'ธนาธร' บรรยาย 'ชำแหละงบกลาโหม' แนะเปิดประมูลสัมปทาน 'มวย-ม้า' โปร่งใส

'ธนาธร' บรรยายพิเศษ 'ชำแหละงบประมาณกระทรวงกลาโหม' ระบุ 'ลับ-ลวง-พราง เพียบ' แนะเปิดประมูลสัมปทาน 'มวย-ม้า' ให้โปร่งใส เป็นงง 'ผบ.ท.บ.' บอกไม่มีปฏิบัติการ IO แต่เอกสารระบุว่ามีชัดๆ - ซูเปอร์โพลเผยคน 61.4% ชี้จำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร - 'พงศกร' อยากให้คนที่คัดค้าน พ.ร.บ.รับราชการทหาร ได้อ่านรายละเอียดก่อน - 'พรรณิการ์' ยืนยัน ส.ส. กทม. ไม่ลาออกเพื่อเปิดทางให้ 'ธนาธร' เลือกตั้งซ่อมแน่นอน ไม่มีนโยบายการพลีชีพ ส.ส.

1 ธ.ค. 2562 มติชนออนไลน์ รายงานว่าเมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างบรรยายพิเศษ “ชำแหละงบประมาณกระทรวงกลาโหม” ว่างบรายจ่ายภาพรวมของปี 2563 มีทั้งหมด 3.2 ล้านล้านบาท โดย 2.7 ล้านล้านบาท มาจากรายได้ของรัฐ อีก 500,000 ล้านบาทที่เหลือมาจากเงินกู้ตามที่รัฐบาลตั้งงบขาดดุลไว้ ซึ่งในจำนวนทั้งหมด กระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นงบ 220,000 ล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้เราสามารถตรวจสอบได้ แต่มีเงินอีกส่วน ที่เป็นเงินนอกงบประมาณ ที่สำนักงานงบประมาณประจำสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำตัวเลขในส่วนนี้มาให้ดู ซึ่งเป็นส่วนที่กมธ.งบฯ ไม่สามารถสั่งตัดได้ และไม่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งจ่าย หรือ จะนำไปใช้อย่างไร โดยปี 2561 เงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหม คือ 18,657 ล้านบาท ซึ่งสามารถสร้างรถไฟจากนครปฐมไปประจวบคีรีขันธ์ สามารถนำมาทำสวัสดิการพื้นฐานของประเทศให้ดีขึ้น โดยสามารถให้เด็กทุกคนเดือนละ 300 บาท ต่อเดือน ถ้วนหน้า พอตนพูดไป กองทัพก็ออกมาชี้แจงว่าต้องใช้โน้นนี่ทันที

นายธนาธร กล่าวว่าอย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญคือความโปร่งใสตรวจสอบได้ เราไม่ได้บอกว่าการนำไปใช้ในเรื่องอะไรมันผิด แต่สิ่งสำคัญคือต้องโปร่งใสทั้งขารับ และขาจ่าย ซึ่งจนถึงตอนนี้ไม่มีใครมองเห็น แม้แต่ ส.ส.เอง เงินนอกงบของกระทรวงอื่นเราเห็นมากกว่านี้ ขอดูได้ แต่ของกระทรวงกลาโหมนั้นต่างไป เนื่องจากมีกฎหมายเปิดช่องเอาไว้ ได้แก่ พรบ วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 มาตรา 61(3) กำหนดว่า งบทั้งหมดต้องทำตามข้อกฎหมายกำหนด เว้นแต่ มีกฎหมายเขียนไว้เป็นอย่างอื่นหรือ ได้ทำมีข้อตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นอย่างอื่น ซึ่งในส่วนนี้เปิดช่องให้ให้มีสิทธิพิเศษกับกระทรวงการคลัง ซึ่งก็มีแต่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงเดียวที่มีข้อตกลงพิเศษตามระเบียบที่เปิดช่องไว้ นอกจากนี้ ในส่วนของข้อบังคับกลาโหมว่าด้วยการเงิน การคลัง พ.ศ.2555 ระบุไว้ว่า ให้แบ่งเงินนอกงบประมาณเป็น 2 ประเภท โดยเฉพาะประเภทที่ 2 ระบุว่า ถ้าระบบัญชีที่ใช้กันทั่วไปไม่เหมาะสม ให้ปรับระบบบัญชีและระบบตรวจสอบเองได้ด้วยปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

"คำถามคือทำไมความสงสัยของประชาชนที่ว่าทำไมนายพลในประเทศนี้ถึงมีทรัพย์สินมหาศาล ในส่วนของ สนช. 250 คน มีนายพลถึง 81 คน นายพลที่มีทรัพย์สินมากที่สุดมีกว่า 800 ล้านบาท เฉลี่ยทั้ง 81 คน มีเฉลี่ยคนละประมาณ 80 ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสงสัยว่า ทรัพย์สินมากมายเหล่านี้ กับ เงินนอกงบประมาณ มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ทั้งนี้ จากที่ผมได้ถามไปตอนที่ยังไม่ลาออกจากกมธ. ตามที่ทุกคนทราบ ตอนนี้ 4 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เอกสาร คำตอบแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งที่น่าสังเกตุคือ เราจะได้เอกสารคำตอบที่ขอไปเมื่อไร ก็ต้องลองดูกันว่าเราจะได้เห็นข้อมูลนี้หรือไม่" นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวอีกว่าขณะเดียวกันสนามมวยลุมพินีและสนามม้าอัศวราชสีมา ที่ จ.นครราชสีมา ก็ยังคงมีข้อสงสัยว่า หน่วยงานเหล่านี้ขึ้นตรงกับ บุคคลหรือนิติบุคคลใดกันแน่ เช่นเดียวกับกรณีการพนัน ซึ่งในสนามมวยมีการพนันหรือไม่ไม่มีใครรู้ แต่สนามม้านั้นมีแน่ๆ ตามกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ระเบียบ กระทรวงมหาดไทย 2524 บอกว่า ใครจะจัดการพนันม้า ต้องขออนุญาต มท. ทุกเดือน คำถามคือ บุคคลหรือนิติบุคคลใดเป็นคนถือใยอนุญาติในการแข่งม้า ซึ่งเรายังหาไม่เจอ พาตนส่งคนไปที่ถาม ที่สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่ได้รับคำตอบ นอกจากนี้ รายได้ของการเข้าชม หรือการพนันแข่งม้า ไปอยู่ทีใครบ้าง รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ที่ตนถามกระทรวงกลาโหมไป อย่างไรก็ตาม ทั้งมวยและม้า ตนไม่ได้บอกว่าเราควรยกเลิก แต่สิ่งสำคัญคือ เรื่องนี้เราควรเปิดประมูลอย่างโปร่งใส ในระบบสัมปทาน เพื่อไม่ให้ประชาชนมีข้อกังขา ไม่ต้องมีเงินใต้โต๊ะอะไร หากเราคิดว่ายังต้องมีสิ่งเหล่านี้ ก็เปิดประมูลให้โปร่งใส

นายธนาธร กล่าวว่า นอกจากนี้ กรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือปฏิบัติการไอโอ เคยมีเพจที่เป็นชื่อกองพันทหารที่โจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างเดียว ทั้งคำว่าชังชาติบ้าง เป็นภัยต่อชาติ หรือการปกครองบ้าง เราเลยมีคำถามกับกลาโหมในวันนั้นว่า กระทรวงกลาโหม มีปฏิบัติการไอโอ หรือไม่ ซึ่งในเล่มงบประมาณไม่ได้มีการระบุงบในส่วนนี้ไว้ แต่ในรายละเอียดอื่นๆ เอกสารบางชุด กลับดูเหมือนว่ามีการปฏิบัติการในส่วนนี้ หากมีก็อยากทราบว่า อำนาจในการกำหนดเนื้อหาว่าใครชังชาติ หรือใครเป็นศัตรู อยู่ที่ใคร เพราะถ้าเราดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น นี่คือเนื้อหาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และทำให้คนเกลียดชังกัน สิ่งสำคัญก็คือ การมีปฏิบัติการอย่างนี้อยู่ ความเกลียดชังที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ หมายความว่าเป็นความเกลียดชังที่ถูกสร้างขึ้น สังคมจึงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะมีปฏิบัติการนี้อยู่ อย่างไรก็ตามพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เอง ชี้แจงกับกมธ.ความมั่นคง กลับบอกว่าไม่มี

“การที่คุณไม่ยอมรับความหลากหลายทางความคิดที่มีอยู่ หากเราเริ่มต้นด้วยความเชื่อว่า ความจริงที่ถูกต้องมีอยู่เพียงอันหนึ่งอันเดียว ฟังแล้วก็น่าขนลุกเหมือนกัน งบของคุณถูกนำไปใช้ให้ประชาชนรู้สึกดีต่อหน่วยงานทหาร ซึ่งนี่เป็นเรื่องตลกมาก” นายธนาธร กล่าว

ซูเปอร์โพลเผยคน 61.4% ชี้จำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "นักการเมือง กับ การยกเลิกเกณฑ์ทหาร" โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 3,084 ตัวอย่าง และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,250 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 – 30 พ.ย. 2562 สรุปผลได้ดังนี้

เมื่อถามถึงการเกณฑ์ทหารกับการสร้างลักษณะต่าง ๆ ของชายไทย พบว่า ความอดทนร้อยละ 61.5, ความเข้มแข็งร้อยละ 60.3, ความรักชาติร้อยละ 58.1, ความกล้าหาญร้อยละ 54.8, ความมีวินัยร้อยละ 52.9, ความเสียสละร้อยละ 49.0 และสุขภาพแข็งแรงร้อยละ 43.2 ตามลำดับ

ที่น่าพิจารณาคือ ภาพแห่งความทรงจำที่มีทหารเข้าช่วยเหลือประชาชน พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.3, เป็นภาพน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศ ปี พ.ศ. 2554 รองลงมาคือ ช่วยชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวงร้อยละ 56.0, น้ำท่วมภาคอีสานปี พ.ศ.2562 ร้อยละ 50.8, ช่วยเหลือประชาชนพัฒนาท้องถิ่นร้อยละ 41.7, เหตุร้ายทั่วไปร้อยละ 36.4 ขุดลอกคูคลอง

เมื่อถามว่านักการเมืองที่รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารมีวิธีการอื่นที่ดีกว่าแล้วหรือไม่ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 ระบุยังไม่มีวิธีการอื่นที่ดีกว่า การเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน มาประกันความมั่นคงของประเทศ มาประกันการช่วยเหลือประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ เหตุความไม่สงบในประเทศ การรณรงค์มีแต่ปลุกปั่นเอาข้อผิดพลาดเรื่องหยุมหยิมส่วนน้อยมาทำลายเรื่องใหญ่ด้านความมั่นคงและความเดือดร้อนของประชาชน ขณะที่ร้อยละ 18.1 ระบุว่า มีวิธีการอื่นที่ดีกว่าแล้ว เช่น ระบบสมัครใจ การจ่ายเงินให้รัฐ และแนวทางยกเลิกเกณฑ์ทหารของต่างประเทศ เป็นต้น

เมื่อถามถึงความจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องเกณฑ์ทหาร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.4 ระบุจำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร ในขณะที่ร้อยละ 18.4 ระบุไม่จำเป็น และร้อยละ 20.2 ไม่แน่ใจ

ผศ. ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองที่รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารคงจะหาเสียงสนับสนุนไปจนถึงช่วงการเกณฑ์ทหารในต้นปีหน้าโดยเอาธรรมชาติของความกลัว ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ชาติและความสบายของคนเป็นจุดขาย และเป็นไปได้ว่าจะมีเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือประเด็นการยกเลิกเกณฑ์ทหารไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะจากการกวาดเอาข้อมูลในโลกโซเชียลมาวิเคราะห์พบว่า มีคนในโลกโซเชียลจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและคนในประเทศที่ติดชายแดนของประเทศไทยติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน มันมีนัยสำคัญอะไรบางอย่างต่อความมั่นคงของชาติและความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนคนไทยที่ตามจริงแล้ว

ประเด็นปัญหาท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะผ่านพ้นไปได้ แต่การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวของทุก ๆ ฝ่ายที่มีอำนาจในเวลานี้ต่างหากเป็นเรื่องที่ยากกว่า

'พงศกร' อยากให้คนที่คัดค้าน พ.ร.บ.รับราชการทหาร ได้อ่านรายละเอียดในร่างที่พรรคเสนอก่อนคัดค้าน

พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เผยว่าการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลาออกจาก กมธ.งบประมาณ 2563 นั้นเพราะส่วนหนึ่งมีคนไม่อยากให้เขาอยู่ในสภา ดังนั้นนายธนาธรจึงตัดสินใจทำงานมวลชนเต็มตัว ไม่ใช่การไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ตามที่บางคนกล่าวหา โดยนายธนาธรจะลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากชาวบ้านพร้อมกับทีมงาน และนำข้อมูลและปัญหาต่างๆ ส่งต่อให้ส.ส.ของพรรค เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาต่อในสภา เป็นเหมือนการเดินแบบสองขาทั้งในและนอกสภาควบคู่กันไป นายธนาธรเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดประชาชนอยากเข้ามาพูดคุยปัญหาต่างๆ และเข้าทางนายธนาธรที่ชอบลุยลงพื้นที่เข้าหาประชาชนอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าการทำงานแบบนี้จะได้ประโยชน์อย่างมาก นอกจากนี้ยังจะได้รณรงค์สร้างความรู้แก่ประชาชนในเรื่องต่างๆ ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ และการผลักดันร่างพ.ร.บ.ต่างๆ และยืนยันว่าการทำงานมวลชนไม่ใช่การปลุกม็อบลงถนน เราจะปลุกไปทำไมเพราะไม่มีประโยชน์อะไร แต่การทำให้ประชาชนมีความรู้เรื่องประชาธิปไตยคือประโยชน์มากกว่า

นอกจากนี้ พล.ท.พงศกร ยังกล่าวถึงกระแสการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ของพรรคอนาคตใหม่ ที่เสนอการปรับเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารว่า พรรคอนาคตใหม่ของเรา ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารทั้งหมด แต่เราเสนอว่า ภายใต้งบประมาณเท่าเดิมนั้น หากเปลี่ยนวิธีในการสรรหากำลังพล ปรับการใช้เงินตรงนี้ไปเพิ่มประสิทธิภาพของยุทโธปกรณ์ เน้นการใช้เทคโนโลยีใหม่แทนกำลังพล จะทำให้กองทัพไทยมีประสิทธิภาพและมีกำลังทัดเทียมประเทศอื่นๆ ได้มากกว่าที่เป็นอยู่

ทั้งนี้ตนอยากให้คนที่คัดค้านได้อ่านรายละเอียดในร่างที่เราเสนออย่างละเอียด แต่ตนคิดว่าบางทีคนเหล่านั้นอาจจะไม่ได้อ่านเลย คงอ่านแต่เพียงหัวข้อตามข่าวว่าพรรคอนาคตใหม่เสนอการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ตนอยากให้กลับไปอ่านให้ละเอียดแล้วแสดงเหตุผลมาว่าพวกท่านคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้เพราะอะไร ตนอยากฟังเหตุผลที่ฟังขึ้นไม่ใช่อ้างไปเรื่อย

โฆษกพรรคยืนยัน ส.ส. กทม. ไม่ลาออกเพื่อเปิดทางให้ 'ธนาธร' เลือกตั้งซ่อมแน่นอน ไม่มีนโยบายการพลีชีพ ส.ส.

จากกรณีนายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คอ้างว่าได้ข่าวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อาจจะลงเลือกตั้งซ่อมในเขตสวนหลวง-ประเวศนั้นน.ส.พรรณิการ์ วานิช  ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่นายธนาธรจะลงเลือกตั้งในเขตนี้ เพราะเจ้าของพื้นที่คือนายมณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ทำผิดอะไร และไม่มีเหตุอะไรที่จะทำให้เกิดการเลือกตั้งซ่อม ถ้าให้นายมณฑล ลาออกแล้วให้ นายธนาธร ลงเลือกตั้งซ่อมแทน เราจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร พรรคอนาคตใหม่ไม่มีนโยบายการพลีชีพ ส.ส.

โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าพรรคไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน ตอนที่ นายธนาธร แถลงลาออกจากกรรมาธิการงบประมาณ บอกแล้วว่าไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือไม่ ก็สามารถทำงานการเมืองช่วยเหลือประชาชนได้ เราได้วางแผนงานกันเอาไว้ว่างานในสภาผู้แทนราษฎรให้ ส.ส. ของพรรคดำเนินการ และมี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นแกนนำหลัก 
 
ส่วนนายธนาธรจะเดินสายพบประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อรณรงค์แคมเปญเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ที่สำคัญๆ เช่น ร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร และการทำความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ส่วนตัวต้องถามผู้ที่ปล่อยข่าวว่าต้องการอะไรจากเรื่องนี้กันแน

'พล.ท.คงชีพ' แจงประกาศราชกิจจาฯ รับบุคคลทำหน้าที่ทหารชั่วคราว

วันเดียวกันนี้ (1 พ.ย. 2562) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาาโหม เปิดเผยถึงกรณีมีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กระทรวงกลาโหม เรื่องการรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว เมื่อ 1 พ.ย. 2562 นั้นว่า ประกาศดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าปฏิรูปกองทัพในระบบงานกำลังพล ที่ตราไว้ใน พ.ร.บ.กำลังสำรอง พ.ศ. 2558 เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่เคยเป็นทหาร หรือมีรายชื่อในบัญชีกำลังสำรอง สามารถสมัครเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ซึ่งทุกเหล่าทัพจะประกาศรับสมัครต่อไป โดยการหมุนเวียนกำลังพลสำรอง เข้ามาเสริมกำลังประจำการที่อยู่ระหว่างปรับลดลง จะสามารถลดภาระงบประมาณของประเทศ โดยเฉพาะงบประจำด้านกำลังพล

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า กำลังพลสำรอง ถือเป็นกำลังทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ ในการหมุนเวียนคนหนุ่มเข้ามาอยู่ในระบบบัญชีการเตรียมกำลังคนของประเทศตามห้วงอายุที่กำหนด เพื่อสนับสนุนระบบเตรียมความพร้อมของประเทศ หากเกิดภัยคุกคามที่ต้องใช้กำลังขนาดใหญ่และสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนกันเอง ยามเกิดภัยทางธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงมากขึ้น 

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: มติชนออนไลน์ | สยามรัฐ | ฐานเศรษฐกิจ | กรุงเทพธุรกิจ

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์