สภาเห็นชอบตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางบริหารจัดการการชำระหนี้ กยศ.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการการชำระหนี้ กยศ. รวมทั้ง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำหนดให้ กมธ. ชุดดังกล่าวมีจำนวน  49 คน  แบ่งเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน 12 คน พรรคเพื่อไทย 10 คน พรรคพลังประชารัฐ 9 คน พรรคภูมิใจไทย 4 คน พรรคอนาคตใหม่ 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 4 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน พรรคประชาชาติ 1 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 คน  พร้อมกำหนดกรอบเวลาดำเนินงาน 60 วัน สำหรับญัตติดังกล่าว ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่างเล็งเห็นถึงปัญหาเกี่ยวกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และเสนอเป็นญัตติจำนวน 10 ญัตติ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยผู้เสนอญัตติและคณะ อาทิ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่ระบุถึงความสำคัญในการเสนอญัตติดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินการกองทุน กยศ. ซึ่งมีผู้กู้กว่า 5.6 ล้านราย แต่มีการชำระหนี้ร้อยละ 40 มีจำนวนผู้ผิดนัดเกือบ 3 ล้านคน คิดเป็นจำนวนเงินที่ยังไม่ได้รับการชำระกว่า 4 แสนล้านบาท จึงต้องการให้สภาทำการศึกษาหาแนวทางแก้ไขให้รอบด้าน ทั้งการศึกษาหาแนวทางให้กับกองทุนให้ได้รับการชำระหนี้ การหาทางออกให้กับลูกหนี้มีโอกาสใช้หนี้ให้กับกองทุนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่อาจทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยเฉพาะการที่ลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังไม่มีงานทำ ขณะที่ นายสฤษดิ์ บุตรเนียน ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย อีกหนึ่งในผู้เสนอญัตติระบุว่า พรรคได้ทำการศึกษาและมีแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่) ...พ.ศ. ... โดยมีสาระสำคัญ อาทิ กำหนดให้ผู้กู้ยืมเงิน ภายหลังที่สำเร็จการศึกษาแล้วอาจเลือกทำงานให้รัฐแทนการชำระเงินกู้ยืมที่ได้รับไปตามสัญญากู้ยืมได้ นอกจากนี้ ผู้เสนอญัตติหลายคนแสดงความเห็นว่าควรมีการตัดดอกเบี้ยปรับออกไปด้วย
     
ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอญัตติ ส.ส.ต่างอภิปรายแสดงความเห็นด้วยให้มีการตั้ง กมธ.ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า กยศ. ช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการศึกษา และช่วยสร้างบุคลากรขึ้นมาพัฒนาประเทศแล้วเป็นระยะเวลาหลายปี แต่การที่เยาวชนที่เคยกู้ยืมจำนวนกว่า 2 ล้านราย ที่ยังไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากความต่างทางฐานะ การประสบปัญหาหนี้สินครัวเรือน หากจะมีการพักชำระหนี้อย่างน้อย 3-5 ปี หรือการทำให้เงินกู้ดังกล่าวปลอดดอกเบี้ย รวมถึงตัดดอกเบี้ยปรับออก จะสามารถช่วยผู้ที่ติดหนี้กับ กยศ.ได้ ขณะเดียวกัน นายจิรเดช เสนอแนะให้มีการยกเลิกข้อกำหนดให้มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เสนอ รวมทั้งมองว่าในอนาคตควรมีการยกเลิกกองทุน กยศ. แต่เปลี่ยนเป็นการให้เรียนฟรีต่อเนื่องถึงระดับอุดมศึกษา เพราะการลงทุนทางการศึกษานับเป็นการลงทุนแบบถาวรให้ประเทศ ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ ที่เห็นด้วยให้มีการจัดตั้ง กมธ. เพื่อช่วยหาแนวทางจัดการปัญหาดังกล่าว รวมทั้งควรจัดให้มีมาตรการที่ขยายผลไปถึงกระทรวงศึกษา ในการจัดการศึกษาได้เบ็ดเสร็จถึงระดับอุดมศึกษา 

ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่

วันเดียวกันนี้ (20 ธ.ค.) มติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 354 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 49 คน กรอบเวลาศึกษา 60 วัน ด้านประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุ มอบเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรศึกษาล่วงหน้าเพื่อเตรียมการสำหรับใช้พื้นที่รัฐสภาใหม่ให้เหมาะสมในอนาคต

ที่มาเรียบเรียงจากเว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา [1] [2]
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์