กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชน ร้องผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ขึ้นทะเบียนถ้ำศรีธนเป็นแหล่งโบราณคดี หวั่นเหมืองหินกระทบ

 

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาเฟสบุ๊คแฟนเพจ 'เหมืองแร่หนองบัว' รายงานว่า 15 ต.ค. 62 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู ประชาชนจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู หลังจากที่ได้มีการอ่านแถลงการณ์ร่วมกันที่บริเวณหน้าถ้ำศรีธนแล้ว ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู

สืบเนื่องจาก ปรากฏเหตุว่า จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ตรวจสอบพบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง บริเวณถ้ำศรีธน ท้องที่บ้านโชคชัย ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ของพระสงฆ์สำนักสงฆ์ถ้ำผาน้ำลอดและประชาชนในพื้นที่ จึงได้แจ้งให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

กลุ่มประชาชนดังกล่าวจึงเดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องใน 2 ประเด็นได้แก่ 1.) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มีหนังสือนำเรียนต่ออธิบดีกรมศิลปากร เพื่อให้มีการดำเนินการขึ้นทะเบียนกลุ่มถ้ำน้ำลอด-ถ้ำศรีธน เป็นแหล่งโบราณคดีตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 ทั้งนี้ ทางกรมศิลปากรได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานสำคัญทางโบราณคดี ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติ และ2.) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง บริเวณถ้ำศรีธน ด้วยแนวทางการเจรจา หาทางออกร่วมกันกับทุกภาคส่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่

ในหนังสือยื่นระบุด้วยว่า กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เห็นว่าการที่พระสงฆ์และกลุ่มประชาชนในพื้นที่ได้เข้าไปทำกิจกรรมบริเวณถ้ำศรีธน และจัดการพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมความอุดมสมบูรณ์ งดงามของถ้ำ และเคารพสัการะพระพุทธรูปตามประเพณี ความเชื่อและความศรัทธา ซึ่งเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์ที่จะสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ มากกว่าเข้าไปบุกรุกหรือทำลายให้เสียหาย ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปีพ.ศ.2560 มาตรา 43 (2) ได้รับรองให้บุคคลและชุมชนมีสิทธิจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน

เวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มารับหนังสือจากกลุ่มประชาชน พร้อมมีการพูดคุย สอบถามรายละเอียดถึงความเป็นมา ความสำคัญของกลุ่มถ้ำน้ำลอด-ถ้ำศรีธน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประชาชนและชุมชนตลอดหลายปีมานี้ หลังจากนั้นจึงได้มีคำสั่งเบื้องต้นให้วัฒนธรรมจังหวัดทำหนังสือถึงกรมศิลปากรเพื่อให้พิจารณาการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณคดี และให้กอ.รมน.จว.หนองบัวลำภู ประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ มาประชุมพูดคุยและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการบุกรุกถ้ำศรีธน เพื่อพิจารณาหาทางออกร่วมกัน ทั้งหมดนี้ให้หน่วยงานดำเนินการให้แล้วเสร็จและรายงานภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ บริเวณถ้ำศรีธนดังกล่าว อยู่ติดกับภูผาฮวก ซึ่งอยู่ในเขตคำขอประทานบัตร เนื้อที่กว่า 175 ไร่ ปัจจุบันกำลังมีการดำเนินกิจการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) และจากการเดินสำรวจแนวเขตเหมืองร่วมกันระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ ปรากฏว่า เขตคำขอประทานบัตรในหมุดที่ 8 ได้รุกล้ำเข้ามาถึงบริเวณกลุ่มถ้ำน้ำลอด-ถ้ำศรีธน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทางด้านโบราณคดี ของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ปรากฏว่าในกลุ่มถ้ำน้ำลอด-ถ้ำศรีธน มีถ้ำเลียงผาและถ้ำหินแตก พบหลักฐานสำคัญทางโบราณคดีซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติ กลุ่มประชาชนในพื้นที่จึงมีความวิตกกังวลว่าการทำเหมืองจะมีผลกระทบต่อแหล่งโบราณคดีในบริเวณดังกล่าวด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์