สมาคมนักข่าว- นสพ. สรุปสื่อปี 62 ล้มลุกคลุกคลานจากมรสุมการเมือง-เทคโนโลยี

รายงานสถานการณ์สื่อรอบปี 2562 จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยระบุ สื่อไทยทรุดหนัก มรสุมทั้งการเมืองแทรกแซงต่อเนื่องแม้เลือกตั้งตั้งเสร็จ จับตาดูกฎหมายหลายฉบับลิดรอนสิทธิ เสรีภาพ เทคโนโลยีหมุนเร็ว สื่อปรับตัววุ่น บางเจ้าปิด บางเจ้าหด 

30 ธ.ค. 2562 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยแพร่ "รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนประจำปี 2562" โดยสรุปว่าปี 2562 เป็นปีแห่งการ "ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่" เนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อถูกท้าทายด้วยสาเหตุทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ หลังจากตกอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างต่อเนื่องติดกันหลายปี ทำให้ต้องเร่งปรับตัวขนานใหญ่ 

แม้กฎหมายพิเศษของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของสื่อถูกยกเลิกไป มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 5 ปี แต่การแทรกแซงมีความซับซ้อนขึ้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศได้จึงสรุปสถานการณ์สื่อ 2 กรณี ดังนี้

1.เกาะติดกฎหมายกระทบเสรีภาพ

รัฐธรรมนูญปี 2560 รับรองสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ในมาตรา 34 และมาตรา 35 ที่บัญญัติให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หลังเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค. 2562 มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพของสื่อมวลชน ประเทศไทยก็เข้าสู่บรรยากาศแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่หลังมีเลือกตั้ง ก็มีการแทรกแซงสื่อได้พลิกแพลงมากขึ้น จากเดิมมีการกดดันโดยโทรศัพท์ไปถึงผู้บริหารสื่อที่เสนอข่าวกระทบต่อผู้มีอำนาจ และได้เพิ่มช่องทางโทรศัพท์หรือประสานไปที่นักข่าวภาคสนามโดยตรง

ท่ามกลางการมีข่าวปลอมระบาด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างมีการเลือกตั้ง องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกันขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงต้องใช้เสรีภาพบนความร่วมผิดชอบร่วมสกัดกั้นข่าวปลอม โดยคำนึงถึงมาตรฐานวิชาชีพที่บัญญัติไว้ในข้อบังคับจริยธรรมของสภาวิชาชีพ โดยสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูล ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ก่อนนำเสนอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในระดับสากล หลังได้รัฐบาลใหม่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบข่าวปลอม บนความหวาดระแวงของประชาชนและองค์กรสื่อว่าจะเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน

ผุดร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมสื่อฯ บทเฉพาะกาลเปิดช่องปลัดนายกฯ-กสทช. เป็น กก.สภาวิชาชีพสื่อฯ

ศูนย์เฟคนิวส์ว่าไง? เพจ 'Gossipสาสุข' แฉ เพจรัฐบาล สร้าง 'Fake News' ดิสเครดิต '30 บาทรักษาทุกโรค'

นอกจากนั้น ยังต้องเกาะติดการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีหลายประเด็นที่อาจจะกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฏีกาคณะพิเศษไปแล้ว รอเข้าคณะรัฐมนตรีก่อนส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยองค์กรสื่อยืนยันหลักการในการกำกับดูแลกันเอง อันเป็นหลักสากลที่นานาประเทศใช้กำกับดูแลเรื่องจริยธรรม ไม่มีตัวแทนฝ่ายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.บ. มั่นคงไซเบอร์แล้ว นิยามภัยกว้าง ค้นบ้าน-ยึดคอมได้

2.ธุรกิจสื่อเจอศึกหนักยิ่งทรุดฮวบ-เร่งปรับโมเดลธุรกิจสู่โอกาสใหม่

ดิจิทัลดิสรัปชันกระหน่ำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวีดิจิทัลเป็นระลอก สำนักงานคณะกรรมการ กสทช. จ่ายค่าชดเชยและยุติการออกอากาศทีวีดิจิทัลจำนวน 7 ช่อง ได้แก่ช่อง26 บริษัทสปริง 26 จำกัด ช่อง 19 บริษัทสปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ช่อง20 บริษัทไบรท์ ทีวี จำกัด ช่อง 21 บริษัทวอยซ์ ทีวี จำกัด ช่อง 14 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ช่อง 28 บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัดและช่อง 13 บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ที่เหลืออีก 15 ช่องต้องแข่งขันกันเพิ่มเรตติ้งเพื่อชิงงบโฆษณา

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่ถูกพิษดิจิทัลดิสรัปชันหนักที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปรับข่าวสารบนออนไลน์แทน ในที่สุดหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวเขียว “ไทยรัฐ” ก็เปิดโครงการให้พนักงานลาออกด้วยความสมัครใจอีกครั้งในช่วงต้นปี ส่วนหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ THE NATION หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ฟรี M2F และหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ได้ยุติการตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ นำเสนอเนื้อหาเข้าสู่เว็บไซต์เต็มตัว พร้อมเลิกจ้างพนักงานบางส่วน

หนังสือพิมพ์สยามกีฬา ควบรวมหนังสือพิมพ์และนิตยสารในค่ายสยามสปอร์ต ไว้ในฉบับฟุตบอลสยาม มวยสยามและสยามกีฬา โดยนำเสนอเนื้อหาบางส่วนของฟุตบอลสยามและมวยสยามผ่านเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ภาคเหนืออย่างไทยนิวส์ทิ้งท้ายเดือน ธ.ค. 2562 ด้วยลดจำนวนหน้าจาก 16 หน้าเหลือ 12 หน้า สรุปได้ว่า บนเงื่อนไขดิจิทัลดิสรัปชั่น กองบรรณาธิการ นักข่าว ต่างเร่งปรับตัวในช่วงวิกฤตให้เป็นความท้าทายโดยเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มสู่กลุ่มเป้าหมาย พันธมิตรทางธุรกิจ สู่โมเดลธุรกิจสื่อใหม่เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์