ยกฟ้อง 'พานทองแท้' คดีฟอกเงินกรุงไทย เหตุพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนัก

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษายกฟ้อง 'พานทองแท้' คดีฟอกเงินกรุงไทย หลังศาลพิเคราะห์แล้วพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์มีน้ำหนักไม่มากพอจะรับฟังได้

ที่มาภาพ เพจ Banrasdr Photo

25 พ.ย.2562 วันนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้อง พานทองแท้ ชินวัตร ไม่ผิดฐานฟอกในคดีฟอกเงิน จากการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน ให้เครือกฤษดามหานคร เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยได้รู้ที่มาของเงินจำนวน 10 ล้านบาทที่วิชัย กฤษดาธานนท์ โอนเข้าบัญชีว่าวิชัยได้มาจากการกระทำผิดทุจริตการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ซึ่งขณะที่รับโอนเงิน จำเลยมีอายุเพียง 26 ปีและขณะนั้นมีเงินรายได้จากหุ้นในบริษัทอยู่แล้วถึง 4,000 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับเงิน 10 ล้านบาทแล้วคิดเป็น 0.0025% จากยอดเงินดังกล่าว ขณะที่โจทก์นำสืบได้เพียงว่าขณะที่รับโอนหุ้นพานทองแท้เป็นบุตรชายของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และมีความสนิทสนมกับครอบครัวของวิชัยเพียงเท่านั้น

 

โดยวันนี้ พานทองแท้ เดินทางมาถึงศาลฯ พร้อมกับครอบครัว

สำหรับคดีนี้อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พานทองแท้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับที่ 5 พ.ศ. 2558 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91 จากการที่ พานทองแท้ รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทที่มาจากการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับเครือกฤษดามหานครเข้าบัญชี 

ซึ่งต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาคดีทุจริตปล่อยกู้จนถึงที่สุดและมีจำเลยถูกพิพากษาจำคุกหลายราย ส่วนคดีนี้ พานทองแท้ ให้การปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ได้ทำความผิดตามฟ้อง พร้อมชี้แจงว่า เงิน 10 ล้านบาท ที่ได้รับโอนเข้าบัญชีนั้นมาจากการร่วมลงทุนธุรกิจรถซูเปอร์คาร์  

ภายหลังศาลอ่านคำพิพากยกฟ้อง พานทองแท้ โดยศาล พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ ยังมีน้ำหนักไม่มากพอที่จะรับฟังได้ว่านายพานทองแท้รู้เห็นว่าเงินจำนวน 10 ล้านบาทที่ได้รับโอนมาจาก รัชฎา เป็นเงินที่มาจากการกระทำความผิดในคดีการปล่อยกู้ 

ขณะที่การเบิกถอนของ พานทองแท้ หลังจากที่ได้รับเงินมา มีการเบิกถอนอยู่ที่ 5,000 - 20,000 บาท รวม 11 ครั้งซึ่งไม่เป็นพิรุธสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีลักษณะเป็นการอำพรางแหล่งที่มา และระหว่างที่จำเลยได้รับเช็คมานั้นอยู่ระหว่างอายุ 26 ปี เพิ่งจบการศึกษาแต่มีทรัพย์สินมากกว่า 4,000 ล้านบาท เงินจำนวน 10 ล้านบาทที่ได้มาเทียบแล้วเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ ร้อยละ 0.0025 เท่านั้น

ที่มา : วอยส์ออนไลน์ และ Banrasdr Photo

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์