2 แกนนำสมัชชาคนจนโดยหมายเรียกข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

บุญยืน สุขใหม่ และพิชัย จันทร์ช่วง ถูกหมายเรียกข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ยันชุมนุมต่อเหตุเจรจายังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ในหลายประเด็น หวังพรุ่ง 4 กระทรวงจะมาคุยตามนัด ด้าน ‘เทวัญ’ อยากให้กลับบ้าน อ้างข้อเสนอบางเรื่องติดข้อกฎหมาย

21 ต.ค.2562 เข้าสู่วันที่ 16 ของสมัชชาคนจน ที่ชุมนุมข้างกระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา และเป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังการรัฐประหารปี 2557 เพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลนั้น

วันนี้ (21 ต.ค.62) สมัชชาคนจน ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 11 ในหัวข้อ “เมื่อการแสดงความจริงใจไม่มีผล การกดดันก็ตามมา” โดยระบุว่า ใน 3 วันที่ผ่านมา เราได้แสดงความจริงใจต่อรัฐบาลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว และเราได้รับการตอบรับจากรัฐบาลด้วยดี โดยการนัดหมายให้มีการเจรจาในเช้าวันนี้ แต่เมื่อหลังจากการที่เราได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 10 เรื่องรัฐบาลต้องเปิดการเจรจาอย่างเสมอหน้าอีกครั้งหนึ่ง ปรากฎว่าทางรัฐบาลกลับยกเลิกนัดหมายการเจรจาในช่วงเช้าของวันนี้ และได้เปลี่ยนเวลาการเจรจาไปเป็นช่วงบ่าย ทำให้พวกเรารู้สึกผิดหวังกับท่าทีของรัฐบาลที่ทำให้ดูเสมือนว่าไม่มีความจริงใจและความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา แต่กลับมีเจตนาที่จะยื้อเวลาออกไปเรื่อยๆปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

"ในเมื่อการแสดงความจริงใจของพวกเรา ไม่ได้รับผลตอบรับไปในทางที่ดี เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้อาจจะทำให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางในการสัญจรไปมาในบริเวณนี้ ไม่ได้รับความสะดวกอยู่บ้าง พวกเราต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย และพวกเราขอยืนยันว่าพวกเราต้องการให้รัฐบาลเปิดเจรจาอย่างเสมอหน้ากับพวกเรา แต่รัฐบาลกลับผิดสัญญากับพวกเราเอง ดังนั้นในวันนี้เราจะทำการกดดันจนกว่ารัฐบาลจะเปิดการเจรจาอย่างเสมอหน้ากับพวกเราอีกครั้งหนึ่ง" สมัชชาคนจน ระบุ

จากนั้น เวลา 8.30 น. ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากบริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ มายังหน้าทำเนียบ ด้านถนนราชดำเนิน และอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 11 ดังกล่าว

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ อ่านประกาศหมายเรียก 2 แกนนำผู้ชุมนุม ประกอบด้วย บุญยืน สุขใหม่ และพิชัย จันทร์ช่วง ในข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยให้มาพบในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ที่ สน.ดุสิต 

ผู้สื่อข่าวประชาไท สอบถามไปยัง บุญยืน โดยเขาเล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ผู้ชุมนุมมีการกดดันเรียกร้อง เจ้าหน้าที่จึงเอาหมายเรียกดังกล่าวมาอ่านหน้าพวกตน เนื่องจากเดิมมีการนัดไว้ว่าจะมีการเจรจากัน แต่รัฐบาลกัลบไม่เปิดเจรจา ผู้ชุมนุมจึงออกมากดดันตำรวจจึงเลยเอาหมายนี้มาอ่าน

สำหรับข้อหาที่ตั้งเรื่องขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่นั้น บุญยืน กล่าวว่า ยังไมีทราบแน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร คาดว่าเป็นเรื่องการเข้าประชิดทำเนียบรัฐบาล โดยตอนนี้ต้องรอตรวจสอบว่าเป็นหมายจริงหรือไม่ แต่เท่าที่โทรไปสอบถามที่ สน.ดุสิตนั้น ยืนยันกลับมากับตนว่าเป็นหมายเรียกจริง ตนจึงร้องขอกับทางเจ้าหน้าที่ให้เอาหมายเรียกจริงที่มีการประทับตราของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาให้

หมายเรียกดังกล่าวเป็นหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ดุสิต วันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 9.00 น. 

บุญยืน กล่าวว่า ตนยังยืนยันจะชุมนุมต่อไปเนื่องจากการเจรจายังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ในหลายประเด็น สำหรับวันพรุ่งนี้ตามนัดหมายจะมีการเจรจาอีกครั้งตอนบ่ายโมงที่อาคาร กพ. โดยเสนอให้ เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นประธานเจรจา และเสนอให้ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงาน ให้รัฐมนตรีมีประชุมด้วยเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ แต่ทางเลขาปลัดสำนักนายกฯ ยังไม่ยืนยันว่าจะมาทั้ง 4 กระทรวงหรือไม่ 

‘เทวัญ’ อยากให้กลับบ้าน อ้างข้อเสนอบางเรื่องติดข้อกม.

มติชนออนไลน์ รายงานว่า วันเดียวกัน (21 ต.ค.62) เทวัญ  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มสมัชชาคนจน ถึงการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง กรณี 35 ปัญหา ว่า หลังจากที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงได้เข้ารับฟังปัญหาจากกลุ่มสมัชชาคนจนแล้ว ได้นำไปหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งบางเรื่องได้ข้อสรุปบางเรื่องยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะบางเรื่องเป็นงานนโยบายหรือบางข้อเรียกร้องเป็นการให้ยกเลิกในเรื่องที่ต้องใช้เวลา เช่น แก่งเสือเต้น ที่ยาวนานมากกว่า 14 ปีแล้ว มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ปี 2551 ให้ชะลอการก่อสร้างแต่ผู้ชุมนุมต้องการให้มีมติยกเลิก จึงบอกว่าขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องเป็นผู้ตั้งเรื่องก่อน ทั้งนี้ ในการประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยดีพยายามทำให้ทุกอย่างดีที่สุด

“บางเรื่องได้ข้อสรุป เช่น การขอคืนที่ดินที่กรมชลประทาน เคยซื้อเมื่อครั้งสร้างเขื่อนแล้วคาดว่าน้ำจะท่วมถึง แต่ในเมื่อน้ำไม่ท่วมถึงมานานกว่า 40 ปี แล้วชาวบ้านจึงอยากได้คืน ต้องไปพิจารณาร่วมกันว่า ข้อระเบียบกฎหมายเป็นอย่างไร และยังต้องตรวจสอบสิทธิ์เพื่อรับค่าชดเชย หรือจะขอซื้อคืนจากกรมชลประทานต้องพิจารณาในหลักการก่อน อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการนัดหารืออีกเพื่อให้ได้ข้อสรุปและทางกลุ่มสมัชชาคนจนจะได้กลับบ้าน เพราะมาปักหลักชุมนุมอยู่นานแล้ว ถ้าจะกลับทางกลุ่มได้ให้ผมจัดหารถให้ด้วย เชื่อว่าทุกอย่างจบได้ด้วยการเจรจา กลุ่มสมัชชาคนจนคือประชาชนคนไทย ถ้ารัฐแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เขาได้ ก็ไม่มีใครอยากมานอนอยู่ข้างคลอง" เทวัญ กล่าว

สำหรับประเด็นปัญหาข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจนนั้น ไทยพีบีเอส ได้สรุป 5 กลุ่มปัญหา 37 กรณี ของสมัชชาคนจนที่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ 

5 กลุ่มปัญหา 37 กรณี

สำหรับการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ "สมัชชาคนจน" ยังคงเรียกร้องการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐ จำนวน 5 กลุ่มปัญหา 37 กรณี

1.กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ ที่ราชพัสดุ พื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ ที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ และกรณีผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า

1.1 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ ที่ราชพัสดุ
– ดอนหลักดำ ตำบลบ้านโนน อำเภอซาสูง จังหวัดขอนแก่น
– ตำบลหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
– ดงคัดเค้า ตำบลอุ้มเหม้า อำเภอธาตุพนม และตำบลพุ่มแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
1.2 กรณีปัญหาปัญหาที่ราชพัสดุหนองน้ำขุ่น อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
1.3 กรณีปัญหาผู้เดือดร้อนจากการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน อำเภอปากน้ำโพ อำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์
1.4 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองกุง อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์
1.5 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกภูกระแต บ้านไผ่ล้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
1.6 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์กุดทิง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
1.7 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์บะหนองหล่ม ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ
1.8 กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองเหล็ก ตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์
1.9 กรณีผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า
– กรณีปัญหาป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ (บ้านเก้าบาตร) ตำบลลานางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
1.10 กรณีปัญหาการเตรียมประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ากุดทิง ในที่สาธารณประโยชน์กุดทิง ตำบลโนนสมบูรณ์ ตำบลบึงกาฬ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

2.แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อน ฝาย และอ่างเก็บน้ำ

2.1 แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีปัญหาเขื่อนที่สร้างแล้ว หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง ประกอบด้วย
1) กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร
2) กรณีปัญหาเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี
3) กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี
4) กรณีปัญหาเขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ จ.ร้อยเอ็ด และจ.สุรินทร์
5) กรณีปัญหาเขื่อนหัวนา จ. ศรีสะเกษ
2.2 แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีปัญหาเขื่อนที่ยังไม่สร้าง ประกอบด้วย
1) กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จังหวัดชุมพร
2) กรณีปัญหาเขื่อนแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่

3.แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีปัญหาได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ

3.1 โครงการอุตสาหกรรมบางสะพาน จ.ประจวบคิรีขันธ์
3.2 กรณีปัญหาการเวนคืนที่ดินเพื่อโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน – ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) – ถนนเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

4.แนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร

4.1 กรณีปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำของเครือข่ายชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคิรีขันธ์

5.แนวทางการเจรจาแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน

5.1 ปัญหานายจ้างใช้สิทธิปิดงานเฉพาะสมาชิกสหภาพแรงงานเจนเนอรัลมอเตอร์ส ประเทศไทย
5.2 กรณีปัญหาการเลิกจ้างแกนนำในการก่อตั้งสหภาพแรงงาน ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย จำนวน 9 คน ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
5.3 ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานของบริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
5.4 ปัญหาการตรวจพบสารตะกั่วในเลือดพนักงาน บริษัท ไทยหัวเวย แบตเตอรี่ จำกัด สูงกว่าค่าที่กำหนด
5.5 กรณีบริษัท ไอพีบี จำกัด และบริษัท ไทยโควะพรีซีชั่น จำกัด ร่วมกันชดใช่ค่าเสียหายจากการละเมิด และจากการเลิกจ้าง นางสาววิศัลย์ศยา พุ่มเพชรสา ต้องได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานลูกกลิ้งเฉือนนิ้วกลางข้างขวาข้อที่สองเกือบขาดต้องหยุดพักรักษานานกว่า 20 วัน และนิ้วไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
5.6 กรณีปัญหาปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน
1) กรณีบริษัทซี.ที. ปิโตรแอนด์ทรานส์ จำกัด ปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน
2) กรณีบริษัท พี ดับบลิวเค จิวเวลลี่ จำกัด ปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน จำนวน 653 คน
3) กรณีบริษัทโกบอล เซอร์กิต อีเลคทรอนิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน จำนวน 145 คน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์