เกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งโบลิเวีย ทำไมถึงถูกกล่าวหาว่ามีการโกง?

สื่อองค์กรฝ่ายซ้าย NACLA รายงานผลการเลือกตั้งล่าสุดในโบลิเวีย อีโว โมราเลส ได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งหลังเคยเป็นผู้นำมาแล้ว 3 สมัย แต่ก็มีการกล่าวหาว่า เขาโกงการเลือกตั้ง บรรยากาศทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังสะท้อนความไม่สบายใจที่โมราเลสยังคงยึดกุมอำนาจเอาไว้ได้

เอโว โมราเลส (ซ้าย) และ อัลวาโร การ์เซีย ลิเนร่า ในพิธีฉลองชัยชนะ
(REUTERS/David Mercado)

หลังจากที่โบลิเวียตกอยู่ภายใต้ความวิตกกังวลและการประท้วงเป็นเวลาหลายวัน ในที่สุดผลการเลือกตั้งก็ออกมาว่า อีโว โมราเลส ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเฉียดฉิว โดยที่ในระบบของโบลิเวียนั้นผู้ที่จะชนะการเลือกตั้งได้ต้องมีคะแนนเสียงนำคู่แข่งมากกว่าร้อยละ 10 เป็นอย่างน้อย จากผลการนับคะแนนโมราเลสได้คะแนนเสียงร้อยละ 47.08 เมื่อเทียบกับคาร์ลอส เมซา ที่ได้คะแนนร้อยละ 36.51ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

แม้ว่าโมราเลสเคยอยู่ในตำแหน่งผู้นำโบลิเวียมาแล้วเกือบ 14 ปี แต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งโบลิเวียที่ในตอนแรกมีการขับเคี่ยวอย่างสูสีมาก โดยเมซาสร้างฐานเสียงหลักของตัวเองด้วยการเน้นกล่าวหาว่าโมราเลสไม่เป็นประชาธิปไตย

อย่างไรก็ดี ปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนการนับคะแนน วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมามีผลการนับคะแนนเบื้องต้นแบบที่ยังไม่เสร็จครบถ้วน ทั้งฝ่ายโมราเลสและฝ่ายเมซาก็ประกาศว่า ตัวเองชนะ ในตอนนั้นคะแนนของโมราเลสอยู่ที่ร้อยละ 45 ขณะที่เมซาอยู่ที่ร้อยละ 38 ซึ่งโมราเลสยังต้องการให้คะแนนตัวเองห่างจากคู่แข่งร้อยละ 10 ถึงจะถือว่าชนะอย่างเป็นทางการ ขณะที่เมซาก็บอกว่าพวกเขาหนีไม่พ้นที่จะต้องมีการแข่งขันในรอบตัดสิน แต่โมราเลสกล่าวยืนยันว่าถ้าหากมีการนับคะแนนจนครบแล้วเขาจะเป็นฝ่ายชนะ และคะแนนที่เหลือมาจากแถบชนบทซึ่งเป็นแหล่งฐานเสียงของโมราเลสอยู่แล้ว

พรรคซิติเซนคอมมิวนิตี (CC) เคยประกาศไว้ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีการโกงเกิดขึ้น เบรต กุสตาฟซัน ผู้ช่วยศาตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าวว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการโกงหรือไม่ แต่ฝ่ายต่อต้านก็เตรียมพร้อมจะประท้วงไว้แล้วหากโมราเลสประกาศชัยชนะ

ทั้งนี้ ในช่วงค่ำของวันที่ 20 ต.ค.มีเรื่องน่าสงสัยเกี่ยวกับการนับคะแนนเกิดขึ้น เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งสูงงสุดของโบลิเวียเกิดหยุดนับคะแนนกระทันหันโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ข้อกล่าวหาเรื่องที่ว่าเกิดการโกงการเลือกตั้งเริ่มจะเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ

จากรายงานของผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งระบุว่าในตอนแรกๆ กระบวนการนับคะแนนเป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นส่วนใหญ่และไม่มีหลักฐานเรื่องการโกง แต่หลังจากคืนวันที่ 20 ต.ค. เป็นต้นมาองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศสำหรับทวีปอเมริกาทั้งเหนือและใต้ก็ระบุว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องการปลอมแปลงผลการเลือกตั้งและยืนยันขอให้คณะกรรมการฯ อธิบายว่าเหตุใดถึงมีการระงับการถ่ายทอดผลการนับคะแนน

หลังจากเหตุการณ์ระงับการนับคะแนนผ่านไป 24 ชั่วโมง ทางคณะกรรมการก็ออกมาเปิดเผยผลคะแนนซึ่งระบุว่าโมราเลสมีคะแนนนำสูงกว่าคู่แข่งร้อยละ 10 เพียงเล็กน้อย แต่ทางคณะกรรมการก็ยังคงไม่ได้อธิบายสาเหตุว่าทำไมถึงมีการล่าช้าในผลการนับคะแนนนี้ ทั้งตัวแทนของสหภาพยุโรปและทูตจากหลายแห่งร่วมกับ OAS เรียกร้องให้มีคำอธิบายในเรื่องนี้

ไม่เพียงแค่ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ ในวันที่ 22 ต.ค. รองประธานกรรมการการเลือกตั้ง อันโตนิโอ คอสตาส ก็ประกาศลาออกเพื่อประท้วงการสั่งระงับการนับผลการเลือกตั้งอย่างกระทันหัน โดยวิจารณ์ว่าเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลที่เขาไม่อยากมีส่วนร่วมหรือเห็นดีเห็นงามกับการกระทำนี้

การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ยอมอธิบายถึงสาเหตุที่หยุดนับคะแนนยังส่งผลให้ความไม่เชื่อใจจากประชาชนทวีคูณมากขึ้น มีฝ่ายต่อต้านรัฐบาลประท้วงใน 9 เมืองทั่วประเทศโบลิเวีย มีกลุ่มคนเผาศูนย์นับคะแนนในหลายเมืองเมื่อวันที่ 23 ต.ค. กลุ่มกรรมการพลเมืองทั่วประเทศก็เรียกร้องให้มีการหยุดงานประท้วงอย่างไม่มีกำหนด

ในขณะที่การประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมซาระบุว่า การกระทำของรัฐบาลที่เย้ยหยันเจตจำนงของประชาชนเป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรง มาริอาโน เปเรซ หนึ่งในผู้ประท้วงอายุ 18 ปี จากย่านชนชั้นกลางบอกว่า เธอมาที่นี่เพื่อปกป้องสิทธิในการเลือกตั้งของตัวเอง เธอไม่พอใจที่มีการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งมากถึงร้อยละ 5 ภายในวันเดียว ซึ่งเธอมองว่ามันเป็นการโกงการเลือกตั้ง

สำหรับสื่อในประเทศโบลิเวียแล้ว ถ้าหากว่าผลการเลือกตั้งออกมาเป็นแบบก่อนหน้าที่จะมีการระงับการนับคะแนนชั่วคราว มันก็จะกลายเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในโบลิเวียที่มีรอบตัดสิน นักข่าวอย่าง โฮเซ ราฟาเอล วิลาร์ ระบุในสื่อลาราซอนว่า การโหวตให้เมซานั้นไม่ใช่เป็นการลงคะแนนให้กับตัวเมซาเองเสียทีเดียวแต่ดูเหมือนเป็นการลงคะแนนเพื่อต่อต้านโมราเลสมากกว่า

มีการตั้งข้อสังเกตในการเลือกตั้งครั้งนี้อีกว่า พรรคการเมือง MAS ของโมราเลสสูญเสียคะแนนเสียงไปจำนวนมากเมื่อเทียบกับในตอนที่เขาและพรรคลงเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2552 NACLA ประเมินว่าปัจจัยหนึ่งน่าจะมาจากความรู้สึก "ล้า" ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยได้รู้จักรัฐบาลอื่นเลยนอกจากรัฐบาลโมราเลส อย่างไรก็ตาม ลอรา โคเปติกง คนรุ่นใหม่อายุ 18 ปีรายหนึ่งที่สนับสนุนโมราเลสบอกว่า คนรุ่นมีความเข้าใจนโยบายของฝ่ายซ้ายน้อยเกินไปและอาจได้รับข้อมูลผิดๆ มาจากโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ ต่อให้เมซาชนะการเลือกตั้ง เขาก็อาจต้องเผชิญหน้ากับขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เคยขับไล่เขามาก่อนในปี 2548 ซึ่งกลุ่มนักเคลื่อนไหวเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงหนุนหลังโมราเลส นอกจากนี้นโยบายของเมซาก็มีลักษณะแบบนักสิ่งแวดล้อมที่อาจขัดแย้งกับกลุ่มเกษตรกรโบลิเวียที่มีบทบาททางเศรษฐกิจในการเพาะปลูกถั่วเหลืองและเลี้ยงวัว แต่กิจกรรมทางการเกษตรของผู้คนเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบเลวร้ายต่อสิ่งแวดล้อมและต่อกลุ่มชนพื้นเมือง นอกจากนี้เมซาจะฝ่าฟันอุปสรรคทำให้นโยบายสำเร็จได้ยากเพราะเขาให้สัญญาว่าจะไม่เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจพื้นฐาน

สำหรับอนาคตของพรรค MAS นั้น โมราเลสเป็นผู้ที่ได้รับการชื่นชมในฐานะผู้ที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาใต้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุด มีการขยายโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศ และปัญหาความยากจนก็ลดลงไปครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้โมราเลสยังได้รับการชื่นชมในเรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมแบบไม่กีดกันทางสังคมเพื่อลดปัญหาการเหยียดเชื้อชาติสีผิวกลุ่มชนพื้นเมืองในสังคมโบลิเวีย มีศาตราจารย์ที่เป็นคนพื้นเมืองกล่าวชื่นชมว่าเมื่อโมราเลสได้รับเลือกตั้งเข้ามาก็จะทำให้โลกนี้ดีขึ้นสำหรับชนพื้นเมืองแบบเขา รัฐบาลสมัยโมราเลสยังออกกฎหมายเกี่ยวกับการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง ถึงแม้ว่าโบลิเวียจะยังคงมีปัญหาการฆาตกรรมผู้หญิงสูงมากก็ตาม

อย่างไรก็ตามดีลักษณะการปกครองของโมราเลสมีการนำเอาโครงสร้างแบบเดียวกับที่เป็นพื้นเพสายผู้นำสหภาพแรงงานและสหภาพการเกษตรมาใช้ คือมีการใช้อำนาจจากบนลงล่างแบบที่ชายเป็นใหญ่และเน้นความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ แต่ทว่ากลุ่มรากหญ้าก็มักจะเขี่ยการนำแบบนี้ให้ไปอยู่ข้างทาง

นักกิจกรรมของ MAS ยอมรับว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีคนหน้าใหม่เข้ามาร่วมเป็นผู้นำของพรรค รองหัวหน้าพรรคบอกว่าพวกเขาทำพลาดที่ไม่ได้ฝึกอบรมคนที่จะมาเป็นผู้นำหน้าใหม่ๆ เอาไว้ตั้งแต่แรก

ทั้งนี้ยังมีเรื่องปัญหาท้าทายทางเศรษฐกิจที่โบลิเวียกำลังจะเผชิญจากการที่มีตัวเลขขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น กองทุนสำรองนอกประเทศลดลง มีหนี้สาธารณะมากขึ้น ราคาสินค้าในตลาดโลกยังต่ำ และมีค่าเงินที่แข็งต่อเงินดอลลาร์แบบไม่เป็นไปตามตลาดจริ

เรียบเรียงจาก
Evo Morales Wins Bolivia’s Election, but Fraud Allegations Tarnish the Victory, NACLA, 24-10-2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์