ศาลอาญาสั่งจำคุก ‘สิชล’ ผู้ป่วยจิตเภท 3 ปี ผิด พ.ร.บ.คอมฯ โพสต์หมิ่นพระมหากษัตริย์

‘สิชล’ ผู้ป่วยจิตเภท ถูกตั้งข้อหา ม.112, ม.116 และ พ.ร.บ.คอมฯ วันนี้ศาลยกฟ้องเหลือความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ สั่งจำคุก 3 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี ฝ่ายทนายและญาติเร่งทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่เมื่อวานศาลอาญารับโอนคดี ม.116 ของ ‘ธเนตร’ จากการโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์รัฐบาล คสช. และกองทัพ นัดสืบพยานเดือนพ.ค.ปี 63
 

 

12 ธันวาคม 2562 วันนี้ เวลา 9.00 น. ไอลอว์รายงานว่า ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีของ ‘สิชล’ ที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3),(5) ‘สิชล’ เป็นชื่อสมมติของจำเลยในคดีนี้ เขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ตามหมายจับของศาลทหาร จากการโพสต์เฟสบุ๊คเป็นภาพของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่เก้า พร้อมแสดงความคิดเห็นประกอบสองครั้งปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ตอนแรกเขาถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า มีความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเรื่อยมา ต่อมาพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการโดยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องมาตรา 112 แต่สั่งฟ้องในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่ออัยการทหารพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อสั่งไม่ฟ้องตามมาตรา 112 คดีจึงเหลือเพียงข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งอัยการทหารและศาลทหารจึงไม่มีอำนาจพิจารณาคดีดังกล่าว อัยการทหารจึงคืนสำนวนคืนให้กับพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอยกเลิกการฝากขังต่อศาลทหาร โดยนำสำนวนไปยื่นฟ้องและขอฝากขังที่ศาลอาญาแทน

ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ‘สิชล’ พร้อมด้วยพ่อของเขา และทนายจำเลยมารอฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดี 811 ต่อมาเวลา 9.45 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้มาที่ห้องพิจารณาคดี ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของศาลที่เมื่อมีการอ่านคำพิพากษาในคดีที่มีโทษจำคุกจะต้องมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อยู่ด้วย และต้องใส่กุญแจมือไว้ในขณะที่ฟังคำพิพากษา สักครู่หนึ่งเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลมานั่งในห้องพิจารณาคดีระหว่างศาลอ่านคำพิพากษาด้วย

ต่อมาเวลา 9.53 น. ผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์ ‘สิชล’ ยืนขึ้นเพื่อรอฟังคำพิพากษา ผู้พิพากษากล่าวว่า นั่งเถอะ ไม่ต้องยืน โดยไม่มีการใส่กุญแจมือแต่อย่างใด และบอกต่อทนายจำเลยว่า ความผิดตามมาตรา 116 ศาลยกฟ้อง เหลือเพียงส่วนความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ผู้พิพากษาเริ่มอ่านคำพิพากษา พอสรุปความได้ว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3),(5) จำเลยให้การปฏิเสธ ในทางนำสืบพ่อของจำเลยได้ให้การว่า จำเลยมีอาการทางจิตเภท และกำลังรักษาตัว แต่อาการยังไม่ทุเลาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนในการสืบพยานปากอื่นๆ ไม่ชี้ชัดว่า ขณะที่จำเลยกระทำความผิดหรือขณะที่โพสต์ข้อความที่เป็นเหตุตามฟ้องในคดีนี้ จำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบได้ ทั้งจากการรับฟังพยานหลักฐานทั้งหมดเชื่อได้ว่า จำเลยพอจะสามารถรู้ผิดชอบได้ในขณะที่โพสต์ พิพากษาว่า มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) และ (5) จำคุกสามปี ลดโทษจำคุกหนึ่งในสาม คงโทษจำคุกสองปี

หลังอ่านคำพิพากษาศาลบอกต่อทนายจำเลยว่า ให้ทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวให้เรียบร้อย และให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีนี้อีกครั้ง ผู้พิพากษากล่าวต่อ‘สิชล’หลายครั้งว่า “ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรนะ” และกล่าวต่อว่า “เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อยู่ตรงนี้ก็ดูแลเขาตามสมควรนะ” จากนั้นเมื่อจำเลย และผู้ที่เกี่ยวข้องลงชื่อในเอกสารเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงพาตัว ‘สิชล’ ลงไปที่ใต้ถุนศาลทันที ขณะที่ทนายจำเลยและพ่อของ ‘สิชล’ ดำเนินเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เดิมในศาลชั้นต้น

 

ศาลอาญารับโอนคดี 116 ของธเนตรจากศาลทหาร นัดสืบพยานเดือนพ.ค.ปี 63

"คิดถึงจริงๆ ครับ" ธเนตร ตะโกนผ่านลูกกรงห้องควบคุมตัวใต้ศาลอาญาไปถึงพ่อที่ปลายสายโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไอลอว์ได้ติดต่อให้ระหว่างรอนำตัวเข้าห้องพิจารณคดี ขณะที่ พ่อของเขานอนป่วยอยู่โรงพยาบาล จึงไม่สามารถมาหาลูกชายได้ในวันนี้ แต่ได้สัญญาว่าปีใหม่จะมาเยี่ยม

วานนี้ (11 ธ.ค. 2562) เวลา 9.30 น. ไอลอว์รายงานว่า ศาลอาญานัดพิจารณาคดีของ ธเนตร นักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกฟ้องในความผิดฐาน “ยุยงปลุกปั่น” ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และความผิดฐานนำเข้าข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงเข้าสู่ระบบ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์รัฐบาล คสช. และกองทัพ

คดีนี้ถูกโอนคดีมาจากศาลทหาร ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 ที่ให้ย้ายคดีของพลเรือนที่ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารกลับมาพิจารณาต่อในศาลยุติธรรม (ศาลพลเรือน) ตามปกติ

ศาลเริ่มพิจารณาคดีนี้ในเวลา 9.55 น. โดยศาลแจ้งคู่ความว่าได้รับโอนคดีจากศาลทหารเมื่อวันที่ 18 พฤศิจกายน 2562 จากนั้นได้ประชุมปรึกษากับอัยการและทนายจำเลย ถึงขั้นตอนพิจารณาคดีในศาลทหารที่ผ่านมาและเตรียมความพร้อมต่อการพิจารณาคดีต่อไป

ทั้งนี้ ในกระบวนพิจารณาของศาลทหารสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 2 ปาก โดยในนัดนี้คู่ความแถลงว่าสามารถรับข้อเท็จจริงในพยานปาก พ.ต.ท. นิเวศ สิงห์วงษ์ ผู้ตรวจร่างกายจำเลยได้ จากนั้นศาลนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์อีก 3 ปาก และฝ่ายจำเลยอีก 3 ปาก ในวันที่ 12, 13 และ 14 พฤษภาคม 2563

เหตุแห่งคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนธนวาคม 2558 ธเนตรซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กวิจารณ์คสช.และวิจารณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการทุจริตในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์รวม 5 ข้อความ จากนั้นในวันที่ 6 ธันวาคม 2558 เขาก็ร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ หนึ่งอาทิตย์หลัง

จากนั้น เขาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล ธเนตรถูกดำเนินคดีรวมสองคดี ได้แก่คดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนจากกรณีร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์และคดียุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (คดีนี้) จากการโพสต์เฟซบุ๊กโจมตีคสช.และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอุทยานราชภักดิ์

เบื้องต้นธเนตรได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนคดีนี้แต่ต่อมาเขาหนีไปต่างประเทศ ศาลจึงสั่งริบเงินประกัน ธเนตรกลับมามอบตัวในเดือนกรกฎาคม 2559 ต่อมาเมื่ออัยการทหารสั่งฟ้องคดีนี้ในเดือนตุลาคม 2559 ธเนตรก็ถูกคุมขังระหว่างรอการพิจารณาคดีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลานานกว่า 3 ปี

ในส่วนของคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 (คดีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์) ที่ธเนตรเป็นจำเลยร่วม ในเดือนมกราคม 2560 ระหว่างที่ธเนตรถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาคดีมาตรา 116 ธเนตรให้การรับสารภาพต่อศาล ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาจำคุกเขาเป็นเวลาหกเดือนให้และเพิ่มโทษจำคุกอีกสองเดือนเป็นจำคุกแปดเดือนโดยไม่รอลงอาญา

และให้เพิ่มโทษจำคุกอีกสองเดือนเนื่องจากธเนตรเคยต้องโทษจำคุกในคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการร่วมการชุมนุมทางการเมืองในปี 2553และพ้นโทษมายังไม่ครบห้าปีเนื่องจากธเนตรให้การรับสารภาพโทษจำคุกในคดีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ของเขาจึงลดเหลือ 4 เดือน ธเนตรยังคงถูกคุมขังเพราะเขาไม่ได้รับการประกันตัวในคดีนี้

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์