'ชวน' ระบุปี 2563 ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ 2 ครั้ง

'ชวน หลีกภัย' ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้การเมืองปี 2563 ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ถึง 2 ครั้ง 'เพื่อไทย' เตรียม 25 ส.ส. อภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี มั่นใจมีข้อมูลหลักฐานเด็ดเป็นประโยชน์ล้มรัฐบาลได้

31 ธ.ค. 2562 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 เกี่ยวกับการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติว่าการเมืองในปีหน้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยฝ่ายค้านสามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้สองครั้ง เพราะในปี 2563 จะมีสมัยประชุมสภาปีที่ 1 และปีที่ 2 ซึ่งคงต้องรอดูต่อไปว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด ทั้งนี้โดยทั่วไปในสภารัฐบาลมีเสียงข้างมากแม้จะไม่เกิน 25 เสียงก็ตาม ก็สามารถนับคะแนนใหม่ได้ทุกครั้ง และด้วยระบบของรัฐสภา รัฐบาลนั้นต้องอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบมากกว่า

ประธานรัฐสภายังได้ระบุการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปีที่ผ่านมาว่าภาพรวมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรเริ่มแรกตอนเปิดสภา อาจยังปัญหาเรื่องความไม่พร้อมของสถานที่ จึงมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน เพราะไม่มีสภาชุดไหนที่เลือกตั้งแล้วไม่มีสภาเป็นของตัวเอง แต่ปัจจุบันเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรค ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญของงานสภาฯ ในฐานะเป็นผู้ออกกฎหมาย และสมาชิกทุกคนต้องทำหน้าที่อย่างมีเกียรติและเพื่อประโยชน์ของประชาชน 

นายชวน กล่าวว่าฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ในกรอบของข้อบังคับ ที่ผ่านมาถือว่างานสภาฯ เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ทั้งหมดเป็นไปได้เพราะการได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในส่วนของการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ต้องจัดสรรเวลาการทำงานเพื่อไม่ให้กระทบกับการประชุม และในฐานะประธานสภาฯ ได้พยายามทำให้มาตรฐานสภาเป็นที่ยอมรับได้ว่านี่คือ ฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าที่ได้จริงๆ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น พร้อมปรับไปในทางที่ดีขึ้นโดยลำดับ

ประธานรัฐสภายังกล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมาว่าเกิดองค์ประชุมล่มและการใช้เอกสิทธิ์สวนกับมติของพรรค โดยย้ำว่าตามหลักแล้วคนของรัฐบาลที่เข้ามาร่วมรัฐบาล ก็ต้องเคารพกติกาของการร่วมรัฐบาล แต่ที่เกิดเหตุการณ์สภาฯล่มไปสองครั้งนั้น ความจริงครั้งหนึ่งเป็นความจงใจของฝ่ายรัฐบาลด้วยที่ไม่ต้องการให้ครบองค์ประชุม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมายังไม่ถือว่าร้ายแรง แม้จะมีปัญหาที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่ร่วมลงคะแนน แต่มองว่าพรรคร่วมรัฐบาลรู้ดีว่าต้องปฏิบัติอย่างไร

นายชวนยังยืนยันครึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งที่จะมีฝ่ายไหนก็ตามมาขอให้ตนเองทำผิดทำนองครองธรรม มีแต่ตนเองที่ขอร้องให้มาร่วมประชุม ด้วยความหวังดีต่อกันเพื่องานของบ้านเมือง ประชาธิปไตยจะอยู่ได้ก็มีประสิทธิภาพด้วย ถ้าประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ คนจะเอนเอียงนิยมในเผด็จการ แล้วก็เป็นที่มาของความหายนะในที่สุด ปัญหาของประชาชนต้องมาสู่รัฐบาลได้โดยผ่านกระบวนการของสภาฯ ตามระบบนี้

นายชวนยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยยืนยันว่าได้ติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญฯเข้ามาติดตามตรวจสอบแล้ว สำหรับเรื่องโครงสร้างอาคารต่างๆ สามารถแก้ไขได้เล็กน้อย เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น เช่น เรื่องห้องน้ำ หรือเรื่องความร้อนภายในอาคารรัฐสภา เป็นต้น

'เพื่อไทย' เตรียม 25 ส.ส. อภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี มั่นใจมีข้อมูลหลักฐานเด็ดเป็นประโยชน์ล้มรัฐบาลได้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกและกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ ระบุเกรงฝ่ายค้านจะไม่มีข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ได้จัดเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไว้แล้วจำนวน 25 คน จัดหมวดหมู่ แบ่งลักษณะพฤติกรรมและการกระทำที่นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี ถึงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะได้รู้ว่า การตรวจสอบโดยกลไกและเครื่องมือที่เข้มข้นของระบบรัฐสภา จะเป็นอย่างไร 

“จะมาชี้นิ้วด่ากราด ส.ส.ในสภา เหมือนที่แล้วมาไม่ได้ ส.ส.ไม่ใช่ลูกน้อง หรือกำลังพลในค่ายทหารของใคร ส่วน ส.ว.สรรหาจะยอมรับว่า เป็น สภาทหารเกณฑ์ ก็สารภาพไป แต่งานนี้ พี่เลี้ยงลง ไม่มีตัวช่วย ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ประชาชนได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ส่วนรัฐมนตรีที่น้อยเนื้อต่ำใจได้กระทรวงเกรดซี เกรดดี งบน้อย อยากขยับขยายไปคุมกระทรวงเกรดสูงขึ้น งบมากขึ้น รอลุ้นได้เลย เพราะข้อมูลซักฟอกที่อยู่ในมือพรรคเพื่อไทยขณะนี้ ชัดเจนมาก ทั้งในส่วนพรรคแกนหลักและพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งในส่วนของ พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯได้แน่นอน” นายอนุสรณ์ กล่าว

'ภูมิธรรม' ยันจัดการงูเห่าเด็ดขาด ฝ่ายค้านยังเหนียวแน่น

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการในการจัดการกับงูเห่าของพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับว่าภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญเอื้อต่อการเกิดงูเห่าได้ตลอดเวลา แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว และเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยได้ให้ ส.ส 3 คนที่ขัดมติพรรคเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว จากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบจะทำรายงานสรุปส่งมายังกรรมการบริหารพรรค ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งต่อสาธารณะชนให้ทราบต่อไป แต่ยืนยันว่าหากผิดจริงจะมีมาตรการที่ชัดเจนและเด็ดขาดในการจัดการกับงูเห่า

“เหตุผลที่ยังไม่สามารถขับงูเห่าออกจากพรรคเพื่อไทยได้เนื่องจากงูเห่าของพรรคเพื่อไทยต่างจากพรรคอนาคตใหม่ตรงที่พรรคอนาคตใหม่โหวตสนับสนุนรัฐบาลบ่อยครั้งซึ่งทำให้เห็นจุดยืนที่ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่เราต้องสอบสวนให้ชัดเจนและฟังคำอธิบายก่อน”นายภูมิธรรมกล่าว

ส่วนการทำงานของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านหลังพบว่าบางพรรคการเมืองอย่างพรรคเศรษฐกิจใหม่มีพฤติกรรมโหวตสนับสนุนรัฐบาลว่าส่วนตัวมองว่าเป็นความเห็นต่างมากกว่า ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละพรรคการเมืองก็มีจุดยืนของตัวเอง แต่ทั้ง7 พรรคมีการกำหนดทางเดินร่วมกัน2 เรื่องใหญ่ คือการแก้กติกาที่เป็นธรรม และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งหากเรื่องใดกระทบกับพี่น้องประชาชนการพูดคุยก็ยิ่งต้องชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการทำงานร่วมทั้ง 7 พรรค แม้ว่าการทำงานจะต่างกันแต่มีเป้าหมายเดียวกัน พร้อมยืนยันว่าการทำงานภายในไม่มีปัญหา และจากการพูดคุยยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ที่มาเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย [1] [2] [3] [4]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์