ศาล รธน. รับคำร้อง กกต. กรณีเงินกู้ธนาธร-นัดฟังวินิจฉัยเรื่องล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้อง กกต. ชงยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีกู้เงินธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้พรรคยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นัดหมายฟังคำวินิจฉัยกรณีณฐพร โตประยูร แจ้งข้อหาล้มล้างการปกครอง วันที่ 21 ม.ค. 2563

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะร่วมกิจกรรมแฟลชม็อบที่สกายวอล์ค ปทุมวัน เมื่อ 14 ธ.ค. 2562

25 ธ.ค. 2562 ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบ อนค. ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กรณี อนค. กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นได้ โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อผู้ร้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้องได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่าเป็นกรณีที่ กกต. กล่าวอ้างว่าผู้ถูกร้องฝ่าฝืนมาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อผู้ร้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้อง กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยตาม พ.ร.ป. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (13) ประกอบ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรค 1 แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนั้นตั้งแต่ที่ได้รับสำเนาคำร้อง

นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาคำร้องกรณีณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยว่าการกระทำของ อนค. ผู้ถูกร้องที่ 1 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรค อนค. ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ในคดีนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่จำต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันอังคารที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดีชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

เมื่อ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะ กกต. มีมติเสียงข้างมากให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการที่ อนค. กู้ยืมเงินจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. จำนวน 191,200,000 บาท เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

สำหรับ มาตรา 72 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 บัญญัติไว้ว่า

"มาตรา 72 ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

อย่างไรก็ตามคำว่า “ประโยชน์อื่นใด” นี้ มีนิยามไว้ใน พ.ร.ป.ดังกล่าวด้วยว่า "หมายความรวมถึง การให้ใช้ทรัพย์สิน การให้บริการ หรือการให้ส่วนลด โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และการทําให้หนี้ที่พรรคการเมือง เป็นลูกหนี้ลดลงหรือระงับสิ้นไปด้วย"

ขณะที่ มาตรา 92 (3) พ.ร.ป.เดียวกัน ให้อำนาจ กกต. พิจารณาเบื้องต้นหากมีหลักฐานอันควรเชื่อเห็นว่า มีพรรคการเมืองใดกระทำสิ่งที่ต้องห้าามก็ให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า มีการกระทำความผิดจริงให้สั่งยุบพรรคการเมืองนั้น และให้ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์