นักวิจัย-พนักงานภาคการศึกษาอังกฤษ นัดหยุดงานประท้วงสภาพการจ้างบีบคั้นชีวิต

ในอังกฤษมีการนัดหยุดงานประท้วงจากกลุ่มคนทำงานภาคการศึกษาและการวิจัยที่มีสภาพการจ้างงานที่ย่ำแย่และไม่มั่นคง มีร้อยละ 70 มีสัญญาจ้างแบบชั่วคราวแทนที่จะได้จ้างแบบถาวร มีอาจารย์ได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง กระทบทั้งสภาพชีวิตและส่งผลเสียต่องานวิจัยเพราะไม่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง มีภาระงานล้นเกินจนไม่มีเวลาพัฒนาศักยภาพตนเอง

ภาพบรรยากาศในแคมปัสมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักร (ที่มา:วิกิพีเดีย)

2 ธ.ค. 2562 ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว มีพนักงานมหาวิทยาลัยในอังกฤษ 60 แห่งนัดหยุดงานประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจเรื่องบำนาญ ค่าแรงและสภาพการจ้างงาน รวมถึงการประท้วงในเรื่องที่มหาวิทยาลัยเริ่มเปลี่ยนสภาพการจ้างงานจากการจ้างงานประจำกลายเป็นการจ้างงานแบบชั่วคราวหรือเหมาช่วงปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

เมื่อไม่นานนี้มีการสำรวจจากสหภาพมหาวิทยาลัยและอุดมศึกษา (UCU) ระบุว่าร้อยละ 70 ของคนที่ทำงานเป็นนักวิจัย 49,000 ราย ในระดับบัณฑิตศึกษาของอังกฤษอยู่ภายใต้ระบบการจ้างงานแบบเหมาช่วงที่มีการกำหนดเวลาจ้างไว้แน่นอน ขณะที่อาจารย์ผู้ทำการสอนจำนวน 37,000 ราย ก็อยู่ภายใต้การจ้างงานระบบเดียวกันและส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างแบบรายชั่วโมง

ซาราห์ ดาร์ลีย์ หนึ่งในนักวิจัยที่ถูกจ้างแบบเหมาช่วงระบุว่ามันเป็นเรื่องน่าปลื้มใจที่มีกลุ่มคนทำงานด้วยสัญญาการจ้างแบบถาวรสนับสนุนการประท้วงของพวกเขาและอยากให้พวกเขาได้รับสวัสดิการที่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาบางส่วนที่รู้สึกทึ่งในเรื่องสภาพการจ้างที่ไม่มั่นคง

ดาร์ลีย์ระบุว่า ถึงแม้เธอจะรักในงานของตัวเองและภูมิใจที่มีคณะทำงานและนักศึกษาที่มีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับการเรียนรู้และวิจัย แต่สภาพการจ้างที่ไม่มั่นคงทำให้เธอรู้สึกว่ายากที่จะทำงานต่อไปได้

ดาร์ลีย์เล่าถึงสภาพการจ้างงานว่า หลังจากที่เธอเรียนจบเมื่อปลายปี 2559 เธอได้รับการจ้างงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในสัญญาจ้างที่ต่างกัน 4 สัญญา โดยมีตั้งแต่สัญญาที่จ้างเธอ 12 เดือน ไปจนถึง 18 เดือน ทำให้เธอและนักวิจัยหรืออาจารย์คนอื่นๆ ในสภาพการจ้างเดียวกันต้องพยายามให้ได้รับการต่อสัญญาจ้างใหม่ไปเรื่อยๆ แม้จะต้องทำงานบทบาทเดิม

การทำสัญญาจ้างแบบชั่วคราวนี้นอกจากปัญหาความไม่มั่นคงทางการงานแล้ว ดาร์ลีย์ยังชี้ให้เห็นว่ามันส่งผลกระทบต่อโครงการวิจัยอีกด้วย สัญญาจ้างทำให้เธอต้องยุติบทบาทก่อนที่โครงการวิจัยจะจบลง ทั้งนี้ยังก่อปัญหาเรื่องการทำให้งานกองสุมอยู่ที่ตัวเธอทำให้เธอต้องทำงานแม้แต่ในช่วงเย็นหรือช่วงวันหยุด การที่งานกองสุมขนาดนี้ทำให้เธอไม่มีเวลาพัฒนาหน้าที่การงานตัวเองเช่นการเขียนขอทุนหรือพัฒนางานวิจัยอิสระจากความสนใจของตัวเอง

รายงานจากสถาบันนโยบายอุดมศึกษาอังกฤษระบุว่ามีคนทำงานอุดมศึกษาที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตในเกิดขึ้นจำนวนมากซึ่งมีสาเหตุมาจากการแบกรับภาระงานล้นเกิน ปัญหาการบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาการจ้างงานชั่วคราวระยะสั้นที่ไม่มั่นคง โดยที่ดาร์ลีย์ก็ระบุว่าตัวเธอเองก็รู้สึกสุขภาพจิตย่ำแย่จากสภาพการจ้างงานแบบนี้เช่นกัน และสิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือคนที่มีภาระเลี้ยงดูลูกหรือภาระอื่นๆ การที่ต้องอยู่บนความไม่แน่นอนทำให้ผู้คนวางแผนในระยะยาวได้ยาก และแม้กระทั่งหาวันหยุดให้ตัวเองได้ยากด้วย

ดาร์ลีย์ระบุว่าการตัดสินใจนัดหยุดงานก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้ง่าย เพราะมันอาจจะหมายถึงการทำให้การทำงานเป็นทีมหยุดชะงัก และการสูญเสียรายได้โดยเฉพาะในช่วงใกล้ฤดูเทศกาลซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่างๆ และคนที่เสี่ยงมากเป็นพิเศษคือคนที่มีสภาพการจ้างไม่แน่นอนอยู่แล้วพวกเขากลัวที่จะถูกมองว่าเป็น "ตัวสร้างปัญหา" แต่ถึงที่สุดแล้วการนัดหยุดงานประท้วงนี้ก็จำเป็นต่ออนาคตของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดาร์ลีย์ระบุว่า "พวกเราต้องเรียกร้องสภาพการจ้างที่เป็นธรรมและทำให้เกิดสภาพทำงานที่มั่นคงสำหรับคณะทำงานทุกคนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอน การวิจัย และความเป็นอยู่ที่ดีของคณะทำงานเอง"

เรียบเรียงจาก

I'm striking because insecure academic contracts are ruining my mental health, The Guardian, Nov. 29, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์