พปชร. เพิ่มสัดส่วนกรรมการบริหาร 'อนุชา-ไพบูลย์' นั่งรอง หน.-เปลี่ยนโลโก้ใหม่

ผลประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพลังประชารัฐ เพิ่มคณะกรรมการบริหารพรรคเป็น 34 คน จากเดิมที่มี 24 คน และลาออกไป 7 คน เพิ่ม 'อนุชา-ไพบูลย์' เป็นรองหัวหน้าพรรค - เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นวงกลม


ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย

21 พ.ค. 2562 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ โดยมีวาระการประชุมเรื่องการรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 เรื่องเพื่อทราบ ประกอบด้วยรายงานการดำเนินกิจการของพรรค รายงานจำนวนสมาชิกพรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด  ส่วนเรื่องเพื่อพิจารณา เรื่องแก้ไขข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐในส่วนของคณะกรรมการบริหาร และการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพิ่มเติม ทั้งนี้ ปัจจุบันพรรคพลังประชารัฐมีกรรมการบริหารพรรค 24 คน มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี มีกรรมการบริหารพรรคได้ไม่เกิน 45 คน โดยกำหนดการเลือกกรรมการบริหารพรรคใช้วิธีลงคะแนนลับ

ทั้งนี้มีรายงานว่าการประชุมวันนี้จะพิจารณาเพิ่มกรรมการบริหารพรรคอีก 10 คน ซึ่งมีทั้งรัฐมนตรี  ส.ส. ตัวแทนภาค ประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายสุชาติ ชมกลิ่น นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ นายวันชัย ปริญญาศิริ และนายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง 

สำหรับการประชุมวันนี้ (21 ธ.ค.) มีคณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส. สมาชิกพรรคและตัวแทนสาขาพรรคประจำจังหวัดร่วมประชุมประมาณ 500 คน และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ประธานยุทธศาสตร์พรรคสวมแจ๊คเก็ตพรรคเข้าร่วมประชุมด้วย ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แกนนำพรรค ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรค เดินทางมาร่วมประชุมโดยรถพยาบาล และนั่งรถเข็น เข้ามาในห้องประชุม เนื่องจากมีอาการกระดูกทับเส้นประสาท

นายสุริยะ เปิดเผยว่าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างลงพื้นที่ช่วยหาเสียงการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดขอนแก่น  ซึ่งแพทย์ให้พักฟื้น 1-2 สัปดาห์ แต่วันนี้จำเป็นต้องมาร่วมประชุมใหญ่พรรค เพราะเป็นการประชุมสำคัญที่หัวหน้าพรรคต้องการให้เข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งเป็นการประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะกำหนดนโยบายต่าง ๆของพรรคทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 

“ที่สำคัญคือการติดตามการดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน เช่น โครงการมารดาประชารัฐ และกองทุนหมู่บ้านที่กำลังพยายามผลักดันให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นด้วย ดังนั้น จำเป็นต้องคัดเลือกผู้บริหารพรรคที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ยืนยันว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค จะยังไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อความต่อเนื่องในการทำหน้าที่” นายสุริยะ กล่าว 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าที่ประชุมจะตั้งนายอนุชา นาคาศัยแทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค นายสุริยะ กล่าวว่า นายอนุชาช่วยเหลือพรรคในการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ก็เป็นประกาศิตมาแล้วว่าอยากให้นายสนธิรัตน์เป็นเลขาธิการพรรคต่อไป ซึ่งนายอนุชาเองก็เห็นด้วย

ด้านนายสนธิรัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ว่าการประชุมวันนี้เป็นการสรุปภาพรวมการทำงานที่ผ่านมา และจะเพิ่มกรรมการบริหารพรรคให้เข้มแข็งขึ้น โดยจะปรับเปลี่ยน 16 ตำแหน่งเพื่อให้มีสัดส่วนตัวแทนจากทุกภาค เพราะพรรคพลังประชารัฐมี ส.ส.ครบทุกภาค ยืนยันว่าไม่ปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค

ต่อมานายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพลังประชารัฐ ว่าวันนี้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่ได้เป็นการจัดประชุมเพื่อลดเหลี่ยมทางการเมืองของกลุ่มใดหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยที่ประชุมลงคะแนนตั้งคณะกรรมการบริหารเพิ่มเป็น 34 คน จากเดิม 24 คน และลาออกไป 7 คน โดยมีตำแหน่งสำคัญ คือ รองหัวหน้าพรรค 2 คน ได้แก่ นายอนุชา นาคาศัยและนายไพบูลย์ นิติตะวัน

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าส่วนกรรมการบริหารพรรคที่เพิ่ม 17 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 4.นายสุพล ฟองงาม 5.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 6.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 7.นายสุชาติ ชมกลิ่น 8.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 9.นางประภาพร อัศวเหม 10.นายนิโรธ สุนทรเลขา 11.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 12.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ13.นายสกลธี ภัทธิยกุล 14.นายไผ่ ลิกค์ 15.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 16.นายสุรชาติ ศรีบุศกร และ 17.นายนิพันธ์ ศิริธร

นายอุตตม กล่าวว่าส่วนคณะกรรมการบริหารเดิม 17 คนประกอบด้วย 1.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค 2.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค 3.นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ เหรัญญิกพรรค 4.นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค 5.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 6.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 7.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 8.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 9.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ 10 .นายอนุชา นาคาศัย 11 .นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 12.นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 13.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 14.นายอิทธิพล คุณปลื้ม 15.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ 16.นายชวน ชูจันทร์ และ 17.นายสันติ กีระนันท์

“ส่วนการแบ่งหน้าที่ จะต้องประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน จึงจะมอบหมายภารกิจว่าใครจะดูแลด้านใด ซึ่งจะต้องลงทุกพื้นที่ งานด้านยุทธศาสตร์และแผนงานในการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเป็นการเสริมสร้างพลังของพรรคให้เป็นเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้น” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

นายอุตตม กล่าวถึงการที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มสามมิตรเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค ว่า จะทำให้การประสานงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้ใช้ศักยภาพของคนในพรรคได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเกิดผลดีกับการทำงาน 

ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการสลายกลุ่มการเมืองภายในพรรค  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เป็นการสะท้อนว่าพลังประชารัฐคือพลังสามัคคี แม้จะมีความเห็นต่างก็เป็นเรื่องปกติ เวลาทำงานต้องร่วมกัน ซึ่งจะเห็นว่ารายชื่อคณะกรรมการบริหารจะมีตัวแทนจากทุกภาค แกนนำของพรรคที่อยู่ในภาคต่าง ๆ จะได้มาร่วมกันทำงานได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้มากขึ้นด้วย 

“ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค เพราะเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่ที่ประชุมไม่ได้พูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในพรรคเป็นพิเศษ ซึ่ง ส.ส.ของพรรคจะประเมินการทำงานกันเองได้ ขณะเดียวกัน ยังเตรียมเพิ่มสมาชิกพรรค เพื่อรองรับการเลือกตั้งในครั้งต่อไปด้วย”  นายอุตตม กล่าว

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 7 จังหวัดขอนแก่น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มั่นใจว่ามีโอกาสจะได้รับชัยชนะ หลังจากได้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองบางพรรคโจมตีส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐว่ามีคดีหมายจับ เชื่อว่าผู้สมัครสามารถอธิบายได้ 

นายอุตตม กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยใช้แคมเปญเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมทั้งติดแฮชแท็กเลือกตั้งไล่ลุง ว่าผู้สมัครของพรรคยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นเรื่องใหญ่และหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เป็นหลักการของพรรคพลังประชารัฐ ส่วนพรรคอื่นจะเป็นอย่างไร ไม่ทราบ

นายอุตตม กล่าวว่าที่ประชุมพรรคได้พิจารณาเปลี่ยนโลโก้พรรคจากเดิม ที่มีสัญญาลักษณ์เป็นรังผึ้ง 6 เหลี่ยมเป็นวงกลมลายธงชาติ และมีคำว่าพรรคพลังประชารัฐอยู่ตรงกลางเช่นเดิม ที่แสดงถึงความหมายว่าพรรคพลังประชารัฐมีความสามัคคี ไร้เหลี่ยมกลมเกลียว 

ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรณีเป็นผู้ออกแบบโลโก้ใหม่ของพรรคหรือไม่ ว่าช่วยกันออกแบบหลายคน พร้อมกับอวดโลโก้ใหม่ให้สื่อมวลชนดู ก่อนเดินทางกลับทันที 

ทั้งนี้ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคที่ลาออก 7 คน ประกอบด้วย นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ นายณพพงศ์ ธีระวร นางวลัยพร รัตนเศรษฐ นายวิเชฐ ตันติวานิช นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ และน.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์

ที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย [1] [2] [3] [4]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์