิดประเภทหรือไม่ โดยใช้งบกลางไปจัดซื้ออาวุธแทนที่จะใช้งบกองทัพทั้งหมด ขอให้มีการตรวจสอบว่ามีการตั้งใจโกงหรือไม่" เลขาฯ ครป. ทิ้งท้าย 

เช่นเดียวกับ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ โดย ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ คัดค้านการเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมสนองทหารการเมือง

โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

เรื่อง คัดค้านการเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมสนองทหารการเมือง

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2563 ในวันที่ 17-19 ต.ค.นี้และเป็นการอภิปรายวาระแรกเพื่อพิจารณารับหลักการ ซึ่งรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ยื่นของบประมาณจำนวน 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562  ถึง 2 แสนล้านบาทนั้น

เมื่อพิจารณาการยื่นของบประมาณของแต่ละกระทรวงแล้ว ทำให้เป็นที่กังวลเป็นอย่างมากว่า เหตุใดรัฐบาลจึงยังมุ่งเน้นการเพิ่มงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหมมากขึ้นอีก ทั้งๆที่ความเสี่ยงด้านขัดแย้งในภูมิภาคไม่มี เพราะปี 2563 กระทรวงกลาโหมของบประมาณ 233,353,433,300 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวนถึง 6,226,867,000 บาท โดยปี 2562 ได้งบประมาณทั้งสิ้น 227,126,566,300 บาท และเมื่อพิจารณาการจัดสรรงบประมาณ 5 ปีย้อนหลังนับแต่ในสมัยรัฐบาลที่มี คสช. ควบคุมอยู่ก็จะพบว่ามีการเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปี 2558 จำนวน 192,949 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 206,461 ล้านบาท ปี 2560 จำนวน 213,449 ล้านบาท ปี 2561 จำนวน 229,383 ล้านบาท มาปี 2562 ลดลงเล็กน้อย จำนวน 227,126 ล้านบาท แต่พอมาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับยังเพิ่มงบประมาณให้อีกถึง 233,353 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่อาจหลีกพ้นอิทธิพลของฝ่ายทหารการเมืองไปได้เลย

ทั้ง ๆ ที่ในยุคไทยแลนด์ 4.0 นี้กระทรวงกลาโหมควรปรับลดงบประมาณลงเสียอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้ทันที เช่น การปรับลดทหารยศนายพลลงเหลือ 1 ใน 3 ในทุกเหล่าทัพจากประมาณ 1,500 คนให้เหลือเพียงไม่เกิน 500 คน เพื่อให้เหลือนายทหารชั้นนายพลเท่าที่จำเป็นและมีภารกิจงานที่ต้องทำเท่านั้น เพราะทุกวันนี้มีนายทหารระดับสูงจำนวนมากที่มีเวลาว่างไปเล่นกอล์ฟ ไปจัดทอล์คโชว์จนกลายเป็นทหารการเมืองไปแล้ว  นอกจากนั้นต้องลดการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เรือดำน้ำ เรือรบ เครื่องบิน รถถัง ของทุกเหล่าทัพลง ยกเลิกการสร้างบ้านพักคฤหาสน์หรูให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงใช้ และทวงคืนบ้านพักนายทหารที่เกษียณไปแล้วแต่ยังไม่ยอมย้ายออกด้วย รวมทั้งการปรับลดการเกณฑ์พลทหารลง 1 ใน 3 เป็นต้น เพราะกำลังกลายเป็นช่องทางให้คอรัปชั่นของผู้บังคับหน่วยหลายประการ ยกเลิกพลทหารรับใช้บ้านนาย และทหารติดตามนายเสีย

ทั้งนี้งบประมาณของกระทรวงกลาโหมที่ตัดลดลงมา จะสามารถนำไปช่วยในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาสินค้าราคาแพง ปัญหาการว่างงานที่นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจจุลภาคและมหภาคของประเทศได้ดีเลยทีเดียว

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงขอเรียกร้องให้ สส.ทุกท่านผลักดันให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณางบฯในวาระ 2 ได้กล้าหั่นงบ กท.กลาโหมลงเสียกึ่งหนึ่ง เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศในที่สุดต่อไป

แถลงมา ณ วันที่ 17 ต.ค.2562

นายศรีสุวรรณ จรรยา

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์