ซูเปอร์โพลระบุคนสูงอายุหนุนรัฐบาลมากที่สุด Gen Z น้อยที่สุด-คน ตจว. หนุนรัฐบาลมากกว่าคน กทม.

ซูเปอร์โพลเผยสำรวจแนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชน เม.ย.-พ.ย. 2562 พบกลุ่มคนสูงอายุ 28.6% เป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลมากที่สุด ขณะที่กลุ่ม Gen Z 17.9% เป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลน้อยสุด คนต่างจังหวัดสนับสนุนมากกว่ากลุ่มคนกรุงเทพฯ 29.1% ต่อ 22.0% คนรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท สนับสนุนรัฐบาลมากกว่าไม่สนับสนุนที่ 28.3% ต่อ 25.8% ด้าน 'สวนดุสิตโพล' เผยผลสำรวจจากประชาชน ให้คะแนนผลงานนายกรัฐมนตรี-การแก้ปัญหาความยากจนเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง แนวโน้มจุดยืนการเมืองประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ  จำนวน 1,098 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-30 พฤศจิกายน 2562 พบว่า แนวโน้มฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลเริ่มสูงขึ้น หลังจากตกต่ำลงตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้งเป็นต้นมา คือ ร้อยละ 23.3 ในเดือนเมษายน  ร้อยละ 10.1 ในเดือนกรกฎาคม ร้อยละ 17.1 ในเดือนกันยายน ร้อยละ 14.1 ในเดือนตุลาคม และขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 25.6 ในเดือนพฤศจิกายน โดยสาเหตุหลักมาจากมาตรการชิม ช้อป ใช้ และมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลในการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ของประชาชน

ที่น่าพิจารณา คือ จำนวนของผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลลดลง จากร้อยละ 42.2 ในเดือนตุลาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 25.4  ในการสำรวจล่าสุดเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังเงียบยังคงเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในทุกช่วงเวลาของการวัด คือ ร้อยละ 56.1 ในเดือนเมษายน ร้อยละ 55.5 ในเดือนกรกฎาคม ร้อยละ 46.0 ในเดือนกันยายน  ร้อยละ 43.7 ในเดือนตุลาคม และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 49.0 ในเดือนพฤศจิกายนปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกออกตามกลุ่มช่วงอายุ หรือ Generation ต่าง ๆ พบว่า กลุ่มคนสูงอายุ หรือ Gen Baby Boom+ เป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลมากที่สุด คือ ร้อยละ 28.6  ขณะที่กลุ่ม Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลน้อยสุด คือ ร้อยละ 17.9 อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ กลุ่ม Gen Y ที่สนับสนุนรัฐบาลมีสัดส่วนสูงกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลคือ ร้อยละ 26.8 ต่อร้อยละ 22.6 ในขณะที่ กลุ่ม Gen X กลับมีกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมากกว่า คือ ร้อยละ 28.0 ต่อร้อยละ 23.9

นอกจากนี้ เป็นที่น่าพิจารณา กลุ่มคนรายได้น้อย คือ รายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน มีฐานสนับสนุนรัฐบาลมากกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลคือ ร้อยละ 28.3 ต่อร้อยละ 25.8 และกลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่อัตราเงินเดือนช่วง 10,001-15,000 บาท ร้อยละ 36.1 ที่สนับสนุนรัฐบาลมากกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีอยู่ร้อยละ 27.2 และเป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มคนรายได้สูงตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไปมีสัดส่วนของคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมากกว่ากลุ่มสนับสนุน คือ ร้อยละ 31.1 ต่อร้อยละ 14.8

ส่วนกลุ่มคนต่างจังหวัดเริ่มสนับสนุนรัฐบาลมากกว่ากลุ่มคนกรุงเทพฯ คือ ร้อยละ 29.1 ต่อร้อยละ 22.0 ในขณะที่กลุ่มคนกรุงเทพฯ ร้อยละ 28.3 ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีสัดส่วนมากกว่าคนต่างจังหวัดที่มีอยู่ร้อยละ 22.4

'สวนดุสิตโพล' เผยผลสำรวจจากประชาชน ให้คะแนนผลงานนายกรัฐมนตรี-การแก้ปัญหาความยากจนเพิ่มขึ้น

1 ธ.ค. 2562 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,469 คน ระหว่างวันที่ 23-30 พ.ย. 2562 เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย เดือนพ.ย.2562” โดยมีตัวชี้วัดรวม 25 ประเด็น เพื่อสะท้อนว่าการเมืองไทย ดีขึ้น แย่ลง หรือเหมือนเดิม โดยมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าภาพรวมความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อดัชนีการเมืองไทย เดือน พ.ย. 2562 คะแนนเต็ม 10 ได้ 3.94 คะแนน ซึ่งลดลงจากเดือน ต.ค.ที่ได้ 4.09 คะแนน ทั้งนี้พบว่า การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน ได้ 5.22 คะแนน ลดลงจากเดือน ต.ค.ที่ได้ 5.67 คะแนน

ส่วนข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆให้ประชาชนได้รับรู้ ได้ 4.88 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค.ที่ได้ 5 คะแนน จริยธรรม /วัฒนธรรมของคนในชาติ ได้ 4.7 คะแนน ลดลงจากเดือน ต.ค.ที่ได้ 4.97 คะแนน ความสามัคคีของคนในชาติ ได้ 4.5 คะแนน ลดลงจากเดือน ต.ค. ที่ได้ 4.77 คะแนน การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม ได้ 4.33 คะแนน ลดลงจากเดือน ต.ค.ที่ได้ 4.57 คะแนน ผลงานของรัฐบาล ได้ 4.3 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.79 คะแนน การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน ได้ 4.28 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 4.64 คะแนน การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ ได้ 4.27 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.69 คะแนน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้ 4.18 คะแนน ลดลงจากเดือน ต.ค. ที่ได้ 4.43 คะแนน

ผลงานของนายกรัฐมนตรี ได้ 4.10 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. ที่ได้ 3.83 คะแนน การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ได้ 4.08 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค.ที่ได้ 4.32 คะแนน สภาพของสังคมโดยรวม ได้ 4.03 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 4.24 คะแนน ความมั่นคงของประเทศ /การก่อการร้าย ได้ 3.99 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค.ที่ได้ 4.36 คะแนน การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล ได้ 3.72 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 4.05คะแนน การปฏิบัติตนของนักการเมือง /ความสามัคคีของนักการเมือง ได้ 3.66 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.83 คะแนน ความเป็นอยู่ของประชาชน ได้ 3.55 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.72 คะแนน การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรอิสระ ได้ 3.47 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.97 คะแนน การแก้ปัญหายาเสพติด ได้ 3.44คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.58คะแนน

ส่วนการแก้ปัญหาความยากจน ได้ 3.41 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.12 คะแนน การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ได้ 3.40 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.48 คะแนน การแก้ปัญหาต่างๆของรัฐบาลในภาพรวม ได้ 3.39 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.73 คะแนน ค่าครองชีพ /เงินเดือน /ค่าจ้าง /สวัสดิการ ได้ 3.35 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.67คะแนน สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม ได้ 3.34 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.54 คะแนน การแก้ปัญหาการว่างงาน ได้ 3.31 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.44คะแนน และราคาสินค้า ได้ 3.24 คะแนน ลดลงจากเดือนต.ค. ที่ได้ 3.48 คะแนน

เมื่อถามถึง ข้อเสนอแนะทางด้านการเมือง ณ วันนี้ พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 39.76 ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง อันดับ 2 ร้อยละ 30.38 นักการเมืองควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม อันดับ 3 ร้อยละ 19.27 อยากให้การประชุมสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อันดับ 4 ร้อยละ 16.57 ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง หันมาดูแลประชาชน และ อันดับ 5 ร้อยละ 11.51 นำความรู้ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์