มองบิ๊กแดงผ่านแว่นมาคิอาเวลลี

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

                                                                                                                                                  

“กองกำลังจากที่อื่น พวกนี้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างครบถ้วน พวกนี้อยู่ภายใต้การนบนอบเชื่อฟังผู้อื่นอย่างสิ้นเชิง”

สมบัติ จันทรวงศ์(แปล),เจ้าผู้ปกครอง,2552,หน้า 212

จากการบรรยายพิเศษของ พลเอกอภิรัชย์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ในหัวข้อเรื่อง”แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ณ หอประชุม “กิติขจร” กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2562 ที่ผ่านมา สร้างปรากฎการณ์สั่นสะเทือนทางการเมืองได้พอสมควร ทั้งกระแสบวกและกระแสลบ ทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อโซเซียล จนติดเรทแฮชแทคสูงสุดในทวีตเตอร์

นอกจากนี้หลายฝ่ายต่างก็งุนงงสงสัยกนต่างๆนานาว่าอะไรคือเหตุที่ท่าน ผบ.ทบ.เลือกออกมาบรรยายในช่วงนี้ ฝ่ายค้าน ก็วิจารณ์ว่า น่าจะมาจากสาเหตุที่งบประมาณจะเข้าสภา บางฝ่ายก็ออกมาดิสเครดิตว่าเป็นการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ของท่าน บางฝ่ายก็ว่าออกมาขอความเห็นใจจากกองเชียร์หรือฝ่ายขวาเสพติด ส่วนนักวิชาการก็ออกมาฟันธงว่านี่เป็นการยืนยันว่าทหารจะไม่ออกจากการเมือง ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครทราบสาเหตุได้ดีเท่าตัวท่าน ผบ.ทบ.เอง แต่มาคิอาเวลลี เคยกล่าวไว้ว่า”ชื่อเสียง ในทางการเมืองเป็นภาพ” (อ้างแล้ว,2552,หน้า 230) หรือว่าการบรรยายครั้งนี้ จะเป็นเพียงการ”สร้างภาพทางการเมือง”ของท่านปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ผู้เขียนได้สังเกต เนื้อหาสาระ ตลอดจนวิธีการนำเสนอของการบรรยายครั้งนี้ พอสรุปได้ว่าคงไม่ได้เกิดจากฝ่ายเสนาธิการของกองทัพบก เพราะเนื้อหาอ่อนด้อย ทั้งด้านข้อมูล ทั้งทางทฤษฎีและข้อเท็จจริง ผู้เขียนพอสรุปได้ว่าน่าจะมาจากความรู้สึกของท่านเองและทีมงานโฆษกกองทัพบกกับอดีตนักการเมืองที่เป็นเพื่อนรักของท่าน ที่ออกมาให้คะแนนการบรรยายของท่านครั้งนี้ เต็ม 10 คะแนน ดังที่มาคิอาเวลลีเคยกล่าวว่า”ความรู้สึกไม่เกี่ยวกับความจริง หรือที่เขาเรียกว่าความจริงที่ไม่อาจนำมาปฎิบัติได้” (อ้างแล้ว,2552,หน้า 231)

ในอดีต พลโทเปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาค 2 (ยศขณะนั้น) ก็ถูกพลังอนุรักษ์อุ้มจากบ้านนอกมาบรรยายสร้างภาพทางการเมืองในเมืองกรุง เรื่องการเมืองนำการทหาร (นโยบาย 3 ใจ : ชาวบ้านเข้าใจ,ร่วมใจ,จริงใจกับเรา) ส่งผลให้พลโทเปรมฯถูกดันขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ.ในปี 2520 และเข้าร่วมรัฐประหารรัฐบาลเสนีย์กับ พล.ร.อ.สงัด ชะลออยู่ เมื่อ 6 ต.ค. 2519 และร่วมการยึดอำนาจรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร ร่วมกับพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เมื่อ 20 ต.ค.2520 ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย จนรัฐมนตรีกลาโหมควบตำแหน่งเป็น ผบ.ทบ และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่สุด หลังพลเอกเกรียงศักดิ์ลาออกเมื่อ 23 ก.พ.2523 ( Wikipedia.org,สื่ออิเลคโทรนิค,สืบค้นเมื่อ 14 ต.ค.2562)

หากว่าการบรรยายครั้งนี้ของท่าน ผบ.ทบ.เป็นการสร้างภาพทางการเมือง จะเป็นการสร้างภาพทางการเมืองเช่นเดียวกับเมื่อครั้งพลเอกเปรมฯ หรือไม่ คำตอบก็คงไม่ใช่เพราะพลเอกเปรมฯถูกเลือกโดยพลังอนุรักษ์ เนื่องจากพลเอกเปรมฯ มีผลงานเข้าตาพลังอนุรักษ์ในสมัยเป็นแม่ทัพภาค 2 ถึงกับสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรผลงานในปลายปี 2519ที่ฐานปฎิบัติการวรพัฒน์ (พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขุนพลคู่บัลลังก์,thairathco.th/news/politices/1579255,สื่ออิเลคโทรนิค,สืบค้นเมื่อ 14 ต.ค.2562)  อันส่งผลให้ กลุ่มพลังอนุรักษ์นำพลโทเปรมฯ มาในกทม.เพื่อสร้างภาพความเป็นนายทหารสายพิราบต่อประชาชน ส่วนการบรรยายครั้งนี้ของบิ๊กแดง เป็นการแสดงให้เห็นว่า ท่านเป็นนายทหารสายเหยียว แต่ท่านไม่ได้สร้างภาพทางการเมืองนี้ ให้กับประชาชน ท่านไม่แคร์ประชาชนด้วยซ้ำ แต่ท่านกำลังสร้างภาพทางการเมืองนี้ให้พลังอนุรักษ์ดูต่างหาก
             
             
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์