'ปิยบุตร' เดินหน้าพิจารณาผลกระทบ ม.44 ดันเรื่องเข้า กมธ.กฎหมายฯ แทน

'ปิยบุตร แสงกนกกุล' เผยจะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ตนเองเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคำสั่ง ม.44 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะอนุ กมธ. ศึกษาเอาไว้แล้ว โดยจะครอบคลุมไปถึง พ.ร.บ.บางฉบับที่ออกโดย สนช. ตรวจสอบไม่ได้เน้นตัวบุคคลแต่จะดูผลกระทบ ม.44 เป็นหลัก คาดคงต้องเรียกบุคคลมาชี้แจง - 'เพื่อไทย' เตรียมดำเนินการกับ 3 ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค

ปิยบุตร แสงกนกกุล ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (แฟ้มภาพ) 

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2562 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ว่าในสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเองเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคำสั่งตามมาตรา 44 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะอนุ กมธ. ศึกษาเอาไว้แล้ว โดยจะครอบคลุมไปถึง พ.ร.บ.บางฉบับที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย อย่างไรก็ตามการตรวจสอบจะไม่ได้เน้นไปที่ตัวบุคคล แต่จะดูผลกระทบของมาตรา 44 ที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ซึ่งคิดว่าคงไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ. เพื่อเรียกบุคคลมาชี้แจงแต่อย่างใดปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ากมติสภาที่เกิดขึ้นทำให้ตนมีความเป็นห่วงว่าอาจจะมีผลกระทบต่อญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาจะพิจารณาในสัปดาห์หน้า เนื่องจากในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ตนเองและฝ่ายค้านบางส่วนได้มีการเตรียมข้อมูลที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าวต่อจากเรื่องมาตรา 44 แต่ปรากฏว่าวิปรัฐบาล และรองประธานสภาได้มีการปิดประชุมอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาสิ้นสุดการประชุมในเวลา 21.00 น. แต่กลับมีการปิดประชุมในเวลา 19.00 น. แทน จากตรงนี้ทำให้มีข้อสงสัยและน่าคิดว่าเมื่อถึงการพิจารณาญัตติดังกล่าวในสัปดาห์หน้าจะมีเรื่องใดมาแทรกจนทำให้ต้องเลื่อนญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นสังคมก็ควรจะต้องตั้งคำถามต่อฝ่ายรัฐบาล

'เพื่อไทย' เตรียมดำเนินการกับ 3 ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากการติดตามความเคลื่อนไหวการเตรียมการของฝ่ายรัฐบาลก่อนการพิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบมาตรา 44 ทราบว่า รัฐบาลพยายามระดม ส.ส.ทั้งหมดเพื่อเปิดประชุม โดยเงื่อนไขต้องมีองค์ประชุมให้ครบ 249 เสียงเพื่อเปิดประชุมโหวตล้มมติตั้งกรรมาธิการ ม.44 ที่แพ้ไปก่อนหน้านี้ให้ได้ และต้องหาหนทางพลิกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ 6 เสียงที่โหวตสวนทางของรัฐบาล ซึ่งตนได้รับรายงานจาก ส.ส.หลายคนของพรรคที่ถูกทาบทามจากบุคคลสำคัญของรัฐบาลที่เสนอผลประโยชน์บางอย่าง เพื่อให้สนับสนุนรัฐบาลแก้ไขข้อขัดข้องที่รัฐบาลมีอยู่ และได้ยินข่าวปล่อยว่าหากสภาฯ ล่มอีก อาจมีการยุบสภา

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเมื่อผลออกมาตามที่เห็นกัน ก็ไม่คิดว่าการเมืองไทยจะเดินมาถึงจุดที่มีความเสื่อมได้รวดเร็วขนาดนี้ ตนไม่เคยเชื่อว่าการเมืองวันนี้ผู้มีอำนาจเลือกใช้วิธีข่มขู่พรรคตัวหรือพรรคร่วม เพื่อควบคุมลูกน้องหรือทีมงานให้เกิดความเกรงกลัว จนต้องทำตามผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เพราะหากเป็นเช่นนี้จริงๆ ก็เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่าผู้มีอำนาจของบ้านเมืองในตอนนี้ไม่ได้ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างที่พยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอด เพราะเห็นภาพการต่อรอง กดดัน ข่มขู่ เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะการเสนอกล้วยเพื่อจูงใจให้กับ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ย่อมไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นแต่เป็นการนำการเมืองไทยถอยหลังไปเหมือนปี 2518

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย 3 เสียงที่แสดงตนเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคจะปล่อยปละละเลยให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ ส่วนตัวเห็นว่าพรรคต้องกำหนดมาตรการในการดำเนินการกับบุคคลที่สวนมติพรรค พรรคเพื่อไทยมีระเบียบข้อบังคับและวิธีการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บุคคลดังกล่าวได้ชี้แจงกับพรรคเสียก่อน ส่วนจะมีมาตรการอย่างไร เมื่อได้ข้อยุติจะรายงานผ่านสื่อให้ประชาชนทราบ เพราะคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอยู่ในขณะนี้ ต่างรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของสมาชิกที่สวนมติพรรคในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย แสดงตนเป็นองค์ประชุมให้กับรัฐบาลในการพิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบมาตรา 44 เมื่อวานนี้ว่า ตนรู้จักนายพลภูมิ และครอบครัวมานาน ตั้งแต่นายพลภูมิ เริ่มเข้าการเมืองมาเป็นผู้ช่วย ส.ส.ของตน และไปเป็น ส.ก.จนเป็น ส.ส. จึงยืนยันว่า นายพลภูมิเป็นคนมีฐานะ มีเหตุผล ไม่เคยสนใจเรื่องผลประโยชน์เงินทอง ดังนั้น การจะบอกว่าที่ช่วยรัฐบาลเพราะผลประโยชน์เรื่องเงิน ตัดทิ้งไปได้เลย สาเหตุคงมาจากเรื่องอื่น

ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2]
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์