รอบโลกแรงงาน ธันวาคม 2019

3 แรงงานไทยตกทะเลเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ สาหัส 2 ที่ไต้หวัน

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2019 ที่ไซต์งานบริษัท Pan Asia Corporation ณ ท่าเรือไทเป เขตปาหลี่ นครนิวไทเป ซึ่งว่าจ้างแรงงานไทย 168 คน ทำงานหล่อลูกปูนหรือแท่นปูนฐานรากแบบกล่อง จำนวน 300 ลูก เพื่อนำไปถมกันคลื่นทะเล สำหรับโครงการก่อสร้างสถานีรับและจ่ายแก๊สแห่งที่ 3 ของบริษัทการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC ที่จะก่อสร้างในอีก 2 ปีข้างหน้า

ขณะที่เรือกำลังลากลูกปูนที่กำลังสร้างเสร็จเป็นลูกที่ 11 ไปวางยังจุดเก็บนอกชายฝั่ง สันนิษฐานว่ากับตันเรือไม่คุ้นกับร่องน้ำและลากแท่นปูนด้วยลวดสลิงเส้นเดียว ทำให้เกิดการเอียงและพลิกคว่ำ แรงงาน 7 คน ประกอบด้วยแรงงานไทย 6 คนและแรงงานชาวไต้หวัน 1 คน ซึ่งอยู่ในแท่นปูนเพื่อคอยเปิดวาล์วให้น้ำเข้าให้แท่นปูนจมลงเมื่อไปถึงจุดวาง ร่วงตกลงในน้ำ แม้แรงงานทุกคนจะสวมเชื้อชูชีพ แต่แรงดูดของน้ำทะเล ทำให้จมลงในน้ำทั้งหมดปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

กับตันเรือรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ หน่วยกู้ภัยจากกองดับเพลิงนครนิวไทเปรุดไปที่เกิดเหตุ ช่วยเหลือแรงงานทั้ง 7 ขึ้นฝั่ง ปรากฏว่า 3 แรงงานไทย ได้แก่นายพิพัฒน์ แสนโคตร อายุ 54 ปี มาจากอุดรธานี นายวรศักดิ์ ดัดคิด อายุ 41 ปี มาจากสุโขทัย และนายชโย หงษาวงษ์ อายุ 54 ปี จากจังหวัดนครพนม สิ้นลมหายใจแล้ว แรงงานไทย 2 รายอาการสาหัส แรงงานไทยอีก 1 รายและแรงงานชาวไต้หวันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งหมดถูกแยกย้ายส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแมคเคย์ เมมโมเรียล สาขาตั้นสุ่ย และโรงพยาบาลฉางเกิง สาขาหลินโข่ว น่าเสียใจที่แพทย์ไม่สามารถกู้ชีวิตแรงงานไทยที่สิ้นลมหายใจทั้ง 3 รายกลับคืนมาได้ ส่วนแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 ราย หลังรับการรักษาอาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลกลับไปยังแคมป์พักแล้ว

ด้านสำนักงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้โดยละเอียดแล้ว รวมถึงระบบความปลอดภัยที่นายจ้างจะต้องจัดหาให้ เช่นมีการสวมเสื้อชูชีพที่ได้มาตรฐานหรือไม่เป็นต้น

ด้านสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ช่วยทายาทแรงงานไทยที่เสียชีวิตทั้ง 3 รายเจรจาค่าชดใช้และสิทธิประโยชน์กับนายจ้าง ขณะเดียวกันกำชับนายจ้างจะต้องแก้ปัญหา รับรองความปลอดภัย และได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานแล้ว จึงจะรื้อฟื้นการทำงานได้

ที่มา: Radio Taiwan International, 1/12/2019

เวียดนามเรียกร้องลดเวลาทำงานเหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เวียดนามเตรียมผลักดันการลดเวลาทำงาน เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากเดิมที่ชาวเวียดนามต้องทำงาน 48 ชั่วโมง หรือ 6 วันต่อสัปดาห์ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังผลักดันให้ชั่วโมงการทำงานลดลงต่ำกว่านั้น

เหวียน เตียน นาน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามแห่งนครโฮจิมินห์ หนึ่งในผู้ที่สนับสนุนการปรับลดเวลาทำงานให้เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยให้ความเห็นว่าชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น และเพิ่มปัญหาและความเครียดในครอบครัว

ขณะที่ เหวียน ถิ ซวน สมาชิกสภาแห่งชาติเวียดนาม แสดงความกังวลว่ามีหลายบริษัทในเวียดนามที่ให้พนักงานทำงานล่วงเวลามากเกินไป และทางการจำเป็นต้องปกป้องมาตรฐานด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของแรงงานในประเทศด้วย เวียดนามมีชั่วโมงทำงานตามกฎหมายที่ 48 ชั่วโมง หรือ 6 วันต่อสัปดาห์ สำหรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ข้าราชการ พนักงานรัฐ และพนักงานบริษัททั่วไป มีกำหนดชั่วโมงทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ตอนนี้มีหลายประเทศพยายามปรับลดเวลาทำงานลงกว่านั้น อย่างชิลีและออสเตรเลีย ปรับลดเวลาทำงานลง 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมทั้งมีบริษัท อาทิ ไมโครซอฟต์ ทดลองปรับเวลาทำงาน จากเดิม 5 วันให้เหลือเพียง 4 วัน ซึ่งพบว่าพนักงานมีประสิทธิภาพและผลิตภาพในการทำงานมากขึ้น และฝรั่งเศสสั่งห้ามใช้อีเมลที่ทำงานนอกเวลางานสำหรับพนักงานบางกลุ่ม

ที่มา: VOA, 5/12/2019

ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้าในไต้หวันที่ไม่สวมหมวกกันน็อค 58% เป็นแรงงานต่างชาติ

นับตั้งแต่ประกาศใช้กฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้า เมื่อ 1 ต.ค. 2019 ที่ผ่านมา ตำรวจปฏิบัติการตรวจเข้มทั่วไต้หวันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบด้วยการไม่สวมหมวกกันน็อคหรือปรับแต่งความเร็วรถโดยพลการจำนวนมาก ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นแรงงานต่างชาติ และแรงงานต่างชาติเหล่านี้ มักจะบ่นขณะโดนปรับว่า ขี่รถจักรยานไฟฟ้าทำไมต้องสวมหมวกกันน็อค ด้านตำรวจกังวลว่า การกวดขันจับกุมอย่างเข้มงวดดังกล่าวจะฝ่าฝืนหลักการลงโทษที่ได้ส่วนกับความผิดหรือไม่

หลังจากประกาศใช้กฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้า เฉพาะในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจนครนิวไทเปจับและปรับผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบใหม่การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าได้ 2,067 ราย ในจำนวนนี้ ร้อยละ 99 หรือ 2,047 รายถูกปรับเพราะไม่สวมหมวกกันน็อค อีก 20 รายถูกปรับข้อหาปรับแต่งความเร็วรถจักรยานไฟฟ้า และในจำนวนผู้ถูกลงโทษร้อยละ 58 เป็นแรงงานต่างชาติ ตัวเลขนี้พอๆ กับเมืองอื่นๆ เช่นนครไทจงและไถหนานก็เช่นเดียวกัน

ที่มา: Radio Taiwan International, 6/12/2019

ชาวฝรั่งเศสประท้วงหยุดงานทั่วประเทศ ต้านปฏิรูประบบบำนาญ

ชาวฝรั่งเศสหลายหมื่นคนร่วมประท้วงหยุดงานทั่วประเทศในวันที่ 5 ธ.ค. 2019 เพื่อต่อต้านมาตรการปฏิรูประบบเงินบำนาญของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาคร็อง ซึ่งการปฏิรูปดังกล่าวหมายความว่า คนทำงานส่วนใหญ่ในฝรั่งเศสจะต้องยืดเวลาการเกษียณอายุการทำงานออกไป หรือได้รับสวัสดิการเงินบำนาญน้อยลง

การประท้วงหยุดงานทำให้การคมนาคมขนส่งต่าง ๆ เป็นอัมพาต โรงเรียนปิดทั่วประเทศ โรงพยาบาลไม่มีคนทำงานเพียงพอ และบริการพื้นฐานต่าง ๆ ของรัฐบาลต่างหยุดชะงัก ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงปารีส รวมทั้งหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ร ต่างปิดบริการบางส่วนหรือทั้งหมด

การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ รวมทั้งในกรุงปารีส และในเมืองอื่น ๆ มากกว่า 20 เมือง แต่มีบางจุดที่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ที่ซึ่งผู้ประท้วงจุดไฟเผารถเทรลเลอร์ และตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา รวมทั้งที่เมืองน็องต์ส และเมืองลียง

สำนักงานตำรวจกรุงปารีสระบุว่า ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อีก 6,000 นายเพื่อรับมือการประท้วงใหญ่ครั้งนี้แล้ว ด้านบรรดาผู้นำสหภาพแรงงานประกาศว่าการประท้วงจะดำเนินต่อไปจนกว่าประธานาธิบดีมาคร็อง จะยอมยกเลิกแผนปฏิรูปดังกล่าว

ที่มา: VOA, 6/12/2019

UBER เผยผู้โดยสารร้องเรียนเหตุล่วงละเมิดทางเพศกว่า 3,000 ราย เมื่อปี 2018

บริษัทแอพพลิเคชั่นให้เรียกรถโดยสารไม่ประจำทาง UBER เปิดเผยว่ามีผู้โดยสารร้องเรียนการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า 3,000 รายในสหรัฐฯ เมื่อปี 2018 โดย UBER เปิดเผยรายงานด้านความปลอดภัยความยาว 84 หน้าเมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2019 ซึ่งทางผู้บริหาร UBER โทนี เวสต์ บอกว่าการเปิดเผยเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการแอพพลิเคชั่นจะเป็นความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์องค์กร แต่เป็นสิ่งที่ทุกบริษัทควรใส่ใจ และยืนยันว่าผู้โดยสาร 99.9% จากยอดการใช้บริการในหลักหลายพันล้านครั้งของ UBER ปลอดภัยจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้

ในรายงานด้านความปลอดภัยเน้นไปที่ผู้โดยสารในสหรัฐอเมริกา แต่ทางบริษัทมองว่าปัญหาการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการข่มขืน ที่เกิดขึ้นกับการใช้บริการแอพพลิเคชั่น UBER ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลทั่วโลกเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ UBER ร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการใช้ความรุนแรงทางเพศ เพื่อหาวิธีในการยกระดับความปลอดภัยกับการเดินทางรูปแบบนี้ เช่น การเพิ่มระบบการส่งข้อความไปหาตำรวจระหว่างการเดินทางไปกับรถโดยสารของ UBER

ที่มา: VOA, 7/12/2019

อัตราการว่างงานสหรัฐฯ ลดลงอยู่ที่ 3.5% ต่ำสุดใน 50 ปี

การจ้างงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 266,000 ตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงจากระดับ 3.6% เมื่อเดือนตุลาคม เป็น 3.5% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ตามรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ

ตัวเลขของกระทรวงแรงงานยังชี้ด้วยว่า อัตราค่าแรงในอเมริกาเพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือน พ.ย. 2019 เทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้ ทำให้ดัชนีดาวน์โจนส์เพิ่มขึ้นกว่า 300 จุดในการซื้อขายในที่ 6 ธ.ค. 2019 ตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนี้ถือว่าผิดความคาดหมายเล็กน้อย เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่านายจ้างในสหรัฐฯ อาจจะยังไม่ต้องการจ้างงานเพิ่มในช่วงนี้ สืบเนื่องจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งในปัจจุบันถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจมีความมั่นคง และพร้อมที่จะใช้เงินจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้นซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจอเมริกัน คาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสดใสนี้จะทำให้ระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังไม่ใช้นโยบายลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในสัปดาห์หน้า หลังจากที่ลดดอกเบี้ยมาแล้วสามครั้งในปีนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ที่มา: VOA, 7/12/2019

กลุ่ม NGO ไต้หวันและแรงงานต่างชาติชุมนุมเรียกร้องเลิกระบบจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน

เมื่อที่ 8 ธ.ค. 2019 ที่ผ่านมา เครือข่ายสนับสนุนและเสริมพลังแรงงานย้ายถิ่นในไต้หวัน (MENT) ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่ม NGO พร้อมด้วยแรงงานต่างชาติประมาณ 500 คน ได้เดินขบวนในกรุงไทเปประท้วงบริษัทจัดหางานขูดรีดแรงงาน เรียกร้องพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 พรรคแสดงจุดยืนก่อนการเลือกตั้ง เลิกระบบการส่งโดยบริษัทจัดหางาน หันไปใช้ระบบการจัดส่งโดยรัฐต่อรัฐหรือ G2G ขณะที่ขอร้องให้กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญและตรวจสอบอย่างจริงจังต่อปัญหาการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาใหม่จากแรงงานต่างชาติของบริษัทจัดหางาน

เครือข่ายสนับสนุนและเสริมพลังแรงงานย้ายถิ่นในไต้หวันกล่าวว่า แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานช่วยไต้หวันพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาเป็นเวลานานถึง 30 ปีแล้ว แต่ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทจัดหางานอาศัยการผูกขาดด้านข้อมูลการทำงาน หาผลประโยชน์จากแรงงานต่างชาติและนายจ้าง มีคดีมากมายยืนยันได้ว่า บริษัทจัดหางาน ซึ่งเก็บค่าใช้จ่ายและควรบริการดูแลแรงงานต่างชาติ แต่กลับกลายเป็นผู้กดขี่สิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ขณะที่รัฐบาลไม่ได้ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติเท่าที่ควร

ที่มา: Radio Taiwan International, 8/12/2019

อัตราการว่างงานไตรมาส 3/2019 ของสิงคโปร์เพิ่มเป็น 2.3% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสิงคโปร์เผยว่า อัตราการว่างงานในไตรมาสสามของสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นแตะที่ระดับ 2.3% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 2.2% ส่งผลให้เป็นอัตราการว่างงานสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

กระทรวงแรงงานสิงคโปร์เผยว่า อัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลสืบเนื่องจากความกังวลท่ามกลางความไม่นอนทางเศรษฐกิจ โดยพบว่าผู้ว่างงานส่วนใหญ่มีทักษะไม่เหมาะสมกับตลาดแรงงานและตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ โดยอุตสาหกรรมในภาคบริการเป็นสัดส่วนที่ยังกำลังต้องการแรงงานมากที่สุด ซึ่งรวมไปถึงตำแหน่งงานในระดับผู้บริหารและช่างเทคนิคในธุรกิจภาคบริการด้วยเช่นกัน

ที่มา: Microsoft News, 12/12/2019

การเลิกจ้างผิดกฎหมายในสหรัฐฯ เกือบ 20% เป็นการเลิกจ้างคนทำกิจกรรมสหภาพแรงงาน

นายจ้างพยายามกีดกันพนักงานไม่ให้จัดตั้งสหภาพแรงงานในที่ทำงาน จากรายงานสำรวจของสถาบันนโยบายเศรษฐกิจ (Economic Policy Institute-EPI) ซึ่งเป็นสถาบันนักคิดฝ่ายซ้าย ในรายงานยังพบว่า นายจ้างกระทำผิดกฎหมายสหพันธรัฐหลายข้อ โดยเฉพาะเลิกจ้างพนักงานที่ทำกิจกรรมสหภาพแรงงาน เป็นสัดส่วนถึง 20% ของผู้ที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งตัวเลขผลสำรวจนี้มาจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (NLRB)

รองผู้อำนวยการของสหพันธ์แรงงานและสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา (American Federation of Labor and Congress of Industrial Organizations หรือ AFL-CIO) ระบุว่าในความเป็นจริงตัวเลขการสำรวจการละเมิดกฎหมายของนายจ้างเหล่านี้ยังดูต่ำไป สหพันธ์แรงงาน AFL-CIO เป็นองค์กรแรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา มีสมาชิกกว่า 50 สหภาพแรงงานและเป็นตัวแทนของแรงงานทั่วประเทศกว่า 12.5 ล้านคนซึ่งมีอาชีพตั้งแต่นักบินจนถึงครู

ที่มา: Yahoo Finance, 12/12/2019

Dentsu เอเจนซียักษ์ใหญ่ เตรียมปลดพนักงาน 1,400 คน ใน 7 ประเทศ

Dentsu บริษัทเอเจนซียักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ประกาศจะเลิกจ้างพนักงานประมาณ 1,400 คนในตลาดต่างประเทศ 7 แห่ง เพื่อปรับโครงสร้างบิรษัท คาดว่าการปลดดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายราว 2.48 หมื่นล้านเยน โดยจะมุ่งไปที่กลุ่มครีเอทีฟ CRM และสื่อ

ที่มา: Nikkei, 17/12/2019

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ แจกโบนัสพนักงานเฉลี่ยคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

บริษัท St. John Properties บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในรัฐแมรีแลนด์ ใกล้กับกรุงวอชิงตัน เซอร์ไพรส์พนักงาน 198 ชีวิต ด้วยการแจกโบนัสเฉลี่ยคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในงานปาร์ตี้ช่วงต้นเดือน ธ.ค. 2019 หลังจากที่บริษัททำยอดขายทะลุเป้าในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา

ทีมงานได้ส่งตั๋วเครื่องบินพร้อมจ่ายค่าที่พักให้พนักงานที่เดินทางมาจาก 8 สาขาทั่วอเมริกา พร้อมกับแจกซองให้กับพนักงานแต่ละคน โดยระบุตัวเลขโบนัสเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งผู้ที่โบนัสสูงสุดคือ 270,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนคนที่ได้โบนัสน้อยที่สุดอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา: CNBC, 18/12/2019

รัฐบาลเม็กซิโกตกลงขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อวันอีก 20%

รัฐบาลเม็กซิโกตกลงขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อวันอีก 20% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 โดยค่าจ้างขั้นต่ำต่อวันใหม่ ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2019 เป็นต้นไป จะอยู่ที่วันละ 123.22 เปโซ ประธานาธิบดี Lopez Obrador ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ธ.ค. 2018 ได้ประกาศไว้ว่าจะลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในเม็กซิโก ที่ซึ่งประชาชนเกือบครึ่งประเทศอยู่ในภาวะยากจน เพราะแรงงานเกือบ 11 ล้านคน ได้ค่าจ้างแค่ค่าจ้างขั้นต่ำ

ที่มา: Los Angeles Times, 18/12/2019

รัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มเจรจาสหภาพแรงงานหาทางยุติการประท้วงหยุดงาน

รัฐบาลฝรั่งเศสและตัวแทนสหภาพแรงงานเริ่มการเจรจาในวันที่ 18 ธ.ค. 2019 เพื่อหาทางออกเรื่องแผนปฏิรูประบบเงินบำนาญที่เป็นชนวนให้เกิดการประท้วงและหยุดงานทั่วประเทศในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เอดวาร์ด ฟิลิปเป้ เริ่มการเจรจากับผู้นำสหภาพแรงงานตามข้อเสนอของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาคร็อง แต่ภายหลังการเจรจา ผู้นำสภาพแรงงาน CGT กล่าวว่ายังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างทั้งสองฝ่าย

ด้านแหล่งข่าวใกล้ชิดผู้นำฝรั่งเศส ระบุว่าหากสามารถจัดทำข้อตกลงระหว่างรับบาลกับสภาพแรงงานบางแห่งได้ การประท้วงครั้งนี้น่าจะอ่อนกำลังลง ขณะเดียวกัน ชาวฝรั่งเศสกว่า 6 แสนคนเดินขบวนทั่วประเทศเป็นวันที่ 14 เพื่อต่อต้านแผนปฏิรูประบบบำนาญของฝรั่งเศสที่จะเพิ่มระดับอายุผู้เกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี และปรับเปลี่ยนอัตราเงินบำนาญไปขึ้นกับจำนวนปีการทำงาน จากเดิมที่ขึ้นอยู่กับอัตรารายได้สูงสุด

การประท้วงหยุดงานทำให้การคมนาคมขนส่งต่าง ๆ ในกรุงปารีสส่วนใหญ่ต้องปิดบริการไปด้วย รวมถึงรถไฟใต้ดิน รถไฟระหว่างเมือง และสายการบินจำนวนมากถูกยกเลิกสำนักงานการรถไฟฝรั่งเศสเตือนว่าหากการประท้วงยืดเยื้อต่อไปอาจทำให้รถไฟต้องปิดบริการในช่วงเทศกาลคริสต์มาสปลายปีนี้ด้วย

ที่มา: VOA, 19/12/2019

คนงานสิ่งทอในพม่าหยุดงานประท้วงนายจ้างจีน หลังได้ข้อตกลงไม่ครบ

คนงานสิ่งทอโรงงานของจีนในพม่าประท้วง หลังยื่นข้อเรียกร้อง 57 ข้อ แต่ยังเหลือเจรจา 8 ข้อ ทางการท้องถิ่นพยายามติดต่อนายจ้างจีนเจรจาอีกครั้ง เพราะคนงานออกมาประท้วงเรื่อยๆ คนงานสิ่งทอโรงงานฮั่วเม้ง (Hua Meng) จากชุมชน Kan-Gyi-Htaunt ประท้วงเป็นเวลา 10 วัน มาแล้วและยังปักหลักต่อสู่ต่อ แม้รัฐบาลเขตปกครองอิรวดีเรียกร้องให้เจ้าของโรงงานมาเจรจากับลูกจ้างแล้วก็ตาม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2019 คนงานยื่นข้อเรียกร้อง 57 ข้อ หลังจากมีการปรับปรุงไปแล้วบางข้อ ยังคงเหลือเจรจา 8 ข้อทว่าจากนั้นคนงานไปฟ้องศาล แต่ไม่พอใจคำตัดสินของศาล พวกเขาจึงเริ่มนัดหยุดงานเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2019

ที่มา: Eleven Myanmar, 19/12/2019

สำรวจพบผู้อนุบาลในไต้หวัน 84% ไม่มีโอกาสได้หยุดพักผ่อนในวันหยุด ร่วม 30% เงินเดือนยังอยู่ที่ 15,840 เหรียญไต้หวัน

ปัจจุบันในไต้หวันมีผู้อนุบาลในครัวเรือ 257,000 คน แต่จากการเผยแพร่ผลสำรวจของมูลนิธิลี่ซิน (The Garden of Hope Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ห่วงใยสิทธิประโยชน์ของผู้ด้อยโอกาสพบว่า ผลการสำรวจผู้อนุบาล 510 คน มีร้อยละ 21 ถูกยึดเอกสารสำคัญ อาทิ หนังสือเดินทางและใบถิ่นที่อยู่เป็นต้น ร้อยละ 84 ไม่มีโอกาสพักผ่อนในวันหยุด นอกจากนี้ ยังพบผู้อนุบาลร้อยละ 40 ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือใช้ความรุนแรงจากนายจ้าง ส่วนผู้อนุบาลที่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุโดยลำพัง ร้อยละ 30 ไม่เคยได้หยุดพักผ่อนเลยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า ความพึงพอใจในการทำงานและการได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ของผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือน ขึ้นอยู่กับการทำงานดูแลผู้ป่วยโดยลำพังแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ จึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ขยายมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้อนุบาล

มูลนิธิลี่ซินกล่าวว่าการสำรวจครั้งนี้ ได้สำรวจผู้อนุบาลในครัวเรือนสัญชาติฟิลิปปินส์ 400 ราย อินโดนีเซีย 104 ราย และเวียดนาม 6 ราย สาเหตุที่การสำรวจของแต่ละชาติแตกต่างกัน เป็นเพราะการสำรวจประสบอุปสรรคมากมาย โดยผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ยินดีให้ความร่วมมือตอบปัญหามากที่สุด ขณะที่ผู้อนุบาลเวียดนามติดต่อยากที่สุด ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า กฎหมายมีการกำหนดห้ามนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานยึดเอกสารสำคัญของแรงงานต่างชาติ แต่ยังพบว่า ผู้อนุบาลร้อยละ 20 ถูกยึดเอกสารสำคัญส่วนตัวอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด อาทิ หนังสือเดินทาง ใบถิ่นที่อยู่หรือบัตรประกันสุขภาพ มีผู้อนุบาลร้อยละ 84 ต้องดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุแต่โดยลำพัง แม้นายจ้างส่วนใหญ่กล่าวว่า ได้ให้ผู้อนุบาลได้พักผ่อนในวันหยุด แต่ผู้อนุบาลกล่าวว่า ในวันหยุดต้องทำงานหนักกว่าวันปกติ เพราะในวันหยุด นายจ้างอยู่บ้านและมักจะมีญาติพี่น้องมาเยี่ยมเยือน จะต้องหุงข้าวทำอาหารเพื่อเลี้ยงสมาชิกครอบครัวของนายจ้าง นอกจากนี้ ค่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งได้รับการปรับขึ้นเป็น 17,000 เหรียญไต้หวันตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2558 แต่ยังคงมีนายจ้างบางรายไม่ยอมปรับขึ้นค่าจ้าง ยังคงจ่ายค่าจ้าง 15,840 เหรียญ ส่งผลให้ผู้อนุบาลในครัวเรือนร้อยละ 30 ได้รับค่าจ้างไม่ถึง 17,000 เหรียญไต้หวัน

ที่มา: Radio Taiwan International, 20/12/2019

เงินบริจาคให้แรงงานนัดหยุดงานในฝรั่งเศสทะลุ 1 ล้านยูโร

เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2019 สมาพันธ์แรงงานฝรั่งเศส (CGT) ประกาศว่า เงินบริจาคให้แก่พนักงานขนส่งมวลชนในฝรั่งเศสที่กำลังนัดหยุดงานรวบรวมได้ถึง 1 ล้านยูโรแล้ว เนื่องจากคนงานที่กำลังนัดหยุดงานประท้วงในฝรั่งเศสจะไม่ได้ค่าจ้างและเงินกองทุนจากสหภาพแรงงาน จึงจัดให้มีการตั้งกล่องบริจาคแทน เพื่อสนับสนุนคนงานดังกล่าว เงินบริจาครวบรวมมาจากประชาชนทั่วไปและจะมอบให้คนงานทุกคน การขอรับบริจาคสามารถเป็นเครื่องมือประเมินระดับการสนับสนุนการนัดหยุดงานจากสาธารณชนได้

สมาพันธ์แรงงาน CGT ซึ่งเป็นหนึ่งในสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งและเป็นตัวแทนของคนขับรถไฟ ประกาศว่า ยอดบริจาคสูงถึง 1 ล้านยูโรนับตั้งแต่วันแรกของการหยุดงานประท้วงเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2019 ที่ผ่านมา โดยก่อนการนัดหยุดงานจะเริ่ม ประชาชนประมาณ 60% กล่าวว่า พวกเขาสนับสนุนการนัดหยุดงาน และเมื่อสองสัปดาห์ผ่านไป มีประชาชนไม่มาก ประมาณ 54% ให้การสนับสนุน นอกจากนี้การรับบริจาคยังมาจากสหภาพแรงงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ที่มา: thelocal.fr, 27/12/2019

แรงงานต่างชาติภาคเกษตรชุดแรกเดินทางมาถึงไต้หวันปลายเดือน ธ.ค. 2019

เพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน ไต้หวันได้เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติภาคการเกษตร 2 ประเภท ได้แก่ธุรกิจฟาร์มโคนม และจ้างเหมาบริการภาคการเกษตร ประเภทละ 400 คน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2019 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นการนำเข้าครั้งแรก ประเทศผู้ส่งออกยังไม่มีความมั่นใจหรือยังไม่มีกฎระเบียบรองรับ จึงทำให้การนำเข้าแรงงานต่างชาติเกิดความล่าช้า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีแรงงานไทยเดินทางเข้ามาแล้วเป็นชาติแรก จำนวน 6 คน ในจำนวนนี้ มี 1 คนเดินทางมาทำงานที่ Ma Ming Farm ฟาร์มโคนมที่ตำบลซิ่วสุ่ย เมืองจางฮั่วในวันที่ 24 ธ.ค. 2019 นี้ แรงงานไทยอีก 5 คน มีกำหนดเดินทางมาทำงานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรปลูกมันเทศหวานที่เมืองจางฮั่วในวันที่ 30 ธ.ค. 2019 นี้

ทั้งนี้การจ้างเหมาบริการภาคการเกษตร เป็นโครงการทดลองระยะเวลา 1 ปี จะมีการประเมินและทบทวนประมาณกลางปี 2020 ว่าโครงการนี้จะมีการขยายและเปิดให้นำเข้าได้เป็นประจำต่อไปหรือไม่ โดยจะเปิดให้องค์การนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไร อาทิ สหกรณ์การเกษตรเป็นต้น เป็นผู้ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ แล้วจัดส่งไปทำงานตามฤดูกาลและความต้องการของเกษตรกร ผู้นำเข้าหรือสหกรณ์การเกษตรท้องที่เป็นรับผิดชอบบริหารดูแล จัดหาที่พักอาหาร รวมถึงจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาทำงาน เบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพในฐานะนายจ้าง ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานกำหนด แล้วจัดส่งไปทำงานในไร่ สวนหรือฟาร์มเกษตรที่ลงทะเบียนแสดงความต้องการ

และเพื่อป้องกันเกิดการเอารัดเอาเปรียบแรงงานต่างชาติ ในขั้นตอนการจัดส่งและระหว่างการดูแลแรงงานต่างชาติขณะทำงานอยู่ในไต้หวัน กระทรวงแรงงานและคณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน ได้ให้สหพันธ์การเกษตรแห่งชาติไต้หวัน องค์กรนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไรระดับประเทศซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการการเกษตร และมีหน่วยงานสาขา ได้แก่สหกรณ์การเกษตรท้องที่ต่างๆ ทั่วไต้หวัน 301 สหกรณ์ จัดตั้งบริษัทจัดหางาน เพื่อจัดส่งแรงงานต่างชาติในระบบจ้างเหมาบริการให้แก่นายจ้างได้แก่สหกรณ์การเกษตรท้องที่

ที่มา: Radio Taiwan International, 27/12/2019

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์