อดีตอธิบดี InvestHK เสนอทุกฝ่ายปลดล็อกความรุนแรงจากเหตุชุมนุมฮ่องกง

ไมค์ เราซ์ อดีตอธิบดี InvestHK ของฮ่องกง เสนอว่าสถานการณ์ฮ่องกงปัจจุบันมีความรุนแรงในระดับที่เสี่ยงต่อชีวิตจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายผู้ชุมนุม แต่ทว่าการจะให้กองทัพจีนเข้ามาจัดการไม่ใช่ทางออกที่ดี เขาเสนอว่าควรจะปลดล็อกความตึงเครียดด้วยการทำตามหนึ่งในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมนั่นคือการตั้งหน่วยงานสืบสวนความรุนแรงจากทุกฝ่าย ขอให้ฝ่ายผู้ชุมนุมลดระดับความรุนแรง และให้ฝ่ายตำรวจที่มีภาพลักษณ์แย่ในสายตาประชาชนกลับไปฝึกยุทธวิธีควบคุมการชุมนุม ส่วนเหตุปะทะล่าสุดที่มหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคฮ่องกง จนถึงเช้าวันที่ 19 พ.ย. ผู้ชุมนุมถูกควบคุมแล้ว 400 ราย มีผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล 116 ราย ขณะที่นับตั้งแต่การชุมนุมเดือนมิถุนายนมีผู้ชุมนุมถูกจับกุมแล้ว 4,500 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคฮ่องกง เมื่อ 18 พ.ย. (ที่มา: Wikipedia/VOA)

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ไมค์ เราซ์ อดีตอธิบดีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน InvestHK แฟ้มภาพเมื่อเดือนมกราคมปี 2005 (ที่มา: info.gov.hk/)

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เว็บไซต์เซาธ์ไชนามอร์นิงโพสต์ (SCMP) ลงบทความของไมค์ เราซ์ ชาวอังกฤษที่ปัจจุบันถือสัญชาติจีนและอาศัยอยู่ในฮ่องกงมาเป็นเวลา 45 ปี โดยเคยทำงานในหน่วยงานของรัฐบาลฮ่องกงตั้งแต่สมัยอาณานิคมจนถึงยุคเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขาได้เขียนถึงเหตุประท้วงในฮ่องกงที่สถานการณ์ยกระดับขึ้น โดยระบุถึงเรื่องที่มีความรุนแรงทั้งจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ทางการและความรุนแรงจากฝ่ายผู้ชุมนุมบางส่วน

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราซ์จะระบุว่าควรจะมีมาตรการอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะทำให้ฮ่องกงกลับสู่ความสงบและทำให้ชีวิตมีตวามปลอดภัย แต่เขาก็ไม่ได้สนับสนุนให้มีการปราบปรามการชุมนุมแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามเขาระบุว่าควรเริ่มจากการลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ด้วยการให้รัฐบาลทำตามหนึ่งในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม

เราซ์ ซึ่งเคยทำงานในหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันหรือ ICAC สมัยรัฐบาลอาณานิคม และเคยเป็นอธิบดีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนหรือ InvestHK ในยุคเขตบริหารพิเศษฮ่องกงระหว่างปี 2001 จนถึงปี 2008 ได้เสนอว่า รัฐบาลฮ่องกงควรจะประกาศให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างอิสระภายในปีหน้า คณะกรรมการนี้จะทำหน้าที่ไต่สวนความรุนแรงจากทุกฝ่าย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่จะมีกระบวนการปฏิรูปทางการเมือง เราซ์บอกว่าพวกเขาไม่ควรมองว่าเรื่องการประกาศจัดตั้งคณะกรรมการนี้เป็นเรื่องการแสดงให้เห็นความอ่อนแอในแง่ที่เป็นการทำตามหนึ่งในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพราะการจัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนนี้ถือเป็นความถูกต้องไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ

นอกจากนี้เราซ์ยังเสนอให้ตำรวจมีการนำที่ดีกว่านี้และพัฒนาการด้านยุทธวิธีที่ใช้ในการควบคุมการชุมนุม ตำรวจควรจะพิจารณาตัวเองว่าทำไมผู้คนทั่วไปถึงมองว่าพวกเขาเป็นศัตรูและพร้อมที่จะโห่ไล่

ทั้งนี้เราซ์ยังมีข้อเสนอต่อฝ่ายผู้ชุมนุมซึ่งถูกมองว่าก่อเหตุรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยระบุว่าผู้ชุมนุมเองก็ควรจะลดระดับความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงต่อคนทั่วไปหรือความรุนแรงต่อตำรวจ นอกจากนี้ยังไม่ควรทำให้การประท้วงกลายเป็นการขับไล่เพื่อนชาวจีนด้วยกันออกจากพื้นที่ๆ เป็นศูนย์กลางการเงินนานาชาติ การกระทำในเชิงแบ่งแยกอย่างหลังนี้จะกลายเป็นภัยตัวตัวเองและไม่ได้ให้ผลประโยชน์ใดๆ

"กองกำลังตำรวจไม่สามารถคืนความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายได้ด้วยตัวเองฝ่ายเดียว พวกเขายังต้องการการสนับสนุนจากพลเมืองและในสภาพการณ์ปัจจุบันนี้พวกเขาต้องการแรงขับดันสนับสนุนบางส่วน" เราซ์ระบุในบทความ

อย่างไรก็ตามเขาต่อต้านไม่ให้มีการวางกำลังหนักๆ อย่างกองทัพจีนหรือกองกำลังติดอาวุธตำรวจของจีนในดินแดนฮ่องกงโดยบอกว่าถ้าทำเช่นนั้นจะถือเป็นเรื่องไร้สติ ในทางตรงกันข้ามเราซ์เสนอให้มีการขอเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์จากอังกฤษหรือสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาไม่กี่เดือนเพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี้ หรือถ้าหากเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ในเชิงอธิปไตยก็ควรจะอาศัยบริษัทผู้รับเหมานานาชาติที่มีประสบการณ์ในการควบคุมสถานการณ์ แทนที่รัฐบาลจะไม่ทำอะไรกับเหตุการณ์เลย

สถานการณ์ปิดล้อมมหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคฮ่องกงจนถึงเช้าตรู่ 19 พ.ย.

ส่วนสถานการณ์ล่าสุดที่ตำรวจปราบจลาจลฮ่องกงพยายามปิดล้อมมหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคฮ่องกง เพื่อควบคุมสถานการณ์ที่ผู้ชุมนุมยึดวิทยาลัยและใช้เป็นฐานการเคลื่อนไหว โดยเจ้าหน้าที่พยายามเข้าปิดล้อมมหาวิทยาลัยและพยายามบุกเข้าไปตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน แต่ก็ถูกต่อต้านอย่างหนักจากผู้ชุมนุม

โดยสถานการณ์เมื่อจันทร์นี้ (18 พ.ย.) เติ้งจินกวง อธิการบดีของมหาวิทยาลัยกล่าวว่าตำรวจเห็นด้วยที่จะหยุดใช้กำลังชั่วคราว โดยเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมออกจากมหาวิทยาลัยอย่างสงบและมอบตัว โดยเขารับประกันว่าตำรวจจะไม่ใช้กำลัง ถ้าผู้ชุมนุมไม่เริ่มใช้กำลัง และเขาจะไปสถานีตำรวจด้วยเพื่อให้ความมั่นใจว่าการดำเนินคดีจะเป็นไปด้วยกระบวนการที่ยุติธรรม และผู้ชุมนุมที่เป็นนักศึกษาของสถาบันก็จะมีที่ปรึกษา (ชมคลิป) อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ชุมนุมพยายามออกจากมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มใหญ่กลับต้องเจอแก๊สน้ำตาและกระสุนยางจากตำรวจ พวกเขาต้องล่าถอยเข้าไปในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ทำให้รอบมหาวิทยาลัยถูกปิดตายโดยกำลังของตำรวจปราบจลาจล

ในการแถลงข่าวผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคฮ่องกง โอแวน ลี ระบุว่าตำรวจไม่ยอมให้ผู้ชุมนุมออกจากมหาวิทยาลัย ในขณะที่เดเรก หลิว ประธานสหภาพนักศึกษาของสถาบันดังกล่าววิจารณ์ตำรวจว่าใช้กำลังเกินเหตุในการป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมหลบหนี โดยระบุว่าสหภาพนักศึกษาไม่ต้องการให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเทียนอันเหมิน

โดยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (18 พ.ย.) มีผู้ชุมนุมภายนอกรวมตัวกันในย่านจอร์แดนและจิมซาจุ่ยพยายามที่จะฝ่าด่านของตำรวจเพื่อเข้าไปช่วยผู้ชุมนุมภายใน แต่ก็ถูกตอบโต้จากตำรวจ

SCMP ระบุว่า มีนักเคลื่อนไหวที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 40 คน ได้รับอนุญาตจากตำรวจให้ออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อรับการรักษาได้ แต่จะถูกดำเนินคดีภายหลัง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่าผู้ชุมนุมหลายสิบราย อาศัยความมืดใช้เชือกโรยตัวจากสะพานลอยลงไปที่ถนนหลัก และได้รับความช่วยเหลือให้หนีด้วยมอเตอร์ไซค์

เหตุปะทะนับตั้งแต่ช่วงเย็นวันอาทิตย์จนถึงช่วงเข้าสู่วันใหม่ของวันที่ 19 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงควบคุมตัวผู้ชุมนุมแล้ว 400 ราย และจนถึงเวลา 22.00 น. วันที่ 18 พ.ย. มีผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 116 ราย ขณะที่มีนับตั้งแต่เกิดการชุมนุมขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมถูกจับกุมแล้วมากกว่า 4,500 ราย

เรียบเรียงจาก

Hong Kong in crisis: protest violence is wrong but government inaction is worse, South China Morning Post, 17-11-2019

Hong Kong police enter PolyU campus following day-long battle, as officers fire live warning shots nearby, HKFP, 18 November 2019

Hong Kong protests: university campus stand-off between radicals and riot squad shows no sign of ending as thousands hit streets in bid to relieve police siege, South China Morning Post, 19-11-2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์