องค์กรสิทธิฯสากล เผยรายงานสภาพในเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ ส่วนใหญ่ของไทยต่ำกว่ามาตรฐานสากล

สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากลและสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เผยข้อค้นพบในรายงานใหม่ ผู้หญิงในเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ มีสภาพชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานระหว่างประเทศ 

 

11 ธ.ค.2562 สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และองค์กรสมาชิกในประเทศไทย สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกรายงาน “Flawed models - Implementation of international standards in Thailand’s ‘model’ prisons for women,” ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าเยี่ยมเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ เก้าแห่งจาก 12 แห่ง ระหว่าง พ.ค.- ส.ค. 2561 โดยทีมงานจาก FIDH และ สสส.

กรมราชทัณฑ์กำหนดให้ทัณฑสถานหญิง 12 แห่งเป็นเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ โดยอ้างว่าเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จตามข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงแห่งสหประชาชาติ (United Nations (UN) Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures for Women Offenders หรือ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพฯ’)

“การกำหนดให้เป็นเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ เป็นความพยายามอย่างเปิดเผยที่จะปกปิดสภาพความจริงที่น่ากลัวของผู้ต้องขังหญิงในไทย สภาพในเรือนจำเหล่านี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศเลย เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า เรือนจำที่ไม่ถือว่าเป็น ‘ต้นแบบ’ จะมีสภาพเลวร้ายมากเพียงไร” Guissou Jahangiri รองประธาน FIDH กล่าว

ข้อกังวลสำคัญยังคงเป็นเรื่องความแออัด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกเรือนจำของไทย และส่งผลกระทบด้านลบต่อสภาพด้านอื่น ๆ ของเรือนจำ เมื่อ FIDH/สสส. เริ่มต้นเข้าเยี่ยมเรือนจำในเดือนเมษายน 2561 อัตราการคุมขังในทุกเรือนจำ ‘ต้นแบบ’  9 แห่งยังอยู่ในระดับสูง มากถึง 652% นับแต่นั้นมา จำนวนผู้ต้องขังรวมกันในเรือนจำทั้ง 9 แห่งยังเพิ่มขึ้นอีก 6%

ประเด็นสำคัญด้านอื่นซึ่งเป็นข้อบกพร่องและปัญหาที่เราสังเกตเห็น ได้แก่ การให้บริการพิเศษสำหรับผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์และผู้ต้องขังหญิงที่มีลูกอ่อน น้ำและสุขอนามัย รวมทั้งการขาดผ้าอนามัยและอุปกรณ์อาบน้ำในเรือนจำหลายแห่ง คุณภาพของอาหาร บริการการดูแลสุขภาพ รวมทั้งสุขภาพจิต สภาพการใช้แรงงานผู้ต้องขัง การติดต่อกับโลกภายนอก และโอกาสที่จะได้รับนันทนาการ ประการสุดท้าย การลงโทษและการลงโทษทางวินัยที่ใช้กับผู้ต้องขังมักไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศ และในบางกรณีอาจถึงขั้นเป็นการทรมานหรือการปฏิบัติที่โหดร้าย

รายงานนี้นำเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรม เฉพาะเจาะจงและปฏิบัติได้หลายประการ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ควรนำไปปฏิบัติเพื่อปรับปรุงสภาพของผู้หญิงในเรือนจำทั่วประเทศ การดำเนินงานตามข้อเสนอแนะเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น แต่อาจยังไม่สามารถแก้ไขต้นเหตุของสภาพที่เลวร้ายในเรือนจำได้ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่จะยอมรับและนำมาตรการเชิงนโยบายที่สำคัญมาใช้ เพื่อลดจำนวนประชากรในเรือนจำของประเทศ มาตรการเหล่านี้ควรรวมถึงการลดการเอาผิดทางอาญากับความผิดด้านยาเสพติดบางประเภท การอนุญาตให้จำเลยได้รับการประกันตัวระหว่างรอการพิจารณาสำหรับความผิดบางประเภท และการใช้วิธีควบคุมตัวนอกเรือนจำประกอบกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว

“ประเทศไทยต้องดำเนินงานอย่างกล้าหาญที่จะปฏิรูประบบยุติธรรมทางอาญา เพื่อแก้ปัญหาความแออัดที่ร้ายแรงของเรือนจำ สุดท้ายแล้วทั้งคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล ไม่รวมถึงฝ่ายบริหารของเรือนจำ มีอำนาจที่จะจัดทำมาตรการทางออกที่มีผลกระทบระดับสูงและในวงกว้างได้” แดนทอง บรีน ที่ปรึกษาอาวุโสของสสส. ซึ่งเข้าร่วมในการเข้าเยี่ยมเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ ของ FIDH/สสส. กล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์