ทบ.ยืนยัน 'ธนาธร' ผ่านการตรวจเลือกทหารตามกฎหมาย

รองโฆษกกองทัพบกระบุ 'ธนาธร' เข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกระบวนการของทางราชการอย่างครบถ้วน - ลงทำกิจกรรม 'วิ่งเพื่อประชาธิปไตย' ที่ จ.ร้อยเอ็ด ปลุกคนอีสาน อย่ายอมผู้กดขี่ โดน ตร.ปรับตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 200 บาท


นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (แฟ้มภาพประชาไท)

10 ธ.ค. 2562 พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่าจากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอ้างว่ามีการหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกทหารนั้น กองทัพบกขอเรียนว่าได้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว พบว่านายธนาธร ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกระบวนการของทางราชการอย่างครบถ้วน โดยข้อมูลการเข้ารับการตรวจเลือกที่ผ่านมาคือ เมื่อเดือน เม.ย. 2543 นายธนาธร ได้ขาดการตรวจเลือก แต่ผลการสอบสวนของทางราชการสรุปได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย จากนั้นในเดือน ก.ค. 2543 ได้เสนอขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันการตรวจเลือก

ต่อมาเมื่อ เม.ย. 2544 ได้แจ้งสละสิทธิ์การผ่อนผันและได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารที่ เขตประเวศ กทม. ผลการตรวจเลือกคือ ปล่อย เพราะมีการร้องขอเต็มจำนวน และได้รับเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (แบบ สด.43 ) เป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นบุคคลที่ได้ผ่านการตรวจเลือกทหารตามขั้นตอนของทางราชการอย่างครบถ้วน เรื่องที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียจึงเป็นข่าวปลอม

สำหรับกรณี เอกสารแบบ สด.9 ที่ถูกนำเสนอด้วยนั้น เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานในการขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการผ่านหรือไม่ผ่านตรวจเลือกทหาร ทั้งนี้ การตรวจเลือกทหารต้องยึดถือเอกสารใบสด.43 เป็นหลัก เรื่องนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้ไม่หวังดีดำเนินการเรื่องดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหวังให้เกิดความไม่ไว้วางใจหรือมุ่งสร้างให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในทางการเมืองและทำให้สังคมสับสน

ทั้งนี้ ขออย่าได้นำข่าวปลอมนี้ไปเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับฝ่ายการเมือง เพราะไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกัน รวมทั้งขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ให้รอบด้านด้วย

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กองทัพบก เป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคงของประเทศ การดำเนินการในทุกเรื่อง อยู่ภายใต้บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมาย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และกองทัพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับส่วนใดใดทั้งสิ้น

'ธนาธร' วิ่งเพื่อประชาธิปไตย ที่ จ.ร้อยเอ็ด ปลุกคนอีสาน อย่ายอมผู้กดขี่ โดน ตร.ปรับ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 200 บาท

วันเดียวกันนี้ (10 ธ.ค.) ที่สวนสาธาณะบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด นายธนาธร  พร้อมด้วยนายคารม พลพรกลาง,นายสุรวาท ทองบุ, นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรม “วิ่งเพื่อประชาธิปไตย” ท่ามกลางประชาชนชาวร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียงร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงก่อนเริ่มวิ่ง เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อตำรวจเข้ามาชี้แจงและให้ยุติการใช้เครื่องขยายเสียงในพื้นที่บึงพลาญชัย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ ได้มีการทำหนังสือขออนุญาตและแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและได้รับอนุญาตแล้ว แต่ทว่าสุดท้ายเพิ่งจะมีหนังสือตอบกลับมาเรื่องไม่ให้ใช้พื้นที่วันก่อนซึ่งกระชั้นชิดมาก ตำรวจต้องดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรม ตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 โทษปรับ 2 กรรม กรรมละ 100 บาท คือ 1.ใช้เครื่องขยายเสียงก่อนนายธนาธรมาถึง และ 2.นายธนาธรใช้เครื่องขยายเสียงพูดคุยกับประชาชน รวมค่าปรับ 200 บาท เสียค่าปรับลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม “วิ่งเพื่อประชาธิปไตย” นายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อ 87 ปีที่แล้ว เรามีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร แต่กระนั้น วันนี้ประชาชนยังสงสัยว่า ตกลงเราปกครองประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือระบอบเผด็จการครึ่งใบ หรือระบอบประชาธิปไตยแบบลุงๆ

สถานที่ที่เรามารวมกันอยู่นี้คือบึงพลาญชัย มีอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญตั้งอยู่ ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่า ในภาคอีสานมีอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะที่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น รวมถึงร้อยเอ็ด ซึ่งคนอีสานควรภูมิใจว่า คือกลุ่มคนแรกๆ ที่ร่วมต่อสู้ให้มีประชาธิปไตยเกิดขึ้นในประเทศนี้

ดังจะเห็นได้ว่า อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในภาคอีสานซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปี 2477- 2479 นั้น มีมาก่อนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพฯ และที่สำคัญคือ สร้างขึ้นโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐราชการส่วนกลางแต่อย่างใด หากแต่เป็นการระดมทุนโดยพี่น้องประชาชน พ่อค้าคหบดี ผู้แทนราษฎร นี่แสดงถึงความตื่นตัวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

แสดงถึงความก้าวหน้าของคนในภาคอีสาน ซึ่งในช่วงที่เริ่มอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญนั้น เป็นบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง คือยุคสมัยใหม่ที่สว่างไสว ยุคสมัยใหม่ที่ประชาชนมีความหวังว่าอนาคตของเขาจะดีกว่าที่เป็นอยู่

“การมีรัฐธรรมนูญ ได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐ ซึ่งก่อนนี้ จะมีก็แต่ไพร่กับนายเท่านั้น ไม่เคยมีประชาชนมาก่อน ดังนั้น การเฉลิมฉลองเนื่องในวันรัฐธรรมนูญก็เพราะเป็นวันที่ให้กำเนิดพลเมืองขึ้นในสังคม และเริ่มเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่

นั่นคือ เปลี่ยนจากเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจมาเป็นเชื่อในเรื่องของเหตุผล จากเชื่อในธรรมชาติเปลี่ยนมาเป็นเชื่อในวิทยาศาสตร์ จากคิดว่าชีวิตเป็นของเจ้านายเปลี่ยนมาเป็น ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพมีความคิดเป็นของตัวเอง อำนาจจารีตกลายเป็นอำนาจของประชาชน ฐานันดรกลายเป็นความเท่าเทียมเสมอภาค สิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับรัฐธรรมนูญ มาพร้อมความคลี่คลายลงของสถาบันทางการเมืองแบบดั้งเดิม ดังนั้น นี่คือการเฉลิมฉลองให้กับรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน” นายธนาธร กล่าว

ที่มาเรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย | เว็บไซต์ข่าวสด

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์