พบการหลอกลวงทางอีเมล สร้างความเสียหายแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท

เผยสถิติอาชญากรรมคอมพิวเตอร์เรียงลำดับตามมูลค่าความเสียหายที่มีการแจ้งศูนย์รับข้อร้องเรียนทางอินเตอร์เน็ต โดยการหลอกลวงเป็นผู้รับเงินทางอีเมล มีมูลค่าความเสียหายมาเป็นลำดับที่ 1 อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท รองลงมาคือการหลอกลวงแบบโรมานซ์สแกม (พิศวาสอาชญากรรม หรือภัยแฝงที่มาจากการพบรักในโลกออนไลน์) มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 6,000 ล้านบาท


ที่มาภาพประกอบ: Data Security Breach (CC BY 2.0)

9 พ.ย. 2562 เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวทีสัมมนาวิชาการ “จับตาอาชญากรรมไซเบอร์ (Cyber Crime) ...ภัยคุกคามยุคดิจิทัล” 2562 ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม 2โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เพื่อให้ข้อมูลจากงานวิจัยที่ใช้พัฒนางานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ของประเทศ

รองศาสตราจารย์ พ.ต.อ.ดร.ประพันธ์ สหพัฒนา หัวหน้าโครงการวิจัย มาตรการและกลไกในการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เผยสถิติอาชญากรรมคอมพิวเตอร์เรียงลำดับตามมูลค่าความเสียหายที่มีการแจ้งศูนย์รับข้อร้องเรียนทางอินเตอร์เน็ต โดยการหลอกลวงเป็นผู้รับเงินทางอีเมล มีมูลค่าความเสียหายมาเป็นลำดับที่ 1 อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท รองลงมาคือการหลอกลวงแบบโรมานซ์สแกม (พิศวาสอาชญากรรม หรือภัยแฝงที่มาจากการพบรักในโลกออนไลน์) มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 6,000 ล้านบาท และลำดับที่ 3 คือ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 4,000 ล้านบาท รวมทั้งยังได้กล่าวถึงรูปแบบการหลอกลวง ซึ่งมี 2 ประเภท คือ การหลอกลวงแบบพื้นฐาน เช่น การหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้อื่น และการหลอกลวงแบบซับซ้อน เช่น การขายบัตรคอนเสิร์ต การเจาะระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เป็นต้นปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) พล.ต.ท.ดร.ณรงค์ กุลนิเทศ หัวหน้าโครงการการพัฒนาหน่วยงานตำรวจที่ปฏิบัติงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังขาดองค์ความรู้ ซึ่งต้องมีการปรับปรุงและได้รับการอบรมทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว ในเรื่องของความรู้ เครื่องมือการปฏิบัติงาน และประสบการณ์ นอกจากนี้หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามฯ จะต้องมีการปรับโครงสร้างหน่วยงาน เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องอำนาจหน้าที่ การปฏิบัติงานที่มีความซ้ำซ้อน โดยขยายโครงสร้างกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นศูนย์ภูมิภาคต่างๆ

สุดท้ายนี้ พล.ต.ท.ดร.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ผู้ประสานงานชุดโครงการ ตัวแทนหน่วยงานตำรวจ ได้ย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลและอย่าหลงเชื่อโฆษณาเชิญชวน เพื่อลดการสูญเสียทรัพย์สิน 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์