'ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย' เสนอ 4 หลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

28 ต.ค. 2562 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ เลขาธิการคณะกรรมการอำนวยการและประธานคณะกรรมการบริหาร ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Associate for Democratic Constituion) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2562 ได้มีการจัดประชุม เครือข่ายภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย และ ได้มีการเผยแพร่แถลงการณ์ของภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย โดยท่านประธานคณะกรรมการอำนวยการ “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” ได้อ่านแถลงการณ์ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ 
    
“ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” ในฐานะองค์กรประสานงานขององค์กรประชาธิปไตยและเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการและพลังขับเคลื่อนเพื่ออนาคตของประเทศที่ดีกว่าด้วยการทำให้เกิดรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญของประชาชน รวมทั้งผลักดันให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน

โดยที่รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 ซึ่งไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ต้น และยึดรัฐราชการเป็นศูนย์กลางนั้น ทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจทางการเมืองนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจ จนเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างกว้างขวาง จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เกิด “รัฐธรรมนูญที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ในการแก้ปัญหา ด้วยการอาศัย “กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแบบมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวางที่สุด” มาเป็นเครื่องมือ “สร้างการเรียนรู้สำนึกความเป็นพลเมือง” ที่คนไทยทุกหมู่เหล่าจะมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศชาติ ด้วยพลัง “ความรู้-ความรัก-ความสามัคคี” ของปวงชนชาวไทย 

“ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” จึงเสนอหลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนี้ ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

หลักการที่หนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนจากทุกภาคส่วน และเปิดกว้างให้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพทางวิชาการ และเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่

หลักการที่สอง ต้องทำให้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครอง และยุติการสืบทอดอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน 

หลักการที่สาม ต้องทำให้เกิดฉันทามติร่วมกันในสังคมเพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดองสมานฉันท์

หลักการที่สี่ ต้องทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งมั่นคงขึ้นพร้อมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทางด้านต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้  ถกแถลงและปรึกษาหารือกันเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและประเทศดีขึ้น

เพื่อดำเนินการตามหลักการข้างต้น ภาคีฯ จะร่วมกันจัดเวทีถกแถลงเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจว่า ทำไมจึงกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ยึดรัฐราชการเป็นศูนย์กลาง จึงไม่อาจแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้ ขณะที่ “รัฐธรรมนูญที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” จะเป็นทางออกของการแก้ปัญหาประเทศชาติและประชาชนที่ดีกว่า โดยภาคีฯ จะจัดให้มีคณะกรรมการอำนวยการทำหน้าที่ประสานงานเพื่อดำเนินการและจัดกิจกรรมโดยมีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเป็นจุดหมาย

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวอีกว่าในการประชุมครั้งนี้ ทางที่ประชุมได้การจัดโครงสร้างองค์กรเป็น 3 ระดับ คือ คณะกรรมการอำนวยการ “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” โดยมี ดร. โคทม อารียา เป็นประธาน คณะกรรมการบริหาร “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย โดยมี ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นประธาน และ ดร.เอกพันธ์ บัณฑวณิช เป็นเลขาธิการ  และมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อมาดูแลกิจการและโครงการรณรงค์ในแต่ละกิจกรรมเพิ่มเติมต่อไป  

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหาร “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” กล่าวอีกว่า ทางภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญได้นำเสนอเพื่อให้มีการจัดตั้งเวทีการถกแถลงแห่งชาติเพื่อรัฐธรรมนูญของทุกคนในรูปแบบเดียวกับ ส.ส.ร. ปี 2540 โดยเวทีการถกแถลงแห่งชาติ มีหน้าที่ ให้มีการถกแถลงถึงประเด็นและวิธีการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของเป็นศูนย์กลางรับฟังความคิดเห็นถึงประเด็นและวิธีการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ร. และ สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในการแก้ไขและร่างรัฐธรรมนูญต่อไป กระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเป็นโอกาสของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เสริมสร้างประชาธิปไตยพื้นฐานให้เข้มแข็งมั่นคง 

หากทุกภาคส่วนช่วยกันทำให้เกิดประชาธิปไตยแบบถกแถลง (Deliberative Democracy) ที่แสวงหาความเห็นพ้องมากกว่าจะมุ่งตัดสินด้วยเสียงข้างมากที่มีการยกเหตุผลมาสนับสนุนหรือหักล้างข้อเสนอหรือญัตติ ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Associate for Democratic Constitution) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรประชาธิปไตยต่างๆ ประสงค์ให้กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่มีลักษณะรวมทุกฝ่าย (Inclusive) แทนที่จะเป็นฝักเป็นฝ่าย (Partisan) ให้เป็นการถกแถลงโดยใช้ข้อมูลและเหตุผล และประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้อย่างกว้างขวาง

จะมีการณรงค์ควบคู่กันไปที่จะให้แก้มาตรา 256 ด้วยเพื่อให้เปิดช่องในการแก้ไข รธน.ได้ เพราะ รธน. ฉบับปี 2560 นั้นกำหนดให้มีการแก้ไขยากมาก และยังจะมีการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อประชาธิปไตย ในวัน รธน.ที่ 10 ธ.ค.นี้ด้วย โดยทั้งหมดจะเป็นการหารือในรายละเอียดกับประธานสภาฯ ต่อไป ซึ่งกิจกรรมเดิน-วิ่งนั้นยังเป็นการจัดหาทุนเพื่อทำกิจกรรมการเมืองด้วย โดยช่วงแรกของการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งนี้จะใช้พื้นที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตยโดยเราตั้งเป้าไว้ว่าจะทำโครงการเดินวิ่งให้ได้ทั่วทั้งประเทศในลักษณะการส่งมอบภารกิจต่อกันเป็นทอดๆ เพราะการสร้างประชาธิปไตยต้องอาศัยประชาชนจำนวนมาก 

อย่างไรก็ดีแนวทางของเราคือร่วมกันกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดการปรองดองสมานฉันท์ ประเทศชาติสงบสุข ทำให้ปัญหาปากท้องประชาชนดีขึ้น ทั้งนี้ในที่ประชุมวันนี้ก็ยังเห็นว่าจะเสนอประธานรัฐสภาให้มี "เวทีถกแถลงแห่งชาติเพื่อรัฐธรรมนูญของทุกคน" เป็นแนวทางคล้ายกับการ ส.ส.ร.ปี 2540  แล้วจะทำให้ขอบเขตการรับฟังการแก้ไข รธน.กว้างขวางทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงโครงสร้าง คณะกรรมการดำเนินการเวทีถกแถลงแห่งชาติเพื่อรัฐธรรมนูญของทุกคนเพื่อแก้ รธน.ว่าจะมีตัวแทนจากภาคประชาชนจังหวัดละ 1 คน 77 จังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดสรรหากันเอง 5 คนแล้วให้สภาผู้แทนราษฎรคัดเลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน

ส่วนที่ 2 คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการต่างๆ ก็จะเสนอไว้ที่ 15-20 คน โดยเป็นการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ส่วนที่ 3 ให้มีตัวแทนขององค์กรภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ อีกประมาณ 10-15 คนและมีผู้แทนจาก ส.ส. 10 คน จาก ส.ว. 5 คน โดยโครงสร้างส่วนนี้จะเรียกว่า "คณะกรรมการดำเนินการเวทีถกแถลงแห่งชาติเพื่อรัฐธรรมนูญของทุกคน" คณะกรรมการชุดนี้จะระดมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ก่อนจะนำมาสู่การจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อแก้ไข รธน.ให้เป็นประชาธิปไตย และต่อไปจะไม่มีการฉีก รธน.อีก เพราะ รธน.ฉบับนี้จะมาจากประชาชนจริงๆ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์